เห็นแม่นยำชัดเจนสิ้นสงสัย จึงจดลงไว้ในหนังสือที่ทรงแต่งนั้นตามที่ได้ทราบจากกรมหลวงสมรรัตนฯ เว้นไว้แต่แห่งใดที่กรมหลวงสมรรัตนฯ ไม่ทรงทราบ จึงทรงจดตามจดหมายเหตุของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงที่ตีพิมพ์ในสมุดนี้ เพราะฉะนั้น จดหมายเหตุเรื่องพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประชวรจึงมีเป็น ๓ ฉะบับด้วยกัน ฉะบับอื่นเคยตีพิมพ์แล้ว แต่ฉะบับนี้เพิ่งตีพิมพ์เป็นครั้งแรก
อนึ่ง ในการตีพิมพ์หนังสือเรื่องนี้ เจ้าภาพได้เรียบเรียงประวัติพระยาอุไทยธรรม (หรุ่น วัชโรทัย) ส่งมาขอให้เรียงลงไว้ด้วย จึงได้เรียงลงไว้ต่อจากคำนำนี้ และมีข้อความที่ควรจะกล่าวเพิ่มเติมว่า สกุลวัชโรทัยนี้เป็นสกุลเก่า สืบเชื้อสายมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ปรากฏในพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเรื่อง "พระราชพิธีสิบสองเดือน" ว่า สกุลนี้ได้เป็นภูษามาลามาแต่แผ่นดินพระมหาบุรุษเพทราชาสืบเนื่องกันมามิได้ขาด พระยาอุไทยธรรม (เพ็ชร) ผู้เป็นปู่ของพระยาอุไทยธรรม (หรุ่น) ก็ได้รับราชการทรงเครื่องใหญ่มาแต่รัชชกาลที่ ๑ จนถึงรัชชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนับถือว่าเป็นผู้รู้มาก ครั้งหนึ่ง มีข้อโต้เถียงกันในเรื่องทรงพระภูษาตามสีวันในเวลาสรงมุรธาภิเษกว่า ลัทธิสีวันของกรมภูษามาลาไม่เหมือนกับที่ใช้สีตามกำลังวันของโหรอยู่สองสี คือ วันพฤหัสบดี ตามที่โหรว่าเป็นสีเหลือง ภูษามาลาว่าเป็นสีน้ำเงิน วันศุกร์ซึ่งว่าเป็นสีเลื่อมประภัสสรหรือใช้สีน้ำเงิน