และรูปความมากที่สุด กล่าวคือแปลเป็น น บุพพบท กัมมธารยสมาส อันมีความหมายว่า อุททิสสกเจดีย์หรืออุทเทสิกเจดีย์ ไม่ใช่สถานที่ที่อนาถบิณฑิกมหาเศรษฐีขอให้มีไว้ และมีความหมายว่า พระพุทธรูปเป็นสิ่งที่ชาวพุทธควรสักการะเคารพบูชา จึงมีความสำคัญเกินคำว่าวัตถุสิ่งของไปไกลสุด คืออยู่ในฐานะเป็นเสมือนองค์แทนพระบรมศาสดาหรือเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงพระพุทธคุณ
๓.๔ ในพระไตรปิฎกและอรรถกถา ไม่ปรากฏคำว่า อุทฺเทสิกเจดีย์ ปรากฏแต่คำบาลีว่า อุทฺทิสฺสกเจติยํ และ อุทฺทิสฺสเจติยํ เท่านั้น การแปลคำบาลีเป็นคำไทย ร้อยคนแปล จะได้ร้อยสำนวนความ ดังนั้น การที่พระภิกษุยึดถือเพียงคำแปลบาลีในพระไตรปิฎกหรืออรรถกถาแล้วตีความพระธรรมวินัยไปตามคำแปลนั้น ๆ ซึ่งมีปรากฏให้เห็นอยู่ในสังคมไทยเป็นระยะ ๆ ตลอดมา นับว่าเป็นข้อผิดพลาดร้ายแรง เนื่องจากความหมายแท้จริงของคำบาลีนั้น ๆ ไม่สามารถจะทราบได้ด้วยคำแปลเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องทราบความหมายของคำบาลีนั้น ๆ ได้อย่างถูกต้อง เป็นหลักสำคัญเท่านั้น จึงจะสามารถเข้าใจพระธรรมวินัยได้ตรงตามพระพุทธประสงค์ดุจเดียวกันกับคำแปลศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งไม่สามารถที่จะนำไปอ้างอิงได้อย่างถูกต้องได้โดยที่ยังไม่รู้ความหมายที่แท้จริงของคำศัพท์ภาษาอังกฤษนั้น ๆ
ในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐ มหาปรินิพพานสูตร ปรากฏพระพุทธดำรัสตรัสถึงถูปารหบุคคล ๔ (บุคคลผู้สมควรแก่สถูป) จึงเป็นข้อยืนยันได้ว่า การกราบไหว้สถูปหรือเจดีย์ด้วยจิตใจที่ศรัทธาเลื่อมใสในพระรัตนตรัย เป็นเรื่องสมควรอย่างยิ่งแก่ชาวพุทธทุกคน
| ประเด็นที่ ๔ | เรื่องการตักน้ำใส่แก้วไปวางบนหิ้งพระ ไม่ได้บุญ |
| ข้อพิจารณาในประเด็นที่ ๔ |
๔.๑ กรณีนี้ เป็นความเห็นในทำนองว่า การที่ชาวพุทธตั้งน้ำดื่มไว้บนหิ้งพระ เท่ากับเป็นการ ถวายน้ำให้พระพุทธรูป ซึ่งพระพุทธรูปรับหรือดื่มน้ำไม่ได้ จึงเป็นการให้หรือเป็นทานที่ไร้ผลอานิสงส์ ไม่ได้บุญแต่ประการใดทั้งสิ้น การที่มีความเห็นเช่นนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประเด็นเรื่องชาวพุทธกราบไหว้สิ่งใดได้บ้าง เมื่อไม่ทราบว่าพระพุทธรูป เป็นอุททิสสกเจดีย์ (อุทเทสิกเจดีย์) จึงทำให้ไม่ทราบว่าพระพุทธรูป เป็น ปูเชตพฺพํ คือเป็นสิ่งที่ชาวพุทธควรกราบไหว้บูชา ส่งผลให้มีความเห็นในเรื่องที่ชาวพุทธตั้งน้ำบูชาพระพุทธเจ้าไว้บนหิ้งพระว่าเป็นเรื่องไร้สาระสู้ตักน้ำให้สุนัขกินไม่ได้
๔.๒ การตั้งน้ำไว้บนหิ้งพระนั้น จัดเป็นการบูชาพระพุทธคุณด้วยอามิสบูชา เป็นการบูชาบุคคลที่ควรบูชา มีพระพุทธคาถาเป็นหลักฐานรับรองในเรื่องนี้ ปรากฏในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ คาถาธรรมบท พุทธวรรค คือ
| ปูชารเห ปูชยโต | พุทฺเธ ยทิ จ สาวเก | |
| ปปญฺจสมติกฺกนฺเต | ติณฺณโสกปริทฺทเว | |
| เต ตาทิเส ปูชยโต | นิพฺพุเต อกุโตภเย | |
| น สกฺกา ปุญฺญํ สงฺขาตุํ | อิเมตฺตมปิ เกนจิ ฯ |
| ใคร ๆ ไม่อาจนับบุญของบุคคลผู้บูชาปูชารหบุคคล คือพระพุทธเจ้า |
| หรือสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ก้าวล่วงธรรมเครื่องเนิ่นช้า |