เดือนสามฤกษ์ยี่สิบ ครั้นมะกะตาได้เสวยราชสมบัติเป็นใหญ่ในเมืองเมาะตะมะแล้ว จึงให้แต่งพระราชสาส์นกับเครื่องราชบรรณาการ ให้ราชทูตคุมไปถวายสมเด็จพระร่วงเจ้าขอพระราชทานนาม พระร่วงเจ้าจึงตรัสถามราชทูตว่ามะกะตานี้เป็นเชื้อวงษ์กษัตริย์อยู่หรือ ราชทูตว่าเป็นพระอนุชาพระเจ้าฟ้ารั่ว สมเด็จพระร่วงเจ้าได้ทรงฟังก็มีพระทัยยินดี จึงพระราชทานพระนามลงในพระสุพรรณบัตร์ชื่อพระเจ้ารามประเดิด ราชทูตรับพระสุพรรณบัตร์แล้ว ก็กราบถวายบังคมลามาถึงเมืองเมาะตะมะ จึงถวายพระสุพรรณบัตร์แก่พระเจ้ามะกะตา
ฝ่ายเสนาพฤฒามาตย์ราชปะโรหิตทั้งปวง ก็ตั้งพระราชพิธีราชาภิเศกมะกะตา เป็นกษัตริย์ทรงพระนามว่าพระเจ้ารามประเดิด ๆ จึงให้สร้างเมืองสะโตง และเมืองวานแล้วโปรดให้สมิงยีรามะละไปกินเมืองวาน
ขณะนั้นพระเจ้าเชียงใหม่ จึงแต่งให้เสนาบดีเป็นแม่ทัพมาตีเมืองวาน ๆ แตก สมิงยีรามะละตาย และพระเจ้ารามประเดิดนั้นได้เสวยราชสมบัติแล้ว เกียจคร้านมิได้เอาพระทัยใส่ในราชกิจ
ฝ่ายสมิงมังละคิดซึ่งเป็นผัวนางอุ่นเรือน น้องสาวพระเจ้าฟ้ารั่วหรือพี่เขยพระยารามประเดิดนั้น คิดกันกับภรรยาว่า พระยารามประเดิดเกียจคร้าน มิได้เอาพระทัยใส่ในราชการแผ่นดิน อุปมาดังต้นไม้อันหาผลมิได้ มิดังนั้นประดุจดอกไม้อันปราสจากกลิ่นหอมก็หาประโยชน์มิได้ เมื่อตัวความคิดน้อยแล้วสิประกอบด้วยความเกียจคร้านเล่า แต่ทัพเสนาบดียกมาเพียงนี้ ยังได้ความเดือดร้อนทั้งพระนครแล้ว ถ้าหากมีศึกกษัตริย์ใหญ่หลวงมา จะมิเสียพระนครเป็นเชลยเขาเสียหรือ ทั้งพระยาช้างเผือก