ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Pisat Khong Thai 2546.djvu/101

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
99
 

ฟังผมคุยอะไรต่ออะไรต่อไปอีก จนนาฬิกาตีบอกสี่ทุ่ม ผมสะดุ้งใจ เอ๊ะนี่ยังไงนายจึงไม่กลับ เกิดกระอักกระอ่วนใจ ผมจะทำอย่างไรกับแขกหญิงผู้นี้จะให้มาแกร่วอยู่อย่างนี้กระไรได้ จะต้องจัดห้องนอนให้เธอนอนพัก แต่พอสังเกตดูหน้าเธอ ก็เห็นว่าอ่อนระโหยโรยแรง จึงเฉลียวใจถึงอาหาร ความจริงผมควรจะรอบคอบกว่านี้ พอถามดูเรื่องอาหารก็เป็นความจริง เธอยังไม่ได้รับประทานอาหารเลย ผมจึงรีบจัดอาหารว่าง เรียกแม่ครัวจัดโดยด่วน เมื่อเธอรับประทานเรียบร้อยแล้ว ผมก็เชิญให้เข้าห้องพักที่มีอยู่เรียบร้อยปัดกวาดอยู่เสมอทุกเมื่อ จะเข้าพักได้ทุกเวลา ผมรีบจัดน้ำจัดท่าให้เรียบร้อย บอกที่สวิตช์ไฟต่าง ๆ ในห้องให้เธอ แล้วกลับออกมา เมื่อเธองับประตูแล้ว ผมก็ต้องนั่งเฝ้าอยู่ดังนี้แหละครับ ครั้นจะไปนอนเสียก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะมีปฏิกิริยาอะไรขึ้นบ้าง เพราะแปลกหน้ามา ผมไม่รู้จักเลย เท่าที่ยอมให้พักก็เพราะเธอบอกอยู่โต้ง ๆ ว่า เป็นตายอย่างไรก็ต้องคอยจนพบ

การนอนของเธอชั้นแรกไม่ยอมจะนอน คล้าย ๆ เธอจะกลัวความใหญ่โตของตึก อันเป็นตึกเก่าแก่รับมรดกมาหลายช่วง หากแต่ยังสมบูรณ์ไม่หักพังและเสื่อมโทรมอย่างไร โดยปรับปรุงตกแต่งอยู่ตลอดมา ความใหญ่โตทำให้มีอากาศเย็นคล้ายอยู่ในโบสถ์ห้องหับก็มีมากห้อง ถ้าคนไม่เคยก็น่ากลัว แม้ผมเองอยู่ตึกนี้มาเกือบสี่ปีก็ยังอดปอดไม่ได้เพราะทราบอยู่ว่า ตึกนี้ตายกันมาหลายคนแล้วตั้งแต่ต้นตระกูล วิญญาณของต้นตระกูลก่อน ๆ คงจะสิงอยู่บ้าน จึงได้เยือกเย็นสะกิดใจผู้อยู่หลัง ๆ นัก ว่าตึกนี้เราผู้ล่วงลับไปแล้วยังคงมีสิทธิ์เด็ดขาดคุ้มครองอยู่

ในเวลาค่ำคืน ผมไม่เคยเดินทั่วตึกนี้สักที ชักเกรง ๆ ที่เธอนอนแล้ว แต่ผมยังคงเป็นโสมเฝ้าทรัพย์ จะนอนก็ไม่ได้ ห่วงทั้งนายจะกลับและห่วงเธอผู้รูปงามจะแผลงฤทธิ์อะไรขึ้น ใครจะรู้ ผมใช้การนั่งนกเอน ๆ พิงโซฟาหลับ ๆ ตื่น ๆ ทันใดนั้นประตูก็ดังขึ้นอีก ผมรีบลุกเดินไปที่ประตู คราวนี้นายกลับแน่ ๆ มาหยุดยืนให้แน่ใจ เงี่ยหูฟังอีกมือจับสลักกลอนทองเหลืองใหญ่ไว้ พอมีเสียงดังเร่งอีก ผมจึงแน่ใจดึงสลักออก แล้วดึงประตูอ้าออก บานมันหนาบานมันหนาจึงค่อนข้างหนัก เปิดออกแล้วไม่เห็นมีใคร หน้าประตูมีไฟสว่าง ผมแปลกใจยืนงงอยู่สักครู่ เห็น