เชิงกระยาดอกเบี้ยท่านใส่ชื่อในกรมธรรม์ไซร้ ต้องให้มันตัวเรือนเบี้ยรู้เหนลงกำแหงแกงใดเขียนชื่อไว้เปนสำคัญ จึ่งเปนสิทธิได้แก่เจ้าสิน ค่าตัวมันตัวเบี้ยขึ้นเบี้ยลดตามพิกัดกระเษียรอายุใหม่ในรัชกาลปัตยุบันนี้ ถ้าตัวเบี้ยมิรู้มิเหน ไม่ได้เขียนชื่อด้วยลายมือเอง แลไม่ได้จ้างไม่ได้วานเขาเขียนชื่อไซร้ อย่านับว่าเปนทาษเลย ๚ะ
๏มาตรา๘ลูกทาษก็ดี ลูกไทยก็ดี ที่เกิดในปีมโรงสัมฤทธิศกเปนต้นไป อายุได้ถึง ๒๑ ปี บิดามารดาวงษาคณาญาติฤๅตัวมันเองก็ดีขาดแคลนลง จะไปขายฝากประจำเชิงกระยาเบี้ยไว้กับท่านไซร้ ห้ามมิให้เจ้าสินผู้มีทรัพย์รับช่วยไถ่มาเปนทาษตนเปนอันฃาด ถ้าลูกทาษลูกไทยที่เกีดในปีมโรงสัมฤทธิศกเปนต้นไป อายุถึง ๒๑ ปีแล้วก็ดี ฤๅอายุจะมากเกินขึ้นไปถึง ๒๕ ปีก็ดี ถึง ๓๐ ปีก็ดี ๓๕ ปีก็ดี ๔๐ ปีก็ดี ๔๕ ปีก็ดี ๕๐ ปีก็ดี ยากจนขาดแคลนลง ก็จะกล่าวเท็จหลอกลวงท่านว่าข้าพเจ้ามิได้เกิดในปีมโรงสัมฤทธิศก ในปีมเสงเอกศกเปนต้นไป ข้าพเจ้าเกิดในปีเถาะนพศก ฤๅปีขานอัฐศก ฤๅปีฉลูสัปตศก พ้นขึ้นไปแล้ว มันมีอาสนไปฃายตัวประจำเชิงเบี้ยท่านไซร้ ให้ท่านผู้มีทรัพย์รับช่วยไถ่เปนเจ้าเบี้ยนายเงินชำระไถ่ถามผู้ซึ่งจะมาเปนตัวเบี้ยว่าเกิดปีใดจุลศักราชเท่าไร แล้วจตหมายปากคำไว้ให้เปนแน่ในสารกรมธรรม์ว่ามันเกิดปีนั้นนักษัตรศกเท่านั้น ถ้าภายหลังมันกลับถ้อยคืนคำเปนอย่างอื่นไซร้ จงปรับโทษมันผู้ทาษเท็จโดยถานกระบัดสินท่านในลักษณทาษ มาตรา ๑๔ โน้น ถ้าเจ้าสินอยากใช้ทาษ มิได้ถามเอาปากคำมันตราไว้ในกรมธรรม์ให้แน่ชัด แล้วรับช่วยไถ่มาเปนทาษ ถ้าตัวทาษมันว่ามันเกิดในปีมโรงสัมฤทธิศกเปนต้นไป ซึ่งเปนปีที่ห้ามในพระราชบัญญัติไซร้ ให้ปรับไหมเจ้าเบี้ยนายเงินเปนภัพในเงินค่าตัวทาษซึ่งมีในสารกรมธรรม์นั้น ๚ะ
๏มาตรา๙ถ้าผู้มีทรัพย์รับช่วยไถ่ลูกทาษลูกไทยที่เกิดในปีมโรงสัมฤทธิศกเปนต้นไป อายุได้ ๒๑ ปี พ้นนี่หลุดค่าตัวเปนไทยแล้วนั้น มาเปนทาษ มิได้เปนสิทธ์แก่เจ้าสินโดยพระราชบัญญัติ ถึงกรมธรรม์มีศุภมาศวันคืนชื่อตัวเบี้ยจำนวนเงินประการใด ตัวเบี้ยจะไปจากเจ้าเบี้ยเจ้าเงินได้ตามลำพังใจ เจ้าเบี้ยเจ้าเงินจะตามกุมเกาะมาว่ากล่าวไม่ได้ เงินค่าตัวเปนภัพแก่เจ้าเบี้ยเจ้าเงินโดยโทษล่วงพระราชกฤษฎีกา ๚ะ
๏มาตรา๑๐ลูกทาษลูกไทยอายุถึง ๒๐ ปีพ้นค่าตัวจากเจ้าเบี้ยนายเงินแล้ว มันเหล่านั้นศักข้อมือหมายหมู่แล้วก็ดี ยังมิได้ศักข้อมือขาวก็ดี ให้เจ้าเบี้ยนายเงินเดิมฤๅเจ้าหมู่มูลนายใหม่ทำหางว่าวศักแปลงยื่นต่อกรมพระสุรัศวดีให้ศักแปลงเปนทาษพ้นค่าตัวมีศักดินา ๑๐ ไร่จงทุกคน ถ้านายเดิมแลเจ้าหมู่ใหม่แกล้งปิดบังเสือกไสไม่นำตัวทาษพ้นค่าตัวไปศัก จงปรับไหมมีโทษแก่ผู้ปิดบังจงหนักตามพระราชกฤษฎีกา ๚ะ
๏มาตรา๑๑ทวยไพร่หลวงจ่ายไพร่หลวงส่วยไพร่หลวงคงเมืองกองอัทมาทกองมหันตโทษวิเสศโรงสีสดึงโรงไหมโขลนโรงทานบันดาค่าคนหลวงลอบลักปลอมแปลงไปทำสารกรมธรรม์ฃายประจำเชิงกระยาดอกเบี้ยไว้กับท่าน มันเกิดลูกในเรือนเบี้ยท่านตั้งแต่ปีมโรงสัมฤทธิศกเปนต้นไป อายุลูกเรือนเบี้ยถึง ๒๑ ปีไซร้ ให้เจ้าเบี้ยนายเงินไปแจ้งความต่อกรมพระสุรัศวดีให้เจ้าหมู่พาเอามันไปศักคงหมู่ ส่วนพ่อมันส่วนแม่มันคงออกเดือนใช้เจ้าเข้าเดือนใช้นายตามพระราชกำหนดเดิม ๚ะ
๏มาตรา๑๒ว่า ในลักษณทาษเดิม มาตรา ๒๐ ครั้งมหาศักราช ๑๓๕๙ ปีมแมนักษัตร์นั้น คือตรงกับจุลศักราช ๗๙๙ ปีมแมนพศกโน้น มีความว่า ชายหญิงมีอาสนขายตัวเองไว้กับท่านให้ท่านใช้ ถ้าลูกชายลูกหญิงอายุตั้งแต่ ๑ เดือน ๒ เดือน ติดตามพ่อแม่พี่ป้าน้าอามาอยู่ด้วย มิได้เข้าในอาสนตัวเบี้ยซื้อขาย ลูกนั้นโตใหญ่ขึ้นจะไป ให้นายเงินคิดแบ่งเอาค่าเข้าป้อน ๒ ส่วน ดังนี้อย่าใช้ต่อไป ให้ยกเลิกมาตรา ๒๐ นั้นเสีย แต่นี้สืบไปทวยราษฎรชายหญิงขาดแคลนข้นจนมีอาสนมาขายตัวอยู่กับท่าน ถ้าลูกชายหญิงติดตามพ่อแม่พี่ป้าน้าอามาอยู่ด้วย แต่มิได้เข้าชื่อเปนตัวเบี้ยในกรมธรรม์ท่าน ถึงลูกชายหญิงนั้นจะติดมาอยู่ตั้งแต่อายุได้ ๑ เดือน ๒ เดือน