ไปได้ตามข้อบังคับการประชุมและการปรึกษาของสภาผู้แทนราษฎร
บัดนี้ได้ทรงมีพระราชหัตถเลขาทรงสละราชสมบัติพระราชทานมายังรัฐบาลแต่วันที่ ๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ รัฐบาลได้รับพระราชกระแสใส่เกล้าฯ ด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง เพราะรัฐบาลรู้สึกอยู่ว่าได้มีความจงรักภักดีและซื่อสัตย์สุจริตต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้อยู่เต็มที่ตลอดมา ได้พยายามทุกทางจนสุดความสามารถที่จะทานทัดขัดพระราชประสงค์มิให้ทรงสละราชสมบัติ แต่ก็หาสมตามความมุ่งหมายไม่ ฉะนั้นรัฐบาลจึ่งได้นำพระราชหัตถเลขาทรงสละราชสมบัติขึ้นเสนอสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับทราบไว้ด้วยความโทมนัส และในโอกาสนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัง ซึ่งเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามกฎมนเทียรบาล ได้นำรายพระนามพระราชวงศ์ซึ่งสมควรจะเป็นผู้สืบสันตติวงศ์ โดยมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ทรงลงพระนามว่าทรงตรวจถูกต้องแล้ว ขึ้นเสนอสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๕ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม ในที่สุดสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติ