ข้ามไปเนื้อหา

กฎหมายไทยฯ/เล่ม 5/เรื่อง 6

จาก วิกิซอร์ซ
ประกาศกระทรวงนครบาล

พระอนันต์นรารักษ์ เจ้ากรมกองตระเวนฝ่ายกองรักษา ขอประกาศให้ชนทั้งหลายทราบทั่วกัน

ด้วยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาล มีรับสั่งว่า เดิมท่านกอมมิตตี้บังคับการกรมพระนครบาลได้ออกประกาศห้ามอาการประพฤติของคนบางจำพวกที่ประพฤติกิริยาอันไม่ชอบ เปนการขัดขวางแก่ความสำราญใจแลประโยชนของราษฎรเปนอันมากที่มีกิจธุระเดินทางไปมาแลค้าขายนั้น มีข้อความ ๑๑ ข้อ แจ้งอยู่ในประกาศซึ่งลงวันอาทิตย์ เดือนสิบเอ็จ ขึ้นค่ำหนึ่ง ปีกุน นพศก ศักราช ๑๒๔๙ นั้นแล้ว แต่ในข้อ ๔ ที่มีความว่า

ข้อราษฎรแลคนทั้งปวงที่เดินไปเดินมาในท้องที่โปลิศลาดตระเวรรักษาในเวลากลางวันกลางคืนก็ดี ห้ามมิให้พกมีดแลถือดาบถือปืนที่ประจุกระสุนดินดำแลถือไม้พลองกระบองสั้นแหลนหลาวมาในท้องที่โปลิศรักษา ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดจะซื้อมีดซื้อปืนซื้อไม้ฤๅยืมผู้ใด แลจะเอาไปใช้กิจการต่าง ๆ ถือมาในท้องที่โปลิศ ก็ให้แจ้งความกับโปลิศให้ทราบเสียก่อน ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดเอาอาวุธเหน็บส้อนมา โปลิศพบปะ ก็ให้จับตัวผู้นั้นมาส่งยังเจ้าพนักงาน ๆ จะปรับผู้นั้นเปนข้อละเมิด ถ้าปืน เปนเงิน ๓ ตำลึง ถ้าเหล็กมีคม เปนเงิน ๒ ตำลึง ถ้าเหล็กไม่มีคม เปนเงิน ๖ บาท ถ้าเปนไม้พลองกระบองสั้นแลแหลนหลาว เปนเงินตำลึง ๑ เปนพิไนยหลวง แลจะให้มีโทษตามสมควรแก่โทษานุโทษด้วย นั้น ทรงพระราชดำริห์ว่า ข้อที่ห้ามด้วยถือไม้นี้ยังหาได้มี
๘๖
เล่ม ๑๑
ราชกิจจานุเบกษา

ด้วยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงษวะโรประการ เสนาบดีว่าการต่างประเทศ กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า ตามความในหนังสือสัญญาคอนเวอนชัน ซึ่งได้ทำไว้ในระหว่างกรุงสยามกับกรุงฝรั่งเศส ลงวันที่ ๓ ตุลาคม รัตนโกสินทร์ ๑๑๒ นั้น มีความอยู่ในข้อ ๓ ว่าด้วยจะตั้งศาลอันมีตระลาการฝ่ายไทยแลฝรั่งเศสผสมกันชำระคดีความที่ยังค้างอยู่นั้นให้แล้วสำเร็จเด็ดขาดไป แลได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการให้สำเร็จตามหนังสือสัญญานั้น บัดนี้คอเวอนแมนต์ฝ่ายสยามกับฝ่ายฝรั่งเศสได้ปฤกษาตกลงกันในข้อบังคับสำหรับศาลผสมกันอันเปนศาลพิเศษเฉพาะคดีอันนั้นแล้ว แลได้พร้อมกันตั้งศาลนี้ขึ้น มีตระลาการฝ่ายฝรั่งเศสคือมองซิเออมอนโคต์ อธิบดีผู้พิพากษา ๑ มองซิเออคาร์มัตต์ แลมองซิเออฟุยเนล เปนผู้พิพากษา ๒ นาย ฝ่ายสยามนั้นคือพระยามหาอมาตยาธิบดี กับพระเกษมศุขการี เปนผู้พิพากษา ๒ นาย รวมผู้พิพากษาศาลผสมกันนี้ ๕ นาย แล้วแลมีข้อบังคับสำหรับศาลตามที่ได้ปฤกษาตกลงกันทั้ง ๒ ฝ่ายแล้วนั้นดังแจ้งอยู่ต่อไปข้างท้ายนี้

แจ้งความมาณวันที่ ๒ พฤษภาคม รัตนโกสินทร์ ๑๑๓