หลังบ้านพระยาเทพหัสดินในบริเวณเดียวกัน เห็นพระสุรรณชิตกับหลวงวิจารณ์ไปบ้านพระยาเทพหัสดิน แล้วต่อมานายร้อยโทเผ่าพงษ์, นายร้อยตรีบุญมาก กับนายชลอจึงได้พากันเข้าไปในบ้านของพระยาเทพหัสดิน พบพระยาเทพหัสดิน, พระสุรรณชิต, หลวงสงครามวิจารณ์ กับชายอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ แล้วนายร้อยโทเผ่าพงษ์ก็บอกกับบุคคลเหล่านั้นว่านี่แหละเป็นพวกของเรา นายชลอจึงยกมือไหว้บรรดาพวกที่นั่งอยู่ในที่นั้นทุกคน ทันใดนายร้อยตรีบุญมากพูดขึ้นว่า ถ้าลื้อทำสำเร็จแล้วจะให้เงิน ๕,๐๐๐ บาท และจะเลี้ยงครอบครัวตลอดไป พระยาเทพหัสดินพูดว่าขอให้สำเร็จก็แล้วกัน เงินกองกลางอยู่ที่อั้ว ที่ให้นั้นพอใจหรือไม่ นายชลอตอบว่าเท่าที่จะให้นั้นก็เป็นพระเดชพระคุณแล้ว พวกที่นั่งอยู่นั้นจะเป็นใครจำไม่ได้ ได้พูดสนับสนุนขึ้นมาว่า ขอให้ทำสำเร็จเถิดน้องชาย แล้วนายชลอก็รับปากว่าได้ ต่อจากนั้นมาราว ๓๐ นาที นายร้อยโทเผ่าพงษ์ก็พานายชลอกลับไปที่บ้านตน นายชลอได้ถามนายร้อยโทเผ่าพงษ์ว่าจะให้ทำอะไร นายร้อยโทเผ่าพงษ์ได้ตอบว่าอีก ๒–๓ วันจึงค่อยรู้เรื่อง แล้วนายชลอก็กลับบ้าน
นายสวัสดิ์ ละกอนทอง พะยานโจทก์ ได้เบิกความรับรองว่า ได้เป็นผู้ขับรถยนตร์พานายชลอพร้อมด้วยนายร้อยตรีบุญมาก, นายดาบผุดพันธ์ ไปที่บ้านพระยาเทพหัสดิน
ส่วนนายชวย ลวะเปาระยะ พะยานโจทก์เบิกความว่า เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๑ ได้ขับรถจักรยาน ๓ ล้อพานายลีไปส่งที่บ้านนายร้อยตรีบุญมาก ที่ข้างวัดราชาธิวาส และเคยนำนายร้อยตรีบุญมากไปส่งที่กรมป้องกันต่อสู้อากาศยาน และเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๑ ได้พานายลีไปส่งที่หน้าร้านนายเช็งนำใกล้ ๆ กับที่ปากถนนระนอง ๑ พอรุ่งขึ้นก็ได้ทราบว่าหลวงพิบูลสงครามถูกนายลียิง ดังนี้จึงเห็นได้ชัดเจนว่า การที่นายลีดและพระสุรร(ณชิตกระทำผิดครั้งนี้ หาได้กระทำขึ้นโดยฉะเพาะจำเลย ๒ คนดังกล่าวแล้วไม่ ยังเกี่ยวข้องพาดพิงไปถึงคนอื่นซึ่งได้ร่วมคิดกันในการกระทำผิดครั้งนี้ด้วย และเกี่ยวข้องไปในทางการเมือง หาใช่ความผิดอย่างธรรมดาแล้วไม่