เด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งรับพระราชภาระจากสมเด็จพระบรมชนกนาถในอันที่จะสร้างความเป็นปึกแผ่นแน่นหนาขึ้นในประชากรไทย โดยยึดเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งสาม คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มารวมกันเข้าให้เป็นปึกแผ่นแน่นหนาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทรงพระราชนิพนธ์เพลงปลุกใจประชาชนไว้หลายเพลง และเพื่อจะให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าทุกแห่งหนทุกรูปทุกวัยสามารถจะร่วมกันเปล่งเสียงสามัคคีออกมาเป็นการสดุดีพระราชาผู้เป็นธงชัยของรัฐได้อย่างเต็มปากเต็มคอ จึงทรงแก้ไขถ้อยคำในเพลงสรรเสริญพระบารมีฉบับที่ใช้ร้องตามโรงเรียน โดยเปลี่ยนถ้อยคำในวรรคต้น ๆ เสีย ๕ วรรค และเปลี่ยนถ้อยคำสำหรับวรรคปลาย ๆ ๒–๓ คำ และเลิกใช้คำ “ฉะนี้” อันเป็นคำลงท้ายซึ่งทำให้เกิดการสรวลเสเฮฮา แล้วแทนด้วยคำว่า “ชโย” ซึ่งเป็นคำใหม่อีกคำหนึ่ง สรรเสริญพระบารมีบรรเลงจึงมีเนื้อใหม่ดังที่เราท่านรู้จักกันว่า
| ข้าวรพุทธเจ้า | เอามะโนและศิระกราน | |
| นบพระภูมิบาล | บุญญะดิเรก | |
| เอกบรมะจักริน | พระสยามินทร์ | |
| พระยศะยิ่งยง | เย็นศิระเพราะพระบริบาล | |
| ผลพระคุณ ธ รักษา | ปวงประชาเป็นสุขสานต์ | |
| ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด | จงสฤษดิ์ดัง | |
| หวังวรหฤทัย | ดุจถวายชัย ชโย ฯ |
นอกจากเพลงสรรเสริญพระบารมีแล้ว ก็ยังมีปัญหาผู้แต่งทำนองเพลงนี้ ซึ่งในบันทึกของคุณพระเจนดุริยางค์มีไว้ว่า ชื่อ ฮุดสัน (Hoodson),