น้อยเรือนหนึ่ง ครั้นเรือนแล้วจึงไปทูลเชิญพระเจ้ารามมะไตยว่า ขอเชิญพระองค์เสด็จไปเหยียบเรือนข้าพเจ้าให้เป็นเกียรติยศไว้ พระเจ้ารามมะไตยก็ทรงพระเมตตาแก่ชีปอนว่าเป็นข้าหลวงเดิมมา แล้วก็ได้เลี้ยงพระองค์มาแต่ยังเยาว์อยู่นั้น หาความสงสัยพระทัยไม่ ก็เสด็จลงไปสู่เรือนชีปอน ๆ กับไทยห้าร้อยก็จับพระเจ้ารามมะไตยฆ่าเสีย พระเจ้ารามมะไตยก็สวรรคต พระเจ้ารามมะไตยได้เสวยราชสมบัติในศักราช ๖๘๑ ปี เสวยราชได้แปดปีทิวงคต ในศักราช ๖๘๙ ปี แต่กษัตริย์ได้เสวยราชสมบัติในเมืองเมาะตะมะ ตั้งแต่พระเจ้าฟ้ารั่วมาจนถึงพระเจ้ารามมะไตย เป็นสี่พระองค์ด้วยกันในเมืองเมาะตะมะ
ฝ่ายแม่นางอำปะพระอัครมหเสีเอก อันตั้งพระนามชื่อว่า นางจันทะมังคะละนั้น กับนางนักสนมทั้งปวง จึงลอบเอาเงินทองไปให้แก่เสนาคนหนึ่งชื่อว่าเจตะสงคราม ให้คิดฆ่าชีปอนเสีย เจตะสงครามรับเงินทองแล้วก็ยกไปฆ่าชีปอนเสีย และชีปอนได้เป็นใหญ่ในเมืองเมาะตะมะได้เจ็ดวันก็ตาย ในศักราช ๖๘๙ ปี แต่กษัตริย์ได้ครองราชสมบัติในเมืองเมาะตะมะเป็นห้าพระองค์ ครั้นชีปอนตายแล้ว อายกำกองผู้เป็นราชบุตรพระเจ้าแสนเมืองมิง ซึ่งเป็นหลานพระเจ้ารามมะไตย ๆ ให้จำไว้นั้น ครั้นอยู่มา นางจันทะมังคะละคิดให้ถอดออกจากโทษ ยกราชสมบัติให้ อายกำกองได้ราชสมบัติแล้ว มิได้กตัญญูรักใคร่นางจันทะมังคะละ ๆ ลอบเอายาพิศม์ใส่ให้อายกำกองกิน อายกำกองก็ถึงแก่ความตาย แต่กษัตริย์ได้เสวยราชสมบัติในเมืองเมาะตะมะได้หกพระองค์ ครั้นอายกำกองถึงแก่อาสัญ