หน้านี้อาจเข้าหลักเกณฑ์การลบตามนโยบายของวิกิซอร์ซด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้: อ1 - หน้าที่ไม่ได้ใช้อีกแล้ว เนื่องจากย้ายเนื้อหาไปยังดัชนีใหม่แล้ว
ถ้าคุณไม่เห็นด้วยในการแจ้งลบ โปรดระบุเหตุผลในหน้าคุยของหน้านี้ ถ้าหน้านี้ไม่เข้าเกณฑ์การลบหรือคุณตั้งใจจะปรับปรุงต่อ โปรดนำประกาศนี้ออก แต่ผู้ที่นำป้ายออกต้องไม่ใช่ผู้สร้างหน้าเด็ดขาด ผู้ดูแลระบบโปรดตรวจสอบว่ามีลิงก์ใด ๆ ที่เชื่อมโยงมายังหน้านี้ ประวัติของหน้า (การแก้ไขล่าสุด) และรุ่นใด ๆ ที่เข้าหลักเกณฑ์ตามนโยบายก่อนที่จะดำเนินการลบ หน้านี้มีการแก้ไขล่าสุดโดย Flamevine (ส่วนร่วม | ปูม) เมื่อเวลา 18:14, 28 ธันวาคม 2568 (16 วันก่อน) |
กรมธรรม์นั้น ๚ะ
๏มาตรา๙ถ้าผู้มีทรัพย์รับช่วยไถ่ลูกทาษลูกไทยที่เกีดในปีมโรง สัมริทธิศก เปนต้นไป อายุได้ ๒๑ ปี พ้นหนี้หลุดค่าตัวเปนไทยแล้วนั้นมาเปนทาษ มิได้เปนสิทธ์แก่เจ้าสินโดยพระราชบัญญัติ ถึงกรมธรรม์มีศุภมาศวันคืนชื่อตัวเบี้ยจำนวนเงินประการใด ตัวเบี้ยจะไปจากเจ้าเบี้ยเจ้าเงินได้ตามลำพังใจ เจ้าเบี้ยเจ้าเงินจะตามกุมเกาะมาว่ากล่าวไม่ได้ เงินค่าตัวเปนภัพแก่เจ้าเบี้ยเจ้าเงินโดยโทษล่วงพระราชกฤษฎีกา ๚ะ
๏มาตรา๑๐ลูกทาษลูกไทยอายุถึง ๒๐ ปีพ้นค่าตัวจากเจ้าเบี้ยนายเงินแล้ว มันเหล่านั้นศักข้อมือหมายหมู่แล้วก็ดี ยังมิได้ศักข้อมือขาวก็ดี ให้เจ้าเบี้ยนายเงินเดิมฤๅเจ้าหมู่มูลนายใหม่ทำหางว่าวศักแปลงยื่นต่อกรมพระศุรัศวดีให้ศักแปลงเปนทาษพ้นค่าตัวมีศักดินา ๑๐ ไร่จงทุกคน ถ้านายเดิมแลเจ้าหมู่ใหม่แกล้งปิด์บังเสือกไสไม่นำตัวทาษพ้นค่าตัวไปศัก จงปรับใหมมีโทษแก่ผู้ปิดบังจงหนักตามพระราชกฤษฎีกา ๚ะ
๏มาตรา๑๑ทวยไพร่หลวงจ่ายไพร่หลวงส่วนไพร่หลวงคงเมืองกองอัทมาทกองมหันตโทษวิเศศโรงสีสดึงโรงไหมโขลนโรงทานบันดาค่าคนหลวงลอบลักปลอมแปลงไปทำ