ชีวิตเสีย แลบุตรซึ่งเกิดด้วยนางสินทยาอันเป็นพระราชนัดดานั้น ทรงพระกรุณาโปรดเลี้ยงไว้ พระเจ้าฟ้ารั่วได้เป็นกษัตริย์ในเมืองเมาะตะมะในศักราช ๖๔๙ ปี เสวยราชสมบัติได้หกปี ลุศักราช ๖๕๕ ปี มีช้างฉัตรทันต์ตัวหนึ่งมาแต่ป่าหิมพานต์สมจรด้วยนางช้างดำณเมืองสุโขทัย เกิดลูกเป็นช้างเผือกผู้ขาวบริสุทธิ์ดุจสำลี อายุช้างนั้นได้หกปี สมเด็จพระร่วงเจ้าจึงให้เอามาบำรุงเลี้ยงไว้ ครั้นอยู่มา เป็นบุญสมภารแห่งพระเจ้าฟ้ารั่วที่จะได้ช้างเผือกไว้เป็นศรีเมืองเมาะตะมะ เผอินให้ช้างเผือกมิได้จับน้ำแลหญ้าเป็นหลายเวลา นางช้างจึงเอาเนื้อความขึ้นกราบทูลสมเด็จพระร่วงเจ้า ๆ ก็เสด็จมาทอดพระเนตรพระยาช้างเผือก จึงทรงพระดำริห์ว่า ช้างนี้มิได้เกิดโรคประการใด มาเป็นดังนี้ดูก็เป็นอัศจรรย์นัก หรือจะมิควรอยู่เป็นราชพาหนะแห่งเรากระมัง พระองค์ไม่สบายพระทัยก็เสด็จกลับเข้ามา เวลาค่ำเข้าที่พระบรรทม จึงทรงพระอธิษฐานขอนิมิตเทพยดาอันรักษาพระยาช้างเผือก บันดานให้ทรงพระสุบินนิมิตว่า ถ้าช้างเผือกอยู่ในเมืองสุโขทัยจะเกิดอุบาทว์ใหญ่สี่ประการ คือจะเกิดอันตรายแก่พระเจ้าแผ่นดิน ให้พลัดพรากจากราชสมบัติประการหนึ่ง จะเกิดวิบัติแก่พระอัครมเหษีประการหนึ่ง จะเกิดเหตุใหญ่แก่เสนาบดีประการหนึ่ง จะเกิดจลาจลแก่ไพร่ฟ้าประชากรประการหนึ่ง เป็นอุปัทวเหตุสี่ประการ ครั้นสมเด็จพระร่วงเจ้าตื่นจากที่พระบรรทมแล้วเสด็จออก จึงตรัสเล่าพระสุบินให้เสนาบดีทั้งปวงฟัง แล้วตรัสว่าเห็นช้างเผือกจะมิพอใจอยู่ด้วยเราแล้ว ประเทศอันใดพระยาช้างชอบใจจะไปอยู่ก็ตามใจเถิด เสนาพฤฒามาตย์รับสั่งแล้ว จึงปรึกษากัน
หน้า:Rachathirat 2496.djvu/37
หน้าตา