ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:ประชุมพงศาวดาร (ภาค ๖๔) - ๒๔๗๙.pdf/62

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
17
 

ได้ ๑๑ ศอก และทองหล่อพระพุทธเจ้าหนัก ๕๓๐๐๐ ชั่ง ทองคำ หุ้มนั้นหนัก ๒๘๖ ชั่ง ข้างหน้านั้นทองเนื้อ ๗ ชั้น ๒ ขา ข้างหลังนั้นทองเนื้อ ๖ น้ำ ๒ ขา

ศักราช ๘๘๐ ปีมะเมียสัมฤทธิศก[1] (พ.ศ. ๒๐๔๑) สมเด็จ พระรามาธิบดี แรกให้ทำตำราพิชัยสงคราม และแรกทำสารบัญชี พระราชพิธีทุกเมือง

ขณะนั้นคลองสำโรงที่จะไปคลองศีรษะจรเข้ คลองทับนางจะไปปากน้ำเจ้าพระยาตื้น เรือใหญ่จะเดินไปมาขัดสน จึงให้ชำระ ขุด ได้รูปเทพารักษ์ ๒ องค์ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ จาฤกชื่อองค์หนึ่ง ชื่อพระยาแสนตา องค์หนึ่งชื่อบาทสังกร ในที่ร่วมคลองสำโรงกับ คลองทับนางต่อกัน จึงให้พลีกรรมบวงสรวง แล้วรับออกมาปลูกศาลเชิญขึ้นประดิษฐานไว้ณเมืองพระประแดง

ศักราช ๘๘๖ ปีชวดฉอศก[2] (พ.ศ. ๒๐๔๗) ครั้งนั้นงา เบื้องขวาช้างต้นเจ้าพระยาปราบแตกออก อนึ่งในเดือน ๗ นั้น คนทอดบัตรสนเท่ห์ ครั้งนั้นให้ฆ่าขุนนางเสียมาก

ศักราช ๘๖๗ ปีฉลูสัปตศก[3] (พ.ศ. ๒๐๔๘) น้ำน้อย ข้าวตายฝอยสิ้น อนึ่งแผ่นดินไหวและเกิดอุบาทว์หลายประการ

ศักราช ๘๖๘ ปีขาลอัฐศก[4] (พ.ศ. ๒๐๔๙) ข้าวแพง เป็น ๓ ทะนานต่อเฟื้อง เบี้ย ๘๐๐ ต่อเฟื้อง เกวียนหนึ่ง ๑๑ 


  1. ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๘๐ ขาลศก
  2. ....ว่าศักราช ๘๘๖ วอกศก
  3. ...ว่าศักราช ๘๘๗ ระกาศก
  4. ....ว่าศักราช ๘๘๘ จอศก