ข่าวสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา


แม่แบบผิดพลาด: มีการลบช่องที่ไม่ได้ใช้ออก โปรดเติมกลับเข้าไป (โปรดดูเอกสารกำกับแม่แบบ)
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[1]
สวรรค์คต
_____________

ด้วยเหตุอันไม่ได้แลเห็นแต่ก่อนว่าจะมีในเวลาเร็วพลัน เปนที่เศร้าโศกโทมนัศโสกาลัยอันยิ่งใหญ่สาหัส ในนิกรชนทุกหมู่เหล่าไม่เลือกหน้าได้บังเกิดขึ้น พระบามสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระประชวรพระโรคพระธาตุพิการมาแต่วันที่ ๑๖ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๙ พระโรคกลายไปทางพระวักกะพิการ แพทย์ได้ประกอบพระโอสถถวายพระอาการหาคลายไม่ ถึงวันเสาร์ที่ ๒๒ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๙ เวลา ๒ ยาม ๔๕ นาฑี เสด็จสววรค์คต ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระชนมพรรษา ๕๘ เสด็จดำรงศิริราชสมบัติมาได้ ๔๓ พรรษา วันในรัชกาลนับแต่มูลพระบรมราชาภิเษก ๑๒๓๒๐ วัน

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช มกฏราชกุมาร ผู้เปนรัชทายาทสืบพระบรมราชสันตติวงษ์ ดำรงศิริราชสมบัติเปนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประทับในพระที่นั่งอัมพรสถาน พร้อมด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ ข้าทูลลอองธุลีพระบาทที่เปนเสนาบดีแลองคมนตรี มีพระดำรัสสั่งการสรงพระบรมศพแลเชิญไปประดิษฐานในพระที่นั่งดุสิตมหาประสาทในวันรุ่งขึ้น

ครั้นวันที่ ๒๓ ตุลาคม รัตนโกสินทรศก ๑๒๙ เจ้าพนักงานได้จัดการตกแต่งในพระที่นั่งดุสิตมหาประสาท มุขตวันออกตั้งพระแท่นรองโต๊ะหมู่ เชิญพระพุทธรูปประจำพระชนมวารในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาประดิษฐานแลตั้งเครื่องนมัสการ พระแท่นทรงกราบ เบื้องขวาซ้ายตั้งฐานพระบุพโพมีฐานเขียงกั้นพระฉากผูกพระสูตร มุขเหนือตั้งพระแท่นเปนเตียงพระสงฆ์สวดพระอภิธรรม ทางข้างผนังด้านตวันออก ด้านตวันตกตรงกันเปน ๒ เตียง แลตั้งอาศน์สงฆ์ข้างผนังมุขตวันออกเลี้ยวมาถึงมุขด้านเหนือ แลที่ตรงน่าพระฉากอีกอาศนหนึ่งสำหรับสดับปกรณ์ แลผูกพระสูตรที่มุขเด็จน่าพระที่นั่งไว้พร้อมเสร็จ

เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวายน้ำสรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วพระบรมษานุวงษ์ แลเสนาบดีสรงพระบรมศพตามลำดับไป เจ้าพนักงานประโคม แตร สังข์ กลองชนะ มโหรทึก เมื่อสรงเสร็จแล้ว เจ้าพนักงานกรมพระภูษามาลา มีพระยาราชโกษา พระเทพากรณ์ เปนต้น ถวายเครื่องทรงอย่างบรมขัติยาธิราชเสร็จแล้ว เชิญประดิษฐานในพระลองเงินแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวายพระมหากฐินทรงแล้ว เจ้ากรมพระตำรวจเชิญพระลองลงจากพระที่นั่งอัมพรสถาน ขึ้นพระเสลี่ยงหิ้วมาประดิษฐานบนพระที่นั่งสามคาาน มีพระมหานพปดลเสวตรฉัตรคันดานกั้น ทหารมหาดเล็กที่ตั้งแถวอยู่ในสนามหญ้าน่าพระที่นั่งอัมพรสถานพร้อมด้วยแตรวงถวายวันทยาวุธบรรเลงเพลงแตรสรรเสริญพระบารมีเจ้าพนักงานประกอบพระโกษทองใหญ่เสร็จแล้ว พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ พระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าสุริยงค์ประยูรพันธุ์ ในพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงฉลองพระองค์ครุยขึ้นประคองพระโกษ คู่เคียงเข้าประจำที่ขวาซ้ายข้างละ ๘ คือ คู่ที่ ๑ นายพลโท เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี กับ นายพลโท พระสุรเสนาสมุหราชองครักษ์ คู่ที่ ๒ พระยาวรพงษ์พิพัฒน์ กับพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภ คู่ที่ ๓ นายพลโท พระยาสีหราชเดโชไชย กับนายพลตรี พระยาประสิทธิ์ศัลการ คู่ที่ ๔ พระยาอนุรักษ์ราชมณเฑียร กับพระยาบำเรอศักดิ์ คู่ที่ ๕ พระยาอนุชิตชาญไชย กับพระยาอภัยรณฤทธิ์ คู่ที่ ๖ พระยาราชสงคราม กับพระยาสามภพพ่าย คู่ที่ ๗ พระยานรฤทธิ์ราชหัช กับพระยาศิริสัตย์สถิตย์ คู่ที่ ๘ พระยาเวียงไนยนฤบาล กับพระยาศุภกรณ์บรรณสาร พร้อมด้วยกระบวนแห่ทหารบกไปข้างน่า ตำรวจมหาดเล็กเดิรเปนสี่สาย กลองชะนะทอง ๒๐ กลองชะนะเงิน ๒๐ กลองชะนะแดงลายทอง ๘ๆ จ่าปี ๒ จ่ากลอง ๒ แตรงอน ๑๖ แตรฝรั่ง ๑๒ สังข์ ๒ เครื่องสูงชุมสายบังแทรกหักทองขวางน่าหลังสองสำรับ มหาดเล็กอินทร์พรหมเชิญพุ่มต้นไม้ทองเงิน พระกลดบังสุริย์พัดโบก มหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่อง น่า ๖ หลัง ๔ มหาเล็กเชิญเครื่องราชูปโภคเดิรหลังพระที่นั่ง นาลิวัลสยายผม ๘ เดิรหลังเครื่องสูง เวลาทุ่มหนึ่งเดินกระบวน แต่น่าพระที่นั่งอัมพรสถาน มาตามถนนข้างพระที่นั่งสีตลาภิรมย์ เลี้ยวมาทางถนนข้างพระที่นั่งอนันตสมาคม เลี้ยวออกประตูน่าพระที่นั่งออกน่าพระลานพระราชวังสวนดุสิต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องเต็มยศทหารมหาดเล็กทรงพันผ้าดำทุกข์เครื่องราชอิศริยาภรณ์ ทรงพระราชดำเนิรตามกระบวนพระบรมศพต่อท้ายเครื่องสูง มีนายทหารเชิญธงบรมราชธวัชตามเสด็จ ต่อมาพระบรมวงษานุวงษ์ทรงเครื่องเต็มยศบ้าง ทรงเครื่องผ้าทรงขาวบ้าง ประดับเครื่องราชอิศริยาภรณ์ตามพระบรมศพ ทหารมหาดเล็กเดิรแซงข้างละ ๒ แถวต่อพระบรมวงษานุวงษ์ในระหว่างกลาง พนักงานกรมม้าจูงม้าพระที่นั่ง ๔ ม้า แล้วถึงข้าทูลลอองธุลีพระบาท ฝ่ายทหารพลเรือนแต่งเต็มยศพันแขนดำ เดิรตามพระบรมศพเปนอันมาก ทหารเรืออยู่ท้ายกระบวน มาตามถนนราชดำเนิรข้ามสพานมัฆวานรังสรรค์ สพานผ่านฟ้าลีลาศ สพานผ่านพิภพลีลา มาเลี้ยวถนนน่าพระลาน เลี้ยวเข้าประตูวิเศษไชยศรี ทหารกระบวนน่ามาถึงพระบรมมหาราชวังเข้าแถงกระทำวันทยาวุธ เป่าเพลงแตรสรรเสริญพระบารมีแล้ว ทหารที่ยืนรายข้างทางกลับหันปลายกระบอกปืนลงวางกับพื้น ตลอดมาถึงน่าประตูพิมานไชยศรี เลี้ยวไปทางน่าห้องกรมพระอาลักษณ์ เข้าในชาลาพระที่นั่งดุสิตมหาประสาททางช่องกำแพงที่รื้อเปิดออก หยุดน่าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เจ้าพนักงานเชิญพระโกษ เสด็จขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เข้าในพระฉากมุขตวันตก เชิญประดิษฐานบนแว่นฟ้าทองคำ ภายใต้พระนพปดลมหาเสวตรฉัตร์ แวดล้อมด้วยเครื่องสูงชุมสายบังแทรกต้นไม้ทองเงิน แลตั้งเครื่องราชูปโภคเครื่องนมัสการ ในเวลานี้นางร้องไห้ร้องอยู่ในพระฉากมุขด้านใต้ เมื่อประดิษฐานพระลองประกอบพระโกษเสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร แลโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ พระเจ้าลูกยาเธอ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทอดผ้าไตรขาวพับต่อไป รวมไตร ๑๒๐ ไตร ผ้าขาวพับ ๒๔๐ พับ พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมหลวงวชิรญาณวโรรส เปนประธาน แล้วถวายอนุโมทนาเสร็จแล้ว เวลา ๕ ทุ่มเศษ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นประทับแรม ณ พระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ส่วนที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีพระสงฆ์สวดพระอภิธรรมทั้งกลางคืนกลางวัน รับพระราชทานฉันเช้า ๓๒ รูป เพล ๑๖ รูป

อนึ่งเมื่อเวลาถวายน้ำสรงพระบรมศพแต่เวลาบ่าย ๔ โมงเศษนั้น กรมทหารบกทหารเรือยิงปืนใหญ่ถวายคำนับทุกนาฑีตลอดมาจนเชิญพระบรมศพเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ประดิษฐานบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเสร็จแล้วเวลา ๔ ทุ่มเศษจึงหยุดยิงปืนใหญ่ ๚

เชิงอรรถ[แก้ไข]

  1. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๒๗/หน้า ๑๗๘๒-๑๗๘๘

ขึ้น

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตาม แม่แบบผิดพลาด: โปรดระบุประเภทของงานนี้ (ดูวิธีใช้) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4) คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"