จักดำเนินความในเรื่องราวพระเจ้าราชาธิราชนั้น กล่าวโดยลักษณบุรพเหตุความเบื้องต้น เป็นสังเขปใจความว่า ยังมีพระมหาเถรองค์หนึ่งเป็นพระอรหันต์ มีนามปรากฎว่าพระคะวำบดี เป็นบุตรรามัญชาวเมืองสเทิม พระผู้เป็นเจ้ากอร์ปด้วยอรหัตตคุณ คือได้อภิญญาหก แลจตุสัมภิทาญาณทั้งสี่ แลมารดาของพระมหาเถระเจ้านั้นถึงแก่มรณภาพ พระผู้เป็นเจ้าเล็งดูด้วยทิพจักษุญาณ แจ้งว่ามารดายังหาได้ไปบังเกิดในเทวโลกไม่ ยังท่องเที่ยวถือปฏิสนธิกำเหนิดเป็นมนุษย์อยู่ บัดนี้ ไปบังเกิดในรามัญประเทศ พระผู้เป็นเจ้ามีความปรารถนาจะให้เป็นประโยชน์แก่มารดา แลกษัตริย์เศรษฐีคหบดีพราหมณ์ประชาราษฎรหญิงชายชาวเมือง จึงเข้าญานสมาบัติถืออภิญญาเป็นบาท ออกจากฌานแล้วก็สำแดงอิทธิปาฏิหาริย์ เหาะมายังเมืองสเทิม สมเด็จพระเจ้าอโศกราชบรมบพิตร ได้เห็นพระปาฏิหาริย์ของพระผู้เป็นเจ้า ก็เลื่อมใสในอรหัตตคุณ แล้วพระเจ้าอะโศกราชจึงตรัสถามพระมหาเถรว่า เมื่อพระศรีสรรเพ็ชญ์โลกาจารย์มีพระชนมายุเสด็จทรมานอยู่นั้น มีพระพุทธบัณฑูรทำนายไว้ประการใดบ้าง พระมหาเถรเจ้าถวายพระพรตามกระแสพระพุทธพยากรณ์ตรัสทำนายไว้ว่า เมื่อพระองค์ยังมีพระชนม์อยู่นั้น เสด็จมาในอรัญประเทศที่นี้อันชื่อว่าป่าเมาะตะมะ
ยังมีมหายักษ์ทั้งแปดเห็นสมเด็จพระพุทธเจ้ามีพระรูปศิริวิลาศงามหาที่สุดมิได้ ประดับไปด้วยช่อพรรณรังสีเลื่อมประภัศรเปล่งออกจากพระกายข้างละวา มหายักษ์ทั้งแปดเห็นแล้วก็เลื่อมใสยินดี จึงเก็บเอาใบพลวงมาแปดใบกระทำเป็นเพดาน เอาศิลามีพรรณอันขาวมากระทำเป็นพระแท่น อาราธนาสมเด็จพระพุทธเจ้าให้เสด็จนิสีทนาการเหนือเศวตบัลลังก์ศิลาแล้ว