ส่วยสาอากรถึงเพียงนี้แล้ว แลพระเจ้าภุกามก็มีบุญญาธิการมาก ประกอบรี้พลช้างม้าเป็นกษัตริย์อันสูงใหญ่ ดังฤๅจะมาคิดกบถดังนี้เล่า ยังจะต่อสู้ด้วยทแกล้วทหารของท่านได้หรือ จะพากันพลอยตายเสียเปล่าหาเป็นประโยชน์มิได้ อขมะมอญจึงว่าพ่อจะปรารภไปใย ที่ว่าจะทำสงครามด้วยพระเจ้าภุกามนั้น ไว้เป็นภาระธุระเข้า อันการสงครามนี้จะชนะก็ด้วยปัญญาแลความคิดเป็นประมาณ ซึ่งจะชนะด้วยรี้พลมากนั้นหามิได้ ถ้าข้าว่าสิ่งใดพ่ออย่าขัดคำทำตามข้าทุกประการแล้ว ก็จะมีชัยชนะแก่สงครามเป็นมั่นคง มะตะหยอกพ่อตาได้ฟังอขมะมอญว่าดังนั้นก็ลงใจด้วย อขมะมอญจึงว่ากล่าวเกลี้ยกล่อมชาวเมืองพะโคทั้งปวง ให้อยู่ในโอวาทของตนแล้วก็ตั้งตัวขึ้นเป็นใหญ่
ลุศักราช ๖๔๗ ปี อขมะมอญได้เมืองพะโคแล้ว จึงให้ตั้งค่ายขุดคูเมืองทำการอยู่ยังมิทันแล้ว กิตติศัพท์แจ้งไปถึงพระเจ้าภุกาม ๆ จึงแต่งให้เจตะสุกรีพระราชบุตรเขย คุมพลทหารยกลงมาจับอขมะมอญ
ขณะนั้นมตะหยอกรู้จึงว่าแก่อขมะมอญว่า เราได้ห้ามปรามแต่เดิมทีก็มิฟัง ขืนคิดทำการใหญ่หลวงให้เหลือตัว บัดนี้ค่ายคูจะป้องกันรักษาตัวเล่าก็ยังไม่สำเร็จ กองทัพเจตะสุกรีก็ยกมาถึงกึ่งทางแล้ว ท่านจะพาให้เราพลอยถึงแก่ความตายความฉิบหายเสียเป็นมั่นคงในครั้งนี้ ท่านจะคิดประการใด อขมะมอญจึงว่าพ่ออย่าตกใจ อย่าว่าแต่เจตะสุกรียกกองทัพมาเท่านี้เลย ถึงพระเจ้าภุกามจะยกทัพมาด้วยข้าก็ไม่กลัว สุดแต่ข้าว่าสิ่งใดบิดาจงฟังคำข้าทุกประการแล้ว ก็จะได้ชัยชนะโดยง่าย มะตะหยอกจึงว่าท่านจะให้ทำประการใดก็จะทำตาม อขมะมอญจึงว่า ข้าจะคิดเป็นกลอุบายอันหนึ่ง