ขณะนั้นอเขตะมะมอญได้เป็นกษัตริย์ในเมืองพะโค ตั้งนามตนเองชื่อพระเจ้าตราพระยา ครองราชสมบัติในเมืองพะโคสืบมา
ฝ่ายข้างเมืองเมาะตะมะนั้น พระเจ้าฟ้ารั่วมีพระอิสสริยานุภาพเป็นอันมาก พระเจ้าฟ้ารั่วกับพระเจ้าตราพระยานั้นมีพระทัยเป็นมิตรภาพต่อกัน ต่างองค์ใช้ราชทูตส่งเครื่องบรรณาการไปมาเป็นราชสำพันธมิตรไมตรีกัน พระเจ้าฟ้ารั่วมีพระราชธิดาองค์หนึ่งทรงพระนามว่านางสินทยา
ฝ่ายพระเจ้าตราพระยามีพระราชธิดาองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่าสุเจตะละ ต่างองค์ส่งพระราชธิดาไปถวายกันทั้งสองฝ่าย ทรงประพฤติดังนี้ เพื่อจะให้พระราชไมตรีผูกพันมั่นคงเป็นสุวรรณปัถพีอันเดียวกัน ทั้งสองพระนครก็อยู่เย็นเป็นสุข
ครั้นอยู่มามังเกริกเปรียง ซึ่งเป็นใหญ่ในเมืองภุกามยกพลโยธามาล้อมเมืองทะละไว้ ให้มังแซะซอราชนัดดายกพลลงมาตีปลายด่านเมืองพะโค ชาวด่านทั้งปวงต้านทานรบพุ่งไว้ได้ประมาณห้าเดือนหกเดือน ต่างองอาจกล้าหาญด้วยกันทั้งสองฝ่าย ชาวด่านจึงบอกเข้ามายังเมืองพะโค พระเจ้าตราพระยาแจ้งแล้ว จึงใช้ราชทูตจำทูลพระราชสาส์น ไปถึงพระเจ้าฟ้ารั่วณเมืองเมาะตะมะ ๆ ในปีนั้นเข้าแพง ครั้นพระเจ้าฟ้ารั่วได้แจ้งแล้ว จึงให้จัดทหารโยธาทั้งปวงเสร็จแล้วให้กองหน้ายกไปก่อน แล้วพระองค์ก็เสด็จยกทัพหนุนไปต่อภายหลัง ครั้นไปถึงเมืองพะโคแล้ว พระเจ้าตราพระยาจึงออกมาต้อนรับสนทนากันตามราชประเพณีไมตรีซึ่งมีต่อกัน