ประชุมพงศาวดาร/ภาคที่ 12/เรื่องที่ 2
หน้าตา
สารบัญ
- รัชกาลที่ 3
- ปีชวด จุลศักราช 1190 พ.ศ. 2371
- ปีมเสง จุลศักราช 1195 พ.ศ. 2376
- ปีมเมีย จุลศักราช 1196 พ.ศ. 2377
- ปีมแม จุลศักราช 1197 พ.ศ. 2378
- ปีวอก จุลศักราช 1198 พ.ศ. 2379
- ปีรกา จุลศักราช 1199 พ.ศ. 2380
- ปีจอ จุลศักราช 1200 พ.ศ. 2381
- ปีกุญ จุลศักราช 1201 พ.ศ. 2382
- ปีชวด จุลศักราช 1203 พ.ศ. 2384
- ปีฉลู จุลศักราช 1203 พ.ศ. 2385
- ปีขาล จุลศักราช 1204 พ.ศ. 2385
- ปีเถาะ จุลศักราช 1205 พ.ศ. 2386
- ปีมโรง จุลศักราช 1206 พ.ศ. 2387
- ปีมเมีย จุลศักราช 1208 พ.ศ. 2389
- ปีวอก จุลศักราช 1210 พ.ศ. 2391
- ปีรกา จุลศักราช 1211 พ.ศ. 2392
- ปีจอ จุลศักราช 1212 พ.ศ. 2393
- ปีกุญ จุลศักราช 1213 พ.ศ. 2394
- รัชกาลที่ 4
- ปีฉลู จุลศักราช 1215 พ.ศ. 2396
- ปีขาล จุลศักราช 1216 พ.ศ. 2397
- ปีเถาะ จุลศักราช 1217 พ.ศ. 2398
- ปีมโรง จุลศักราช 1218 พ.ศ. 2399
- ปีมเสง จุลศักราช 1219 พ. ศ. 2400
- ปีมเมีย จุลศักราช 1220 พ.ศ. 2401
- ปีมแม จุลศักราช 1221 พ.ศ. 2402
- ปีวอก จุลศักราช 1222 พ. ศ. 2403
- ปีรกา จุลศักราช 1223 พ.ศ. 2404
- ปีจอ จุลศักราช 1224 พ. ศ. 2405
- ปีกุญ จุลศักราช 1225 พ. ศ. 2406
- ปีชวด จุลศักราช 1226 พ. ศ. 2407
- ปีฉลู จุลศักราช 1227 พ. ศ. 2408
- ปีขาล จุลศักราช 1228 พ.ศ. 2409
- ปีเถาะ จุลศักราช 1229 พ. ศ. 2410
- ปีมโรง จุลศักราช 1230 พ.ศ. 2411
- รัชกาลที่ 5
| ๑๘๒๘ สิงหาคม ที่ ๒๓ | มิชชันนารีชื่อ ชาลส์ คุตสลัฟ คน ๑ เยมส์ ตอมลิน คน ๑ แรกเข้ามาสอนสาสนาคฤศตังลัทธิโปรเตสตันต์ในกรุงเทพฯ (คุตสลัฟคนนี้ ที่เรียกในหนังสือแสดงกิจจานุกิจว่า หมอกิศลับ |
| ๑๘๓๓ มีนาคม ที่ ๒๕ | มิชชันนารีชื่อ ยอน เตเลอ โยนส์ เข้ามากรุงเทพฯ (คนนี้เรียกในหนังสือแสดงกิจจานุกิจว่า หมอยอนอเมริกัน) |
| ๑๘๓๔ กรกฎาคม ที่ ๑๘ | มิชชันนารีชื่อ วิลเลียม ดีน กับหมอบรัดเล เข้ามาถึงกรุงเทพฯ |
| ปีนี้ แรกพวกมิชชันนารีเอาเครื่องพิมพ์เข้ามากรุงเทพฯ | |
| สิงหาคม ที่ ๕ | มิชชันนารีแรกเช่าที่นายกลิ่น (น้องชายสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ จี่) ตั้งโอสถศาลาข้างใต้ท่าวัดเกาะ (หมอบรัดเลอธิบายไว้ในที่อื่นว่า เมื่อแรกมิชชันนารีเข้ามาตั้งในเมืองไทย ตั้งใจจะมาสอนสาสนาคฤศตังแก่พวกจีน ซึ่งเข้ามาอยู่ในเมืองไทย ด้วยเห็นว่า สอนที่เมืองจีนได้ผลดี จึงเตรียมหนังสือสอนสาสนาที่พิมพ์ในภาษาจีนเข้ามา แลมาขออนุญาตต่อรัฐบาล เพื่อจะสอนสาสนาแก่พวกจีน เมื่อไปตั้งโอสถศาลาที่วัดเกาะ มิชชันนารีแจกหนังสือสอนสาสนาแก่พวกจีน แลรับรักษาไข้เจ็บให้ทั้งจีนแลไทย ๆ ไปรู้จักพวกมิช ชันนารีด้วยการที่ไปให้รักษาไข้ จึงเรียกบรรดามิชชันนารีว่า "หมอ" ทั้งที่เปนแพทย์แลมิใช่แพทย์ จึงเรียกกันมาจนตราบเท่าทุกวันนี้) |
| กันยายน ที่ ๘ | กัปตันเวลเลอ นายเรืออังกฤษ เกิดวิวาทกับพระวัดเกาะ เหตุด้วยเข้าไปยิงนกในวัด พระตีเอาบาดเจ็บสาหัส |
| ตุลาคม ที่ ๕ | โอสถศาลาของพวกมิชชันนารี ถูกไล่จากวัดเกาะเนื่องในเหตุที่ฝรั่งตีพระ ต้องมาอยู่ที่กุฎีจีน (หมอบรัดเลอธิบายในที่อื่น ว่าเมื่อแรกมิชชัน นารีเข้ามาที่กรุงเทพ ฯ มีบ้านฝรั่งแต่ ๒ แห่ง คือ บ้านซินยอคาลส ซิลไวโร กงสุลโปจุเกต ไทยเรียกว่า "คาลศ" ได้เปนขุนนางไทยตำแหน่งที่หลวงอภัยวานิช อยู่ตรงสถานทูตโปจุเกตทุกวันนี้แห่ง ๑ กับรอเบิต ฮันเตอร์ พ่อค้าอังกฤษ ไทยเรียกว่า "หันแตร" พึ่งบุญค้าขายอยู่ในสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงษ์ แต่ยังเปนเจ้าพระยาพระคลัง ได้เปนขุนนางไทย ที่หลวงวิเศษพานิช อยู่ที่กุฎีจีนคน ๑ พวกมิชชันนารีได้อาไศรยฝรั่ง ๒ คนนี้ เมื่อโอสถศาลาถูกไล่จากวัดเกาะ จึงมาอาไศรยอยู่ที่ริมบ้านหันแตร ต่อมาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงษ์ ปลูกเรือนให้เช่า หมอบรัดเลจึงย้ายไปอยู่ข้างใต้คลองกุฎีจีน) |
| ๑๘๓๕ ตุลาคม | ไทยแรกมีเรือกำปั่นใบอย่างฝรั่ง เรือลำนี้ ๒ เสาครึ่ง ชื่อเอริล หลวงนายสิทธิ์ (คือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงษ์) ต่อถวาย |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๒ | หลวงนายสิทธิ์ชวนหมอบรัดเล กับมิชชันนารี ชื่อ สตีฟินยอนสัน ลงเรือเอริล ไปเมืองจันทบุรี หลวงนายสิทธิ์เปนนายเรือไปเอง |
| พฤศจิกายน ที่ ๒๑ | หมอบรัดเล ฯลฯ ไปถึงจันทบุรี พบเจ้าพระ ยาพระคลัง (คือสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงษ์) กำลังสร้างเมืองใหม่ เตรียมรบกับญวน เห็นเรือกำปั่นใบหลวงนายสิทธิ์กำลังต่ออยู่ที่จันทบุรีอิก ๓ ลำ ชื่อคองเคอเรอลำ ๑ เซลีโดเนีย ลำ ๑ วิกตอรีลำ ๑ มิชชันนารียอนสันอยู่จันทบุรี ๖ เดือน แต่หมอบรัดเลอยู่เดือน ๑ กลับกรุงเทพ ฯ |
| ๑๘๓๖ มีนาคม ที่ ๒๖ | กำปั่นไฟเรือรบอเมริกัน ชื่อ ปีคอกลำ ๑ เอนเตอไปรสลำ ๑ มาทอดสันดอน เอดมอนด์รอเบิตทูตอเมริกันนำหนังสือสัญญามาแลกเปลี่ยน |
| มิถุนายน | มิชชันนารี ชื่อ รอบินสัน แรกตั้งเครื่องพิมพ์พิมพ์อักษรไทย ในกรุงเปนครั้งแรก |
| (ทราบว่าตัวพิมพ์อักษรไทยนั้น อังกฤษ ชื่อนายพันโทโล เปนผู้เริ่มคิดขึ้น ด้วยรัฐบาลอัง กฤษที่อินเดียให้แต่งไวยากรณ์ภาษาไทย แต่เมื่อในรัชกาลที่ ๒ ตัวพิมพ์นั้นหล่อที่เมืองบังกะหล่า แล้วส่งมาไว้ที่เมืองสิงคโปร์ มิชชันนารีโยนส์ได้คำแปลคัมภีร์ใหม่สาสนาคฤศตังเปนภาษาไทย ซึ่งมิชชันนารีแต่ก่อนได้ทำไว้ ยังต้องเอาออกไปพิมพ์ที่เมืองสิงคโปร์ ต่อเมื่อพวกมิชชันนารีตกลงกันจะเข้ามาตั้งเปนหลักแหล่งในเมืองไทยจึงรับซื้อตัวพิมพ์อักษรไทยเอาเข้ามากรุงเทพ ฯ) | |
| ตุลาคม ที่ ๑๘ | สมเด็จพระอรรคมเหษีในรัชกาลที่ล่วงแล้ว (คือ สมเด็จพระศรีสุริเยนทร์) สวรรคต |
| ๑๘๓๗ มกราคม ที่ ๑๓ | ฉลองวัด เจ้าพระยาพระคลัง (คือ วัดประยูรวงษ์) ในงานฉลองนี้ ปืนใหญ่ (ทำไฟพะเนียง) แตก ถูกคนตายหลายคน หมอบรัดเลตัดแขนพระองค์ ๑ ที่ถูกปืนแตก ว่าได้ทำการตัดผ่าอย่างฝรั่งเปนครั้งแรกในเมืองไทย |
| เมษายน ที่ ๒๐ | ไฟไหม้ที่ใต้วัดสำเพ็ง |
| ธันวาคม ที่ ๒๐ | พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีรับสั่งให้หมอหลวงไปหัดปลูกทรพิศม์ ที่พวกมิชชันนารี |
| (เรื่องนี้หมอบรัดเลอธิบายไว้ในที่อื่น ว่าพวกหมอมิชชันนารีได้ พยายามปลูกทรพิศม์มาหลายปี ใช้พันธุ์จากฝีดาดที่งาม แต่ไม่มีใครเชื่อจนพวก มิชชันนารีปลูกลูกของตนเองเปนตัวอย่างคนอื่นจึงเชื่อ ว่าปลูกได้จริง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงทราบ วิธีปลูกทรพิศม์ แลต้องพระราชประสงค์จะให้ปลูกไทยนานอยู่แล้ว ครั้นทรงทราบว่าหมอมิชชันนารีปลูกได้จริง จึงมีรับสั่งให้หมอหลวงไปหัด) | |
| ๑๘๓๙ กุมภาพันธ์ ที่ ๙ | หมอริเซอสัน อังกฤษ เดินบกเข้ามาจากเมืองเมาะลำเลิง มาถึงกรุงเทพ ฯ (เรื่องนี้มีในจดหมายเหตุหลวงอุดมสมบัติ) |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๒๘ | มิชชันนารี รอบินสัน กับเตรซี พาครอบครัวไปอยู่อ่างหิน (เข้าใจว่าแรกฝรั่งไปตากอากาศรักษาตัวที่อ่างหิน) |
| มีนาคม | ไทยยกกองทัพเรือลงไปเมืองสงขลา (คือ กองทัพสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ แต่ยังเปนพระยาศรีพิพัฒน์ คราวที่หลวงอุดมสมบัติจดหมายเหตุ) |
| มีนาคม ที่ ๒๓ | แผ่นดินไหว ๓ ครั้ง ถึงน้ำในแม่น้ำลำคลองกระฉ่อน ต้นเดิมไหวในเมืองพม่า |
| มีนาคม ที่ ๒๗ | พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานบำเหน็จแก่หมอหลวงแลหมอบรัดเล ที่ได้ปลูกทรพิศม์ (ว่าพระราชทานแต่คนละ ๔๐๐ บาท ลงมาจนถึง ๒๐๐ บาท) |
| เมษายน ที่ ๒๗ | พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ประกาศห้ามสูบฝิ่นแลค้าฝิ่น หมายประกาศนี้ให้พิมพ์ที่โรงพิมพ์มิชชันนารี ๙๐๐๐ ฉบับ เปนหมายประกาศฉบับแรกที่รัฐบาลให้พิมพ์ |
| ๑๘๔๐ มกราคม ที่ ๑ | นายเชสสี คัสเวล มิชชันนารีอเมริกันเข้ามาถึง (คนนี้ได้เปนครูสอนภาษาอังกฤษถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังทรงผนวชอยู่ในกรุงได้ ๙ ปี ตายเมื่อ ค.ศ. ๑๘๔๙ เรียกในหนังสือแสดงกิจจานุกิจว่าหมอกัศแวน) |
| มกราคม ที่ ๓๐ | หมอบรัดเล แรกปลูกทรพิศม์ในกรุงเทพ ฯ ด้วยพันธุ์ที่ได้มาจากอเมริกาเปนครั้งแรก |
| ตุลาคม ที่ ๑๗ | พวกมิชชันนารีอเมริกันเพิ่มเติมกันเข้ามาเปนครั้งเป็นคราว มีรวมกันอยู่ในกรุงเทพ ฯ ทั้งบุตรภรรยา ๒๔ คน |
| ๑๘๔๑ ตุลาคม | โรงพิมพ์มิชชันนารีหล่อตัวพิมพ์อักษรไทยได้เองเปนครั้งแรก |
| ๑๘๔๒ ธันวาคม | เล่าฦๅแลตื่นกันในพวกไทยว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว กริ้วคนที่รับแจกหนังสือสอนสาสนาของพวกมิชชันนารี พากันทำลายหนังสือที่รับไปจากพวกมิชชันนารีเสียมาก ภายหลังปรากฎว่า หาได้กริ้วอย่างที่ฦๅไม่ |
| ธันวาคม ที่ ๕ | เกิดโรคไข้ทรพิศม์ คนมาขอให้มิชชันนารีปลูก มิชชันนารีไม่มีพันธุ์หนองฝีที่เคยได้มาจากอเมริกา ต้องเอาหนองฝีดาดปลูกลูกของตนเองก่อนแล้วปลูกให้ผู้อื่น มีตายบ้าง |
| ๑๘๔๓ มกราคม ที่ ๑๒ | มิชชันนารีพิมพ์ปดิทินภาษาไทย ครั้งแรก |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๘ | นายยอน ฮัสเสต ชันดเลอ มิชชันนารีเข้ามาถึง (คนนี้ไทยเรียกว่า หมอจันดเล) |
| มีนาคม ที่ ๔ | เห็นดาวหางเอลกี เห็นอยู่ในกรุงเทพ ฯ สักเดือน ๑ คนตื่นกัน |
| ๑๘๔๔ มกราคม ที่ ๑๑ | เรือกำปั่นไฟ ชื่อ เอ็กสเปรส ขึ้นมาถึงกรุงเทพ ฯ เปนเรือกำปั่นไฟลำแรกที่ได้เห็นในแม่น้ำเจ้าพระยา |
| มีนาคม ที่ ๑๑ | ไฟไหม้ที่ริมวัดเลียบ |
| มีนาคม ที่ ๑๕ | ไฟไหม้ที่ริมวัดแจ้ง |
| มีนาคม ที่ ๒๘ | ขุนนางผู้ใหญ่ในกรมนาคน ๑ อายุ ๗๓ เปน ต้อตามืดมาช้านาน หมอบรัดเลตัดต้อ กลับแลเห็นได้ |
| เมษายน | เข้าแพง เข้าสารราคาถังละบาท |
| กรกฎาคม ที่ ๔ | พวกมิชชันนารีทำหนังสือพิมพ์ข่าวออกเปน ภาษาไทยครั้งแรก เรียกชื่อบางกอกริคอเดอ |
| สิงหาคม ที่ ๕ | เริ่มปลูกทรพิศม์อิกครั้ง ๑ ต้องหยุดมาถึง ๔ ปี เพราะขาดพันธุ์หนอง |
| ๑๘๔๖ เมษายน ที่ ๑๑ | ได้พันธุ์หนองมาจากเมืองบอสตัน ได้ลงมือปลูก ทรพิศม์ซึ่งหยุดมาปี ๑ ปลูกคราวนี้เปนครั้งที่ ๓ |
| ๑๘๔๗ มีนาคม | พวกจีนจลาจลที่ท่าจีน |
| มีนาคม ที่ ๒๒ | นายสตีฟิน มัตตูน มิชชันนารีกับหมอแซมยวล เฮาส์หมอในพวกมิชชันนารี เข้ามาถึง (ไทยเรียกกันว่า หมอมะตูน หมอเฮ้า) |
| ๑๘๔๙ มกราคม ที่ ๑๗ | นายแซมยวล สมิท มิชชันนารีเข้ามาถึง (คนนี้ คือ หมอสมิท ที่บางคอแหลม) |
| กรกฎาคม | เกิดอหิวาตกะโรค |
| ๑๘๕๐ มีนาคม ที่ ๒๔ | บาเลสเตีย ทูตอเมริกัน มาขอทำสัญญาใหม่ ไม่สำเร็จ |
| สิงหาคม ที่ ๒๒ | เซอร์ เยมส บรุ๊ก (ไทยเรียก เย สัปรุษ) ทูตอังกฤษมาขอทำสัญญาใหม่ ไม่สำเร็จ |
| กันยายน | พวกไทยที่เปนลูกจ้างฝรั่ง พากันตื่นว่ากริ้ว |
| ตุลาคม | พวกเสมียนแลครูไทยที่ไปทำการ กับมิชชัน นารี ถูกจับขังหลายคน (เข้าใจว่าจะเปนคราวนี้ที่เกิดความ เรื่องนายโหมดอมาตยกุลพิมพ์กฎหมาย) |
| ๑๘๕๑ มกราคม ที่ ๑๕ | ไฟไหม้ที่สำเพ็ง |
| เมษายน ที่ ๓ | พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต |
| พฤษภาคม ที่ ๑๕ | บรมราชาภิเศกพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| พฤษภาคม ที่ ๒๐ | เลียบพระนครทางบก |
| พฤษภาคม ที่ ๒๑ | เลียบพระนครทางเรือ |
| มิถุนายน ที่ ๓ | พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เลียบพระนครทางบก |
| กรกฎาคม ที่ ๒๑ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้พวกมิชชันนารี เช่าที่สำหรับทำการ พวก มิชชันนารีหา ที่มา ๒ ปี แล้วไม่สำเร็จ |
| สิงหาคม ที่ ๑๔ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มี รับสั่งไปยังพวกมิชชันนารีให้จัดหาหญิงในพวกมิชชันนารีเข้าไปเปนครูสอนภาษาอังกฤษให้ข้างในพวกมิชชันนารีประชุมปฤกษากันจัดหญิงในมิชชันนารี (๓ พวก ๓ พวกนั้น เพราะสังกัดอยู่ในสภาต่างกันในอเมริกา คือ สภาบับติสต์พวก ๑ สภาฟอเรนมิชชันพวก ๑ สภาเปรสะบิเตอเรียน พวก ๑ แต่เปนอเมริกันเหมือนกันทั้งนั้น) ผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปสอน อาทิตย์ละ ๒ วัน สอนอยู่สัก ๓ ปี จึงได้หยุด |
| ตุลาคม ที่ ๑๑ | กัปตันอิมเป เปนนายทหารอังกฤษ เดินบกเข้ามาจากเมืองเมาะลำเลิง เข้ารับราชการเปนครูทหารวังหลวง เปนครูของครูเล็กครูกรอบครูเชิงเลิง ที่เปนครูทหารเมื่อแรกรัชกาลที่ ๕ |
| ๑๘๕๒ กุมภาพันธ์ ที่ ๖ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้มิชชันนารีเช่าที่หลังป้อมวิไชยประสิทธิ์ (คือบ้านที่หมอบรัดเลอยู่จนตายเมื่อปีชวดจุลศักราช ๑๒๑๔ พ.ศ. ๒๓๙๕ ค.ศ. ๑๘๗๔) |
| เมษายน ที่ ๑๕ | ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| ตุลาคม ที่ ๑๐ | สมเด็จพระนางโสมนัศสิ้นพระชนม์ |
| ธันวาคม | กรมหลวงวงษาธิราชสนิท เสด็จยกกองทัพไปตีเมืองเชียงตุง |
| ๑๘๕๓ มีนาคม ที่ ๑๙ | พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระนางโสมนัศ |
| กรกฎาคม ที่ ๒๙ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระ ราชทานที่ริมแม่น้ำข้างใต้พระนครแห่ง ๑ ให้เปน ที่ฝังศพพวกโปรเตสตันต์ (ยังฝังศพฝรั่งอยู่จนทุกวันนี้) |
| ๑๘๕๔ ธันวาคม ที่ ๔ | เปิดคลองผดุงกรุงเกษม |
| ธันวาคม ที่ ๒๕ | มีหมายประกาศให้ด่านคอยตรวจพวกมิชชัน นารี ที่จะออกไปหัวเมืองทางทเล พวกลูกจ้าง ของมิชชันนารีพากันตกใจมาก |
| ๑๘๕๕ กุมภาพันธ์ ที่ ๒๒ | นายมัว เข้ามาทางกงสุลโปจุเกต |
| เมษายน ที่ ๓ | เซอร์ยอนเบาริง ราชทูตอังกฤษ เข้ามาขอทำหนังสือสัญญา |
| เมษายน ที่ ๑๘ | หนังสือสัญญาไทยกับอังกฤษ |
| เมษายน ที่ ๒๓ | เซอร์ยอนเบาริงกลับไป |
| เมษายน ที่ ๒๖ | สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงษ์พิราไลย |
| ตุลาคม ที่ ๒๘ | เรือกำปั่นใบของอเมริกันชื่อลักเนา เข้ามาถึงเรือพ่อค้าอเมริกันไม่ได้มีเข้ามาถึง ๑๗ ปี |
| พฤศจิกายน ที่ ๑ | พระราชทานเพลิงศพสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหา ประยูรวงษ์ |
| พฤศจิกายน ที่ ๙ | เรือกลไฟพระที่นั่งลำแรกทำสำเร็จ เรือลำนี้ชื่อรอแยล ซีต (สยามอรสุมพล) พระนายไวย (คือ เจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์) เปนนายงาน หมอจันดเลเปนผู้ดูการ |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๐ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาศด้วยเรือพระที่นั่งกลไฟลำใหม่ |
| ๑๘๕๖ มกราคม ที่ ๖ | เรือรบอังกฤษ ชื่อ สรเซน นายเรือ ชื่อ ยอนริชาตส์ มาถึงปากน้ำ โดยได้รับอนุญาตให้ลงมือทำแผนที่ทเลอ่าวสยาม |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๑๔ | เจ้าจอมมารดา (ปราง) ของกรมหลวงวงษาธิราชสนิท ถึงอนิจกรรม |
| มีนาคม ที่ ๑๗ | นายแฮรี ปากส์ มากับภรรยา นำสัญญาอังกฤษเข้ามาแลก |
| เมษายน ที่ ๕ | แลกหนังสือสัญญาไทยกับอังกฤษ |
| เมษายน ที่ ๒๑ | กัปตัน เตาน์เซนด์ แฮริส ทูตอเมริกันเข้ามาขอทำสัญญา |
| พฤษภาคม ที่ ๑๕ | นายแฮรี ปากส์ กับภรรยากลับไป |
| พฤษภาคม ที่ ๒๙ | ทำหนังสือสัญญาไทยกับยุไนส์ติดสเตต อเมริกา หมอมัตตูน มิชชันนารีอเมริกันได้เปนกงสุลคนแรก |
| พฤษภาคม ที่ ๓๑ | กัปตัน เตาน์เซนด์แฮรสิ ทูตเอมริกันกลับไป |
| มิถุนายน ที่ ๑๐ | นายฮิลเลีย กงสุลอังกฤษคนแรก เข้ามาถึง |
| กรกฎาคม ที่ ๑๔ | มองสิเออ มองติคนี ราชทูตฝรั่งเศสเข้ามาขอทำหนังสือสัญญา |
| สิงหาคม ที่ ๑๖ | ทำหนังสือสัญญาไทยกับฝรั่งเศส |
| กันยายน | มองสิเออ มองติคนี ราชทูตฝรั่งเศสกลับไป |
| ตุลาคม ที่ ๑๘ | นายฮิลเลีย กงสุลอังกฤษป่วยเปนบิดถึงแก่กรรม |
| ๑๘๕๗ มกราคม ที่ ๑ | มีเรือกำปั่นพ่อค้าทอดอยู่ในแม่น้ำถึง ๖๐ ลำ เพราะเหตุที่ได้ทำหนังสือสัญญากับต่างประเทศ การค้าขายเจริญขึ้นรวดเร็ว ไม่เคยมีเหมือนเช่นนี้มาแต่ก่อน |
| มีนาคม | นายยิลคัล ผู้รั้งกงสุลอังกฤษกับภรรยา เข้ามาถึง |
| มิถุนายน ที่ ๓ | ดอกเตอ บรัดเล ทูต นำสัญญาทำกับอเมริกันเข้ามาแลก |
| มิถุนายน ที่ ๑๕ | ดอกเตอ บรัดเล ทูต กลับไป |
| มิถุนายน ที่ ๒๕ | ราชทูตไทย (คราวพระยามนตรีสุริยวงษ์) ออกไปเมืองอังกฤษ |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๘ | นายเฮอร์เตีย เข้ามารั้งการกงสุลฝรั่งเศส |
| ธันวาคม ที่ ๘ | เซอร์ รอเบิต จอมเบิค กงสุลอังกฤษเข้ามาถึง |
| ๑๘๕๘ กุมภาพันธ์ ที่ ๘ | สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติพิราไลย |
| ๑๘๕๙ มกราคม ที่ ๒๑ | เจ้าเมืองหมาเก๊า เข้ามาถึง เพื่อจะขอทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีกับโปจุเกต |
| กุมภาพันธ์ | ทำหนังสือสัญญาในระหว่างไทยกับโปจุเกต |
| พฤษภาคม ที่ ๗ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเลี้ยงฝรั่งที่พระที่นั่งใหม่ (คือ หมู่อภิเนาวนิเวศน์ ที่ทรงสร้างตอนหลังพระที่นั่งสุทไธสวรรย์) |
| สิงหาคม ที่ ๒ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาศเมืองตวันตก กระบวนเรือตามเสด็จมาก แต่เรือไฟถึง ๖ ฤๅ ๘ ลำ |
| ธันวาคม ที่ ๑๒ | เซอร์ รอเบิต จอมเบิค กงสุลอังกฤษได้รับอนุญาตให้ขึ้นไปเมืองเชียงใหม่ แล้วเดินทางบกออกไปเมืองเมาะลำเลิง |
| ๑๘๖๐ มีนาคม ที่ ๑๓ | ช่างกลอังกฤษ ชื่อ ชาลส์ วิคส์สี ซึ่งเรียกเข้ามาตั้งเครื่องโรงกระสาปน์ ตกน้ำตาย |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๒๖ | หมอจันดเลซึ่งได้เปนผู้รั้งกงสุลอเมริกัน กลับออกไปอเมริกา |
| มีนาคม ที่ ๒๗ | เกิดอหิวาตกะโรค |
| เมษายน ที่ ๕ | ชักพระศพกรมสมเด็จพระเดชาดิศร |
| เมษายน ที่ ๒๖ | เซอร์ รอเบิต จอมเบิค กงสุลอังกฤษกลับมาถึง |
| พฤษภาคม ที่ ๑๐ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเมืองเพ็ชรบุรี เปนครั้ง ที่ ๒ ในปีนี้ ไปทอดพระเนตรการสร้างพระราชวังบนยอดเขา |
| มิถุนายน ที่ ๑๑ | ช้างเผือกมาถึงจากเมืองนครราชสิมา |
| มิถุนายน ที่ ๒๒ | แห่พระไปเมืองเพ็ชรบุรี |
| มิถุนายน ที่ ๒๔ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเมืองเพ็ชรบุรีครั้งที่ ๓ |
| ตุลาคม ที่ ๑๙ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชัณษา ๕๖ พระราชทานเลี้ยงฝรั่งที่พระที่นั่งใหม่ รุ่งขึ้นเสด็จเมืองเพ็ชรบุรี |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๙ | ดองเกอร์ เดอเทียส ราชทูตฮอลันดาเข้ามาขอทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี |
| ธันวาคม ที่ ๑๗ | ทำหนังสือสัญญาระหว่างไทยกับฮอลันดา |
| ธันวาคม ที่ ๒๓ | ราชทูตฮอลันดากลับไป |
| ๑๘๖๑ กุมภาพันธ์ ที่ ๑๗ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระพุทธบาท |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๒๗ | ไฟไหม้ที่ข้างวัดหงษ์ |
| มีนาคม ที่ ๑ | ช้างเผือกที่ได้ใหม่ล้มที่ (เขาแก้ว) |
| มีนาคม ที่ ๑๒ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้พิมพ์ปดิทิน ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเปนครั้งแรก |
| มีนาคม ที่ ๒๓ | ราชทูตไทย (คราวพระยาศรีพิพัฒน์) ไปเมืองฝรั่งเศส |
| เมษายน ที่ ๑๓ | ฝรั่งประชุมกันที่สถานกงสุลอังกฤษ เพื่อจะทำเรื่องราวถวาย ขอพระราชทานที่สร้างโรงสวดของพวกคฤศตัง ฝ่ายโปรเตสตันต์ |
| พฤษภาคม ที่ ๙ | พระราชทานที่ให้สร้างโรงสวด ฯ (อยู่ริมแม่น้ำในบริเวณข้างใต้อู่บางกอกด๊อกเดี๋ยวนี้) |
| พฤษภาคม ที่ ๑๖ | อเมริกันคน ๑ ชื่อ เรดแมน พยายามจะฆ่าหมอจันดเลกงสุลอเมริกัน กับนายมิลเลอ |
| มิถุนายน ที่ ๑๕ | หมอบรัดเลซื้อกรรมสิทธิหนังสือนิราศลอนดอน มาจากหม่อมราโชไทย (ม.ร.ว. กระต่าย อิศรางกูรณกรุงเทพ ฯ นับเปนการขายกรรมสิทธิหนังสือกันครั้งแรกในเมืองไทย) |
| มิถุนายน | กรมหลวงสรรพศิลป์ปรีชา สิ้นพระชนม์ |
| กรกฎาคม ที่ ๔ | เห็นดาวหาง |
| กรกฎาคม ที่ ๑๗ | เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ ไปเมืองสิงคโปร์ มีเรือไฟที่ต่อในเมืองไทย ลงไปส่งที่ปากน้ำถึง ๗ ลำ (คราวนี้กรมหมื่นวิศณุนารถ แลพระองค์เจ้าคัคณางคยุคลเสด็จด้วย) |
| สิงหาคม ที่ ๑๗ | กรมหลวงวงษาธิราชสนิท ประชวรอัมพาตเบื้องซ้าย |
| สิงหาคม ที่ ๑๙ | เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ กลับจากไปตรวจการเมืองสิงคโปร์ เมืองมละกา เมืองปีนัง มาถึงกรุงเทพ ฯ |
| สิงหาคม | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดให้สร้างถนนใหม่ (คือ ถนนเจริญกรุง) ผ่านไปข้างหลังบ้านฝรั่ง |
| กันยายน ที่ ๙ | สมเด็จพระอรรคมเหษี (คือ สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี) สวรรคต ตามสถานกงสุลแลเรือกำปั่นลดธงไว้ทุกข์หมด |
| ตุลาคม ที่ ๑๘ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชัณษา ๕๗ พระราชทานเลี้ยงฝรั่งในพระราชวัง |
| ตุลาคม ที่ ๒๙ | เจ้าฟ้าอิศราพงษ์สิ้นพระชนม์ |
| พฤศจิกายน ที่ ๖ | เจ้าจอมมารดาแพ พระสนมเอกถึงอสัญกรรมเนื่องต่อประสูตรพระเจ้าลูกเธอ |
| พฤศจิกายน ที่ ๖ | แรกพิมพ์นิราศลอนดอนของหม่อมราโชไทยออกจำหน่าย |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๒ | ดาวพระพุฒเข้าดวงพระอาทิตย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตรที่เขาวังเมืองเพ็ชรบุรี |
| ธันวาคม ที่ ๑๐ | ราชทูตไทยที่ไปเมืองฝรั่งเศสกลับมาถึง |
| ธันวาคม ที่ ๑๒ | คอนต์เอยเลินบรูค์ ราชทูตปรุสเซีย เข้ามาขอทำสัญญาทางพระราชไมตรี |
| ธันวาคม ที่ ๒๑ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานเงินพระคลังข้างที่ ๑๐๐๐ เหรียญ ให้ส่งไปยังแหม่มแคสเวล ซึ่งเปนหม้าย ของหมอแคสเวล ผู้เปนครูสอนภาษาอังกฤษถวายแต่เมื่อยังทรงผนวช ข้อที่ทรงรฦกถึงคุณูประการนี้ ฝรั่งสรรเสริญมาก |
| ๑๘๖๒ กุมภาพันธ์ ที่ ๓ | นายเวสเตอเวลต เข้ามาถึง เข้ารั้งการกงสุลอเมริกัน แทนนายจันดเล |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๗ | คอนต์ เอยเลินบูรค์ ราชทูตปรุสเซีย ทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีกับไทย |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๑๖ | กรมหมื่นเชษฐาธิเบนทร์ สิ้นพระชนม์ |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๑๙ | คอนต์ เอยเลินบูรค์ ราชทูตปรุสเซียกลับไป |
| มีนาคม ที่ ๑๑ | นายอเลกซานเดอ ลูดอน นำหนังสือสัญญามาแลกเปลี่ยน |
| มีนาคม ที่ ๑๖ | เริ่มพิธีโสกันต์ พระเจ้าลูกเธอ ๒ พระองค์ |
| เมษายน ที่ ๑ | พระยาพิศาล ชื่น ถึงอนิจกรรม |
| เมษายน ที่ ๓ | นางลิโอโนเวนส์ ลงมือสอนภาษาอังกฤษสมเด็จพระราชโอรส แลพระเจ้าลูกเธอ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (นางลิโอโนเวลส์นี้ในวังเรียกกันว่า "ยายแหม่ม") |
| เมษายน ที่ ๑๘ | พระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระอรรค มเหษี |
| เมษายน | กองโปลิศที่จัดขึ้นใหม่ ลงมือรักษาน่าที่ตอนสำเพ็ง |
| พฤษภาคม ที่ ๑๒ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จด้วยเรือกลไฟ กลับมาถึงพระนครจากเมืองเพ็ชรบุรี เสด็จคราวนี้เฉลิมพระที่ราชมณเฑียรที่พระนครคิรี แลบรรจุพระธาตุในพระเจดีย์ ศิลาที่ยอดเขามหาสมัณด้วย |
| มิถุนายน ที่ ๒๕ | พระสังฆราชปาลกัว หัวน่าบาดหลวงคฤศตังมรณภาพ |
| กรกฎาคม ที่ ๙ | กรมหลวงวงษาธิราชสนิท มีงานเฉลิมพระชัณษา ๕๔ เลี้ยงฝรั่งที่วัง ในบ่ายวันนั้น พวกฝรั่งพร้อมกัน ไปจัดการแข่งเรือถวายทอดพระเนตรที่น่าวัง |
| สิงหาคม ที่ ๗ | พวกผู้หญิงฝรั่งนัดฝรั่งประชุมเปนครั้งแรก ที่สถานกงสุลอังกฤษ เพื่อปฤกษาจัดการสมาคมของพวกฝรั่งที่อยู่ในกรุงเทพ ฯ |
| กันยายน ที่ ๑ | พระยาวรพงษ์พิพัฒน์ (แย้ม บุนนาค) ถึงอนิจกรรม |
| กันยายน ที่ ๓ | หมู่นี้เห็นดาวหาง |
| กันยายน ที่ ๙ | พวกผู้หญิงฝรั่งนัดประชุมอย่างคราวก่อนที่สถานกงสุลอเมริกัน |
| กันยายน ที่ ๑๘ | ใช้อัฐดีบุกแทนเบี้ย อัฐนี้ไทยทำที่โรงกระสาปน์ |
| ตุลาคม ที่ ๑๘ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชัณษา ๕๘ พระราชทานเลี้ยงฝรั่งตามเคย |
| พฤศจิกายน ที่ ๔ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จไปประพาศเมืองลพบุรี กลับมาถึงพระนคร |
| พฤศจิกายน ที่ ๘ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเรือกลไฟเสด็จไปประพาศอ่างหิน |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๘ | พวกผู้หญิงฝรั่งมีการประชุมเปนครั้งที่ ๓ ที่สถานกงสุลอังกฤษ |
| พฤศจิกายน ที่ ๒๖ | พระราชทานเพลิงพระยาวรพงษ์พิพัฒน์ |
| ธันวาคม ที่ ๑๔ | กรมหมื่นวิศนุนารถนิภาธร สิ้นพระชนม์ |
| ๑๘๖๓ มกราคม ที่ ๑๕ | เสร็จงานโสกันต์ พระเจ้าลูกเธอ |
| มกราคม ที่ ๒๕ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จด้วยเรือกลไฟไปประพาศเมืองเพ็ชรบุรี |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๗ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จกลับจากเมืองเพ็ชรบุรี |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๑๔ | มองสิเออ ยูล์สะนล กงสุลฝรั่งเศสคนใหม่เข้ามาถึง |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๑๖ | กงสุลฝรั่งเศสคนใหม่กับลูกจ้างไทย ๔ - ๕ คน ถือมีดไปเที่ยวตลาดสำเพ็ง โปลิศจับด้วยไม่รู้ว่ากงสุล เกิดเปนผลถุ้งเถียงกับรัฐบาล ลงปลายตกลงกันเรียบร้อย |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๒๐ | เรือรบรูเซีย แรกเข้ามาเมืองไทย ๒ ลำ |
| เมษายน ที่ ๒ | ช้างเผือกเข้ามาถึงอิกตัว ๑ |
| เมษายน ที่ ๒๓ | เรือรบฝรั่งเศสเข้ามาถึง เชิญเครื่องราชอิศริยาภรณ์ เลยอง ดอเนอร์ มาถวาย |
| พฤษภาคม ที่ ๑๐ | นายพันริบูล ทูตฝรั่งเศส ถวายเครื่องราช อิศริยาภรณ์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| พฤษภาคม ที่ ๑๓ | ถวายเครื่องราชอิศริยาภรณ์ฝรั่งเศส แก่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| มิถุนายน ที่ ๓ | เรือรบฮอลันดามาถึง เชิญพระราชสาส์นแลเครื่องราชบรรณาการ สมเด็จพระเจ้าวิลเลียมที่ ๓ มาถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| มิถุนายน ที่ ๑๐ | ราชทูตฮอลันดาเข้าเฝ้า |
| มิถุนายน ที่ ๒๖ | ฝังศพมองสิเออ ยูล์สะนล กงสุลฝรั่งเศส |
| กรกฎาคม ที่ ๙ | กรมหลวงวงษาธิราชสนิท เฉลิมพระชัณษา ๕๖ เลี้ยงโต๊ะประทานพวกฝรั่ง |
| กรกฎาคม ที่ ๑๑ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จเรือกลไฟไปอ่างหิน แล้วเสด็จไปทรงปิดทองพระที่บางพระ |
| กรกฎาคม ที่ ๒๐ | พวกฝรั่งโปรเตสตันต์ ประชุมเรี่ยรายเงินสร้างวัดฝรั่งซึ่งยังค้างอยู่สำเร็จได้ |
| สิงหาคม | เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ไปด้วยเรือกลไฟโวแลนต์ล่วงน่าไปจัดการรับเสด็จที่เมืองสงขลา |
| สิงหาคม ที่ ๒๓ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จด้วยเรือกลไฟประพาศเมืองสงขลา |
| กันยายน ที่ ๒๐ | (เสด็จกลับแล้ว) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประชวรพระโรคจุกเสียดพระอาการมากถึงตามหมอฝรั่ง แต่เมื่อหมอฝรั่งเข้าไปถึงท้องพระโรง หมอไทยแก้พระอาการหายแล้ว หมอบรัดเลทราบว่าตั้งพระโอสถประกอบด้วยดีงู |
| กันยายน ที่ ๒๒ | ได้ข่าวว่าฝรั่งเศสลอบไปทำหนังสือสัญญากับกรุงกัมพูชา |
| ตุลาคม ที่ ๑๙ | เฉลิมพระชัณษา ๕๙ โปรดให้เลี้ยงโต๊ะพระราชทานพวกฝรั่ง ในพระราชวัง เลี้ยงที่ใหม่กว้างขวางดีกว่าแต่ก่อน วันเฉลิมพระชัณษาที่ ๑๘ แต่เปนวันอาทิตย์จึงโปรดให้เลี้ยงวันนี้ |
| ๑๘๖๔ มกราคม ที่ ๒๐ | เจ้าพระยานิกรบดินทร ที่สมุหนายกถึง อสัญกรรม |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๑๖ | เริ่มงานพระเมรุสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิงจันทรมณฑล |
| มีนาคม ที่ ๑๖ | เปิดถนนทำใหม่ (คือ ถนนเจริญกรุง) |
| มีนาคม ที่ ๓๐ | เซอรอเบิต จอมเบิค กงสุลอังกฤษกลับไปยุโรป |
| มิถุนายน ที่ ๑๓ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไปรับช้างเผือกที่กรุงเก่า (คือ นางพระยาศิวโรจน์) |
| กรกฎาคม ที่ ๒๘ | หนังสือพิมพ์ชื่อสยามไตมส์ออกครั้งแรก |
| สิงหาคม ที่ ๒๔ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแต่งงานหลานเธอ หม่อมเจ้าชายบงกช ในกรมหมื่นมเหศวรกับหม่อมเจ้าหญิงจันทร ในกรมหมื่นวิศณุนารถ มีงานหลายวัน |
| สิงหาคม ที่ ๒๗ | น้ำในแม่น้ำแดงเหมือนสีอิฐอยู่ ๓ วัน |
| ตุลาคม ที่ ๑๘ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชัณษา ๖๐ คนทั้งหลายพากันมีความยินดีแต่งประทีปจุดดอกไม้ไฟ แลมีมโหรศพหลายวัน โปรดให้เลี้ยงโต๊ะ พระราชทานฝรั่งที่ในพระบรมมหาราชวัง กลับได้ความรำคาญพระราชหฤไทยด้วยพวกกงสุลรังเกียจ ไม่อยากนั่งโต๊ะกับพวกพ่อค้า |
| พฤศจิกายน ที่ ๒๑ | มีกำปั่นพ่อค้าทอดอยู่ในลำแม่น้ำพร้อมกันถึง ๑๐๐ ลำ ไม่เคยมีมากเหมือนอย่างนี้มาแต่ก่อน เรือเหล่านี้มาซื้อเข้าสารจะไปขายเมืองจีน เปนเหตุให้ราคาเข้าสารขึ้นทันที จนถึงเกวียนละ ๑๒๐ บาท แลเกวียนละ ๑๒๕ บาท ไม่เคยมีราคาเท่านี้มาแต่ก่อน |
| พฤศจิกายน ที่ ๒๕ | ประกาศปิดเข้าไม่ให้บรรทุกออกนอก พระราชอาณาจักรมีกำหนดเจ็ดเดือน |
| ๑๘๖๕ มกราคม ที่ ๑๖ | เสร็จงานโสกันต์พระเจ้าลูกเธอที่เมืองเพ็ชรบุรี |
| มกราคม ที่ ๑๖ | หนังสือพิมพ์บางกอกริคอเดอ กลับออกใหม่เดือนละครั้ง |
| มกราคม ที่ ๒๕ | ลงมือห้ามไม่ให้จำหน่ายเข้าออกนอกพระราชอาณาจักร กำหนด ๗ เดือน |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๑๓ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาศเมืองกาญจนบุรี |
| เมษายน ที่ ๑๗ | ไทยเลิกหนังสือสัญญากับเขมร แลทำสัญญากับฝรั่งเศสด้วยเรื่องเมืองเขมร |
| พฤษภาคม ที่ ๑ | หนังสือพิมพ์บางกอกริคอเดอ พิมพ์สำเนาหนังสือสัญญา ซึ่งมองสิเออโอบะเรต์กงสุลฝรั่งเศสทำกับนายอากรสุรา (โดยพลการ) เกิดปลาดใจกันมาก ทั้ง ๒ ฝ่ายก็ไม่ทราบว่าหนังสือพิมพ์ได้สำเนามาอย่างไร |
| กรกฎาคม ที่ ๑๐ | กรมหลวงวงษาธิราชสนิท เฉลิมพระชัณษา ๕๗ เลี้ยงโต๊ะฝรั่ง |
| กรกฎาคม ที่ ๑๑ | ไฟไหม้ที่ตำบลคอกควาย |
| สิงหาคม ที่ ๒๒ | เลิกห้ามเข้าออกจากพระราชอาณาจักร |
| กันยายน ที่ ๕ | มองซิเออ โอบะเรต์ กงสุลฝรั่งเศสไปยุโรป |
| กันยายน ที่ ๙ | นายเยมส์ มดิสัน ฮูด กงสุลอเมริกันมาถึง |
| ตุลาคม ที่ ๑๕ | มองสิเออ กราปิเนต์ผู้รั้งกงสุลฝรั่งเศสมาถึง |
| ตุลาคม ที่ ๑๘ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชัณษา ๖๑ โปรดให้เลี้ยงฝรั่งตามเคย ทรงได้ความรำคาญอิก คราวนี้จัดโต๊ะเลี้ยง ๒ โต๊ะ ให้พวกกงสุลนั่งโต๊ะ ๑ พวกพ่อค้านั่งโต๊ะ ๑ พวกพ่อค้าว่าเลวไปไม่พอใจ |
| ๑๘๖๖ มกราคม ที่ ๑ | วันต้นพระราชพิธีโสกันต์ สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ สมเด็จพระบรมราชโอรส |
| มกราคม ที่ ๗ | พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคตพระชัณษา ๕๘ |
| มกราคม ที่ ๑๖ | น้องหญิงของเจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์อสัญกรรม อายุ ๔๗ (ชื่อ เจ้าคุณหรุ่น เรียกกันว่า เจ้าคุณน้อย) |
| มกราคม ที่ ๓๐ | เรือรบอังกฤษ ชื่อ โคเคต พาทอมัส ยอช นอกส์ เปนกงสุลเยเนอราลอังกฤษเข้ามาถึง (นายนอกส์ คนนี้เดิมเปนนายทหารอังกฤษ รับราชการอยู่อินเดีย ละราชการทหารอังกฤษ มาเมืองไทยเมื่อค.ศ. ๑๘๕๑ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว จ้างไว้เปนครูทหารวังน่า จน ค.ศ. ๑๘๕๗ กลับรับราชการอังกฤษเปนล่ามที่ ๑ ในสถานกงสุล) |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๑ | หมอจันดเล เข้ารับราชการในรัฐบาลไทยสำหรับเปนครูสอนภาษาอังกฤษ แลเปนผู้แปลหนังสืออังกฤษ ของเจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ |
| มีนาคม ที่ ๓๑ | เผาศพ (เจ้าคุณหรุ่น) น้องหญิงของเจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ |
| เมษายน ที่ ๓ | นายปอล เลสเลอร์ กงสุลปรุสเซีย กลับมาถึง นายฮูต กงสุลอเมริกัน ขายสมบัติของหมอจันดเลที่เปนกงสุลอยู่ก่อนสำเร็จ (กงสุลฮูตคนนี้ แล้วเกิดวิวาทกับพวกอเมริกัน) |
| เมษายน ที่ ๑๒ | เรือไฟของไทยลำ ๑ ชื่อสยาม ถึงอับปางใน ทเลระหว่างเมืองเมาะลำเลิง กับเมืองกาละกัตตา |
| เมษายน ที่ ๒๔ | รัฐบาลไทยทำหนังสืออนุญาตให้สร้างสายโทรเลขแต่เมืองร่างกุ้งผ่านแดนไทยลงมา เมืองสิงคโปร์ แลมีสายแยกมากรุงเทพ ฯ |
| เมษายน ที่ ๒๕ | สถานกงสุลอเมริกัน ย้ายเปนครั้งที่ ๑๐ เดี๋ยวนี้มาเช่าตึกของห้างปิเกนแป๊กอยู่ |
| พฤษภาคม ที่ ๙ | พระยาเพ็ชร์ปาณี (นก) ผู้พิพากษาคน ๑ ในศาลต่างประเทศ ถึงอนิจกรรม |
| มิถุนายน ที่ ๑๑ | พระยามนตรีสุริยวงษ์ (ชุ่ม) น้องเจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ ถึงอสัญกรรม |
| มิถุนายน ที่ ๓๐ | มองสิเออ โอบะเรต์ กงสุลฝรั่งเศส กลับมาถึง |
| กรกฎาคม ที่ ๑๗ | พระยาอภัยสงคราม น้องต่างมารดาเจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ ถึงอนิจกรรม |
| กันยายน ที่ ๓ | พระเจ้ากาวิโลรส พระเจ้าเชียงใหม่ กับพวกประมาณ ๑๐๐ คน ลงเรือไฟไปเที่ยวทเล เมาคลื่นไปไม่ได้ต้องกลับ |
| กันยายน ที่ ๑๑ | กงสุลอเมริกันพาพวกมิชชันนารี ไปหาเจ้าเชียงใหม่ที่น่าวัดแจ้ง ขออนุญาตไปต้องสอนสาสนา คฤศตังที่เมืองเชียงใหม่ พระเจ้าเชียงใหม่อนุญาต |
| กันยายน ที่ ๑๘ | โจทย์กันว่าพระบางปาฏิหาร ที่วัดสามปลื้ม |
| ตุลาคม ที่ ๑๐ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเรือกลไฟเสด็จประพาศถึงเมืองนครสวรรค์ (ที่จริงเสด็จเพียงเขาธรรมามูล เมืองไชยนาท) |
| ตุลาคม ที่ ๒๕ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเรือกลไฟพระที่นั่ง (อรรคราชวรเดช) เสด็จไปประพาศเมืองพิศณุโลก |
| ตุลาคมที่ ๒๖ | นาย ร.ศ.สก๊อต นำเครื่องแก๊ส คือประทีปจุดด้วยลม เข้ามาใช้ในกรุง ฯ ครั้งแรก |
| พฤศจิกายน ที่ ๗ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จกลับจากเมืองพิศณุโลก |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๒ | นายแดเนียล วินเซอร์ เลขานุการของเจ้าพระยาพระคลัง คุมของไทยไปตั้งแสดงพิพิธภัณฑ์ ที่ปารีส กับขุนสมุทโคจร (พุ่ม คือ เจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ ในรัชกาลที่ ๕) |
| ธันวาคม ที่ ๑๐ | พระยาบุรุษ (คือ เจ้าพระยามหินทร) ซื้อโรงสีไฟของห้างสก๊อต |
| ธันวาคม ที่ ๒๔ | มองสิเออ โอบะเรต์ กงสุลฝรั่งเศส ฟ้องหมอบรัดเล เจ้าของหนังสือพิมพ์บางกอกริคอเดอหาว่าหมิ่นประมาทโดยกล่าวว่า มองสิเออ โอบะเรต์ ขอให้รัฐบาลไทยเอาเจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ออกจากอรรคมหาเสนาบดี เรียกค่าทำขวัญจากหมอบรัดเล ๑๕๐๐ เหรียญ |
| ๑๘๖๗ มกราคม ที่ ๒ | นายร้อยเอก แบค นายทหารช่างอังกฤษเข้ามาถึง เพื่อการทำแผนที่เขตรแดนกรุงสยามต่อกับเมืองพม่าของอังกฤษ |
| มกราคม ที่ ๑๖ | หนังสือพิมพ์บางกอกริคอเดอ ลงความขอขะมามองสิเออ โอบะเรต์ กงสุลฝรั่งเศส ในเรื่องได้ลงพิมพ์ว่าขู่รัฐบาลสยาม อันเปนเหตุให้มองสิเออ โอบะเรต์ ฟ้องนั้น |
| หนังสือพิมพ์บางกอกริคอเดอ ออกคราวหลังนี้ ๒ ปี มาหยุดเพียงนี้ | |
| มกราคม ที่ ๑๘ | พระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ เปนราชทูตออกไปเมืองฝรั่งเศส (เรื่องกงสุลโอบะเรต์วุ่นวายทำหนังสือสัญญาเรื่องสุรา) |
| มกราคม ที่ ๒๕ | กรมหมื่นอุดมรัตนราษี สิ้นพระชนม์ |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๒ | นาย ฮูต กงสุลอเมริกัน เปิดศาลชำระความเรื่องมองสิเออ โอบะเรต์ กงสุลฝรั่งเศส หาว่าหมอบรัดเลหมิ่นประมาท ในหนังสือพิมพ์บางกอกริคอเดอ เรียกค่าทำขวัญ ๑๕๐๐ เหรียญ คดีเรื่องนี้นัดเลื่อนมา ๒ ครั้ง จำเลยแก้ว่าไม่เปนหมิ่นประมาท เพราะลงด้วยมีเหตุอันสมควร ด้วยไทยพากันตกใจในเรื่องนี้ อ้างจดหมายของนางลิโอโนเวนส์ ครูสอนหนังสืออังกฤษในพระราชวังรับว่าได้ยินไทยโจทย์กันมาก ว่า มองสิเออ โอบะเรต์ ขู่รัฐบาลจริง |
| ศาลกงสุลอเมริกันตัดสิน ให้หมอบรัดเลแพ้ แต่ยกข้อกรุณาว่า เพราะหมอบรัดเลลงพิมพ์โดยเชื่อว่า ความนั้นเปนความจริง มิได้แกล้งประการ ๑ หมอบรัดเลเปนคนชราแลยากจนประการ ๑ แลเปนผู้ที่ได้ทำคุณมาแก่บ้านเมืองประการ ๑ จึงปรับให้ทำขวัญเพียง ๑๐๐ เหรียญ | |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๖ | ได้ข่าวว่าเกิดจลาจล ที่กรุงกัมพูชา |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๘ | พระยาจุฬาราชมนตรี (น้อย) ถึงอนิจกรรม |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๑๗ | พระราชทานเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๑๙ | ฝรั่งในกรุงเทพ ฯ เรี่ยรายกันเปนเงิน ๓๐๐ บาท ส่งไปให้หมอบรัดเล ให้เสียค่าแพ้ความกงสุลฝรั่งเศส เปนการแสดงความสงสาร แลเข้าด้วย หมอบรัดเล |
| มีนาคม ที่ ๘ | พระราชทานเพลิงพระศพ กรมหมื่นอุดมรัตนราษี |
| มีนาคม ที่ ๑๕ | นายนอกส์ กงสุลอังกฤษไปเมืองนอก (ทางนี้นายอาลบาสเตอ รักษาการแทน) |
| เมษายน ที่ ๑ | หมอแดเนียล แมกกิลวารี มิชชันนารีขึ้นไปถึงเมืองเชียงใหม่ (มิชชันนารีอเมริกันไปตั้งเมืองเชียงใหม่เปนครั้งแรก) |
| พฤษภาคม ที่ ๒๒ | หนังสือพิมพ์สยาม วีกลี มอนิเตอร์ ออกครั้งแรก |
| พฤษภาคม ที่ ๓๐ | ราวนี้ นาย ฮูต กงสุลอเมริกัน ออกหนังสือรับจีนอยู่ในร่มธงอเมริกัน |
| มิถุนายน ที่ ๒๘ | หมอฮอลันดา ชื่อ โฮเคนสตระเตน (ซึ่งเรียกกันภายหลังว่า หมอแก่) เปนหมอรักษาในตาเข้ามาถึง (หมอนี้ได้ผ่าต้อรักษาพระเนตรกรมหมื่นภูมินทรภักดี แลผ่าต้อเจ้าพระยาทิพากรวงษ์) |
| กรกฎาคม ที่ ๕ | นางลิโอโนเวนส์ กับบุตร (คือ นายหลุย ลิโอโนเวนส์) กลับไปเมืองนอก |
| กรกฎาคม ที่ ๒๕ | กรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ สิ้นพระชนม์ |
| กรกฎาคม ที่ ๒๙ | มองสิเออ โอบะเรต์ กงสุลฝรั่งเศสไปเมืองนอก (เลยเสียจริต) |
| กรกฎาคม ที่ ๓๑ | หม่อมราโชไทย (ม.ร.ว. กระต่าย) ถึงอนิจกรรม |
| สิงหาคม ที่ ๒๐ | โปรดให้หมอจันดเล เปนครูสอนภาษาอังกฤษถวายสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ |
| กันยายน ที่ ๑๙ | พระราชทานเพลิงศพ หม่อมราโชไทยที่วัดแจ้ง |
| กันยายน ที่ ๒๖ | พระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ราชทูต กลับมาจากเมืองฝรั่งเศส |
| ตุลาคม ที่ ๑๐ | กรมหมื่นอลงกฎกิจปรีชา สิ้นพระชนม์ |
| พฤศจิกายน ที่ ๔ | มองสิเออ เดอ เบลกูรต์ ราชทูตฝรั่งเศสเข้ามาถึง (มาแลกหนังสือสัญญา) |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๐ | ฝรั่งเศส ๒ คน ไปยิงนก ในวัดเทวราชกุญชรถูกพระตีเจ็บป่วยสาหัส |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๒ | ดองโยเซ ฮอรตาโปจุเกต เจ้าเมืองหมาเก๊าเข้ามา |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๕ | เริ่มงานโสกันต์พระเจ้าลูกยาเธอ ๖ พระองค์ (ที่จริงเปน ๒ คราว คือ พระองค์เจ้าคัคณางคยุคล พระองค์เจ้าศุขสวัสดิ์ พระองค์เจ้าทวีถวัลยลาภ งาน ๑ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ พระองค์เจ้าอรุณวดี พระองค์เจ้าศิริในสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนบำราบปรปักษ์ อิกงาน ๑ แต่งานต่อติดกัน) |
| พฤศจิกายน ที่ ๒๓ | เจ้าพระยาพระคลัง (คือ เจ้าพระยาทิพากรวงษ์) แรกจำหน่ายหนังสือแสดงกิจจานุกิจฉบับพิมพ์ด้วยพิมพ์หิน |
| พฤศจิกายน ที่ ๒๔ | แลกหนังสือสัญญาเรื่องสุรากับฝรั่งเศส เปนอันเสร็จข้อซึ่งถุ้งเถียงกันมาช้านาน |
| ธันวาคม ที่ ๖ | เจ้าพระยาภูธราภัย ทำบุญอายุ ๖๐ มี งานใหญ่ |
| ธันวาคม ที่ ๑๘ | เจ้าพระยาพระคลังเปิดตึกอาไศรยสถานที่อ่างหิน |
| ธันวาคม ที่ ๒๓ | เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ ทำบุญอายุ ๖๐ มีงานใหญ่ |
| ธันวาคม ที่ ๒๕ | หนังสือพิมพ์สยามวิกลีมอนิเตอร์ ลงพิมพ์ประจานความชั่วร้ายของนายฮูต กงสุลอเมริกัน |
| ธันวาคม ที่ ๓๐ | นายฮูต กงสุลเอมริกัน ขายเลหลังสิ่งของ ๆ ตนแล้วกลับไปเมืองนอก |
| ๑๘๖๘ มกราคม ที่ ๑๓ | พระราชทานเพลิงพระศพ กรมหมื่นอลงกฏกิจปรีชา |
| มกราคม ที่ ๑๓ | เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ เลี้ยงโต๊ะพวกกงสุลแลชาวต่างประเทศ |
| มกราคม ที่ ๑๕ | นายร้อยเอกแบ๊ค นายทหารอังกฤษ ไปทำแผนที่กลับมาถึง |
| มกราคม ที่ ๑๙ | พระราชทานเพลิงพระศพ พระองค์เจ้าดารา พระมารดาเจ้าฟ้าอิศราพงษ์ |
| มกราคม ที่ ๒๙ | เจ้าพระยาทิพากรวงษ์ จักษุมืด กราบถวายบังคมลา ออกจากตำแหน่งเสนาบดีว่า การต่างประเทศ โปรดให้กรมขุนวรจักรธรานุภาพเปนแทน |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๒๑ | เรือไฟชื่อกลาโหม (ของพระยาภูเก็จ) แรกเข้ามาเดินระหว่างกรุงเทพ ฯ กับสิงคโปร์ |
| มีนาคม ที่ ๑๐ | ฉลองวัดหงษ์ |
| มีนาคม ที่ ๑๕ | เลื่อนกรมสมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ เปนกรมขุนพินิตประชานารถ |
| มีนาคม ที่ ๒๔ | พระราชทานเลี้ยงโต๊ะฝรั่งที่รับราชการ ในงานปีใหม่ |
| เมษายน ที่ ๕ | พระยาไทรบุรี (อะหมัด) เข้ามาเฝ้า ฯ |
| เมษายน ที่ ๒๕ | โสกันต์พระเจ้าลูกเธอ ๒ พระองค์ หม่อมเจ้าหลานเธอองค์ ๑ (สืบได้ความว่าโสกันต์คราวนี้ พระเจ้าลูกเธอ คือ พระองค์เจ้าเกษมสันต์โสภาคย์ พระองค์เจ้ากมลาศเลอสรรค์ แต่หลานเธอนั้นเปน ๓ คือ พระองค์เจ้าพรหมเมศ ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กับหม่อมเจ้าเจ๊ก หม่อมเจ้าหญิงกลาง ในกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ รวม ๕ ด้วยกัน) |
| เมษายน ที่ ๒๙ | นายมูร ออกจากตำแหน่งกงสุลโปจุเกต กลับไปเมืองนอก |
| พฤษภาคม ที่ ๑๑ | เรือรบฝรั่งเศส ชื่อเฟริลอง ออกจากกรุงเทพ ฯ ไปเที่ยวตรวจหาที่สำหรับโหรฝรั่งเศสจะมาดูสุริยอุปราคาหมดดวง |
| พฤษภาคม ที่ ๒๐ | เรือรบ เฟริลอง ตรวจหาที่ได้แล้ว กลับมาถึง |
| พฤษภาคม ที่ ๒๕ | นายร้อยเอก ตักเกอ กับนายร้อยโทปูล ไปตรวจทำแผนที่ (เขตรแดนไทยกับอังกฤษตอนแขวง) เมืองเชียงใหม่ ๙ เดือนกลับมาถึง |
| มิถุนายน ที่ ๘ | เรือรบอเมริกัน ชื่อ อุนาดิลา เข้ามาถึง เปนเรือรบอเมริกันลำแรกที่ได้เข้ามาในแม่น้ำ |
| มิถุนายน ที่ ๑๗ | เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ ปลงศพภรรยาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงษ์คน ๑ ที่วัดดอกไม้ (สืบได้ความว่า ชื่อ หม่อมปราง เปนมารดา พระยาราชานุประพันธ์โต) |
| มิถุนายน ที่ ๑๗ | ชักธงเยอรมันเหนือ เปนครั้งแรกในกรุง ฯ |
| มิถุนายน ที่ ๒๙ | พระยาเทพประชุน (คือ เจ้าพระยาภาณุวงษ์) เปนข้าหลวงไประงับวุ่นวายที่เมืองภูเก็จ ทำการสำเร็จกลับเข้ามาถึง |
| กรกฎาคม ที่ ๓ | ทำหนังสือสัญญากับอังกฤษ กำหนดเขตรแดนกรุงสยามกับแดนพม่าของอังกฤษ |
| กรกฎาคม ที่ ๑๐ | กรมหลวงวงษาธิราชสนิท เฉลิมพระชัณษา ๖๑ พวกฝรั่งมีแข่งเรือถวายที่ปากน้ำ |
| กรกฎาคม ที่ ๒๐ | เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ ถวายเรือรบสยามูปรัสดัมภ์ ซึ่งต่อขึ้นใหม่ |
| กรกฎาคม ที่ ๒๖ | มองสิเออ คอรส์ กงสุลฝรั่งเศสเข้ามาถึง |
| กรกฎาคม ที่ ๒๙ | เสด็จลงทอดพระเนตรเรือสยามูปรัสดัมภ์ แลพระราชทานบำเหน็จแก่เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ |
| สิงหาคม ที่ ๘ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จจากกรุงเทพ ฯ ไปทอดพระเนตรสุริยอุปราคาหมดดวง (ที่ตำบลหว้ากอ แขวงจังหวัดประจวบ คีรีขันธ์) |
| สิงหาคม ที่ ๑๘ | มีสุริยอุปราคาหมดดวง มืดอยู่ถึง ๖ นาที กับ ๔๖ วินาที |
| สิงหาคม ที่ ๑๙ | ซินยอเวียนา มาเปนกงสุลเยเนราลโปจุเกต |
| สิงหาคม ที่ ๒๔ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จกลับจากหว้ากอ |
| สิงหาคม ที่ ๒๙ | หนังสือพิมพ์สยามวิกลีมอนิเตอร์ หยุดพิมพ์ |
| สิงหาคม ที่ ๓๐ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประชวรมาหลายวัน เรียกหมอแคมเบล กับหมอบรัดเลเข้าไปปฤกษากับแพทย์หลวง แต่หาได้เข้าไปตรวจพระอาการไม่ |
| กันยายน ที่ ๑ | ได้ข่าวว่าผู้ที่ไปตามเสด็จกลับมาเปนไข้ตายสัก ๔ - ๕ คน |
| กันยายน ที่ ๑ | ไฟไหม้ที่ตลาดวัดเกาะ (เนื่องในเรื่องจับฝิ่นเถื่อน) |
| กันยายน ที่ ๑๒ | เรียกหมอแคมเบล แลหมอบรัดเล เข้าไป ปฤกษาอาการพระประชวร กับแพทย์หลวงอิก |
| กันยายน ที่ ๑๔ | นายอาลบาสเตอ ผู้แทนกงสุลอังกฤษ เกิดวิวาทกับเจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ เรื่อง (สมบัติคนในร่มธงอังกฤษต้อง) ไฟไหม้ที่วัดเกาะ |
| กันยายน ที่ ๑๕ | หมอสมิทออกหนังสือพิมพ์ข่าวรายวัน เรียกชื่อ สยามเดลี แอดเวอไตเซอ |
| กันยายน ที่ ๑๙ | เรียกหมอแคมเบล แลหมอบรัดเล เข้าไป ปฤกษากับแพทย์หลวงที่ในท้องพระโรง หมอแคมเบลได้เข้าไปตรวจพระอาการ แต่ไม่ได้ตั้งพระโอสถ |
| กันยายน ที่ ๒๕ | กรมขุนราชสีหวิกรมประชวรไข้ เนื่องมาแต่ไปตามเสด็จที่หว้ากอ สิ้นพระชนม์ |
| ตุลาคม ที่ ๑ | พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สวรรคตพระชัณษาได้ ๖๔ เสวยราชย์ได้ ๑๘ ปี สมเด็จพระราชโอรส เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ เสด็จผ่านพิภพกรมหมื่นบวรวิไชยชาญ เปนพระมหาอุปราช |
| ตุลาคม ที่ ๑๓ | ออกหมายประกาศ เรียกอัฐดีบุกคืน |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๑ | บรมราชาภิเศก พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาจุฬาลงกรณ์ |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๕ | เรือรบอังกฤษ ชื่อ สลามิส มาถึง นายพลเรือเกปเปล กับกงสุลเยเนราล นอกส์ มาด้วยในเรือนี้ |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๘ | แห่เสด็จเลียบพระนคร |
| พฤศจิกายน ที่ ๒๕ | อุปราชาภิเศก กรมพระราชวังบวร ฯ |
| ธันวาคม ที่ ๖ | เจ้าพระยาภูธราภัย ทำบุญอายุ ๖๑ |
| ธันวาคม ที่ ๙ | ไฟไหม้ที่บ้านหม้อ |
| ธันวาคม ที่ ๒๓ | เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ทำบุญอายุ ๖๑ พวกฝรั่งเข้ากันทำของตั้งกลางโต๊ะ เปนรูปประภาคารเงินให้เปนของขวัญ |
| ๑๘๖๙ มกราคม ที่ ๑ | หมอสมิทออกหนังสือพิมพ์ ชื่อ สยาม เรโปสิตอรี |
| มกราคม ที่ ๑๙ | เปิดคลองยี่สาน (แต่สมุทสงครามไปเพ็ชรบุรี) |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๑๑ | กรมพระราชวัง ฯ เสด็จไป (ตรวจป้อม) เมืองจันทบุรี ๑๒ วัน กลับมาถึงกรุงเทพ ฯ |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๒๑ | พระราชทานเพลิงพระศพกรม ขุนราชสีหวิกรมที่วัดแจ้ง |
| มีนาคม ที่ ๖ | ผู้ร้ายฆ่าพระธรรมเจดีย์ อายุ ๘๗ ปี ที่วัดโพธิ์ |
| เมษายน ที่ ๑๑ | เรือสยามูปรัสดัมภ์ ไปเมืองตรังกานู (กลับวันที่ ๒๕) |
| เมษายน ที่ ๒๘ | เรือรบออสเตรีย ชื่อ ดองนา พาราชทูต ออสเตรียมาขอทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี |
| เมษายน ที่ ๒๘ | รับพระราชสาส์น สมเด็จพระราชินีวิกตอเรียมีมาถวายสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ใหม่ วิธีรับพระราชสาส์น จัดอย่างใหม่ (เลิกแห่) |
| พฤษภาคม ที่ ๔ | บารอน แอนทอนี เปทส์ ราชทูตออสเตรียเข้าเฝ้า ฯ |
| พฤษภาคม ที่ ๑๓ | ประหารชีวิตรผู้ร้ายที่ฆ่าพระธรรมเจดีย์ ๕ คน |
| พฤษภาคม ที่ ๑๗ | ทำหนังสือสัญญาระหว่างกรุงสยามกับออสเตรีย |
| มิถุนายน ที่ ๑๘ | ประหารชีวิตรอ้ายนาก อ้ายกล่อม ผู้ร้ายฆ่ากัปตันสมิท |
| มิถุนายน ที่ ๒๗ | ประกาศตั้งเจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ เปนผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน พร้อมกับตั้งเจ้าพระยาทิพากรวงษ์ สำเร็จราชการต่างประเทศ พระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ เปนเจ้าพระยาที่สมุหพระกลาโหม พระยาเทพประชุน เปนเจ้าพระยาภาณุวงษ์ ว่าการต่างประเทศ |
| กรกฎาคม ที่ ๕ | พระราชทานเพลิงพระศพกรมหมื่นอมรมนตรี |
| กรกฎาคม ที่ ๒๙ | จับฝิ่นเถื่อนได้ที่เรือใบอังกฤษชื่อควีนสแลนต์ ฝิ่นดิบ ๔๐๐ ก้อน ฝิ่นสุก ๕๘๐๐ ตำลึง |
| สิงหาคม ที่ ๒๐ | หมอสมิทออกหนังสือพิมพ์ สยาม วิกลี แอตเวอไตเซออิก หนังสือพิมพ์นี้ออกแล้วต้องหยุดมา ๓ คราว |
| กันยายน ที่ ๑ | รับพระราชสาส์นสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินปรุสเซียแทนสมาคมเยอรมันฝ่ายเหนือ |
| กันยายน ที่ ๗ | เรือสยามู ฯ ไปเมืองตรังกานูอิก |
| กันยายน ที่ ๑๒ | พระเจ้าเชียงใหม่กาวิโลรสสุริยวงษ์ ประหารชีวิตรลาวที่เข้ารีตเสีย ๒ คน พวกมิชชันนารีตกใจกันมาก |
| กันยายน ที่ ๑๔ | พระพิมลธรรม (ยิ้ม) วัดโพธิ์มรณภาพ |
| กันยายน ที่ ๒๐ | เจ้าพระยาภาณุวงษ์เลี้ยงโต๊ะกงสุลแลฝรั่งอื่น (ในงานเฉลิมพระชัณษา) |
| กันยายน ที่ ๒๑ | รับพระราชสาส์นสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินโปจุเกต |
| กันยายน ที่ ๒๗ | ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินเลี้ยงโต๊ะกงสุลแลฝรั่งอื่น |
| กันยายน ที่ ๒๙ | เจ้าพระยาพลเทพ (หลง) ถึงอสัญกรรม |
| กันยายน ที่ ๓๐ | นายพล ปาตริช กงสุลอเมริกันเข้ามาถึง |
| ตุลาคม ที่ ๑๘ | กรมหลวงวงษาธิราชสนิท เสด็จขึ้นไปประทานกฐินเมืองพิศณุโลก |
| ตุลาคม ที่ ๒๐ | นายพล ปาตริช ถวายอักษรสาส์นของประธานาธิบดียุไนเตดเสตต อเมริกา |
| ตุลาคม ที่ ๒๐ | จับฝิ่นเถื่อนได้ในเรือเจ้าพระยา เมื่อจับต่อสู้กันขึ้น |
| พฤศจิกายน ที่ ๕ | พวกมิชชันนารี พร้อมกันแต่งให้นายแมกดอนัลด์ กับนายยอช มิชชันนารีขึ้นไปเมืองเชียงใหม่ เพื่อขึ้นไปเยี่ยมถามข่าวพวกมิชชันนารีในเหตุที่พระเจ้ากาวิโลรสฆ่าลาวเข้ารีต |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๔ | มองสิเออ ดิลอง เข้ามาเปนกงสุลฝรั่งเศส |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๕ | รัฐบาลให้หลวงพิบูลย์สมบัติขึ้นไปเปนเพื่อน มิชชันนารี ๒ คน ที่ไปเชียงใหม่ |
| พฤศจิกายน ที่ ๒๓ | ไฟไหม้โรงสีของไทย ที่คลองผดุงกรุงเกษม |
| พฤศจิกายน ที่ ๒๙ | หมอฮอลันดา ชื่อ โฮเคนสตระเตน ที่รักษาตาเจ้าพระยาทิพากรวงษ์ กลับมาอิกครั้ง ๑ |
| พฤศจิกายน ที่ ๒๙ | เสร็จการที่เกิดโต้แย้งกับกงสุลฝรั่งเศสคนใหม่ ในเรื่องกิริยาที่จะเข้าเฝ้าถวายพระราชสาส์น |
| พฤศจิกายน ที่ ๓๐ | กงสุลฝรั่งเศสเข้าเฝ้า ถวายพระราชสาส์น ของสมเด็จพระเจ้าเอมเปรอนะโปเลียน ที่ ๓ |
| ธันวาคม ที่ ๑๐ | กรมพระราชวังบวร ฯ เสด็จไปตรวจหัวเมืองชายทเลตวันออก ๑๖ วัน กลับมาถึง |
| ธันวาคม ที่ ๑๑ | ช้างด่าง (คือ พระเสวตรวรวรรณ) ลงมาจากเมืองเชียงใหม่ คนตื่นกันไปดูมาก |
| ธันวาคม ที่ ๑๗ | พระราชทานเพลิงศพเจ้าพระยาพลเทพ (หลง) ที่วัดแจ้ง |
| ธันวาคม ที่ ๒๓ | ผู้สำเร็จราชการทำบุญอายุ ๖๒ |
| ธันวาคม ที่ ๓๐ | พระราชทานเพลิงศพพระพิมลธรรม (ยิ้ม) |
| ๑๘๗๐ มกราคม ที่ ๑๐ | ซินยอ บัลโซต์ ราชทูตสเปน เข้ามาขอทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี |
| มกราคม ที่ ๒๑ | กัปตันกอปเค กงสุลเดนมาร์ค ถวายพระราชสาส์น |
| มกราคม ที่ ๒๒ | ก่อฤกษ์วัดราชบพิธ |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๓ | เรือเมล์ ชื่อ บางกอก แรกเข้ามาถึง |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๖ | เจ้าพระยามุขมนตรี ถึงอสัญกรรม |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๑๗ | พระราชทานเพลิงพระศพ พระองค์เจ้าหญิงยี่สุ่น |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๒๓ | ทำ หนังสือ สัญญา ระหว่างกรุงสยามกับสเปน |
| มีนาคม ที่ ๔ | พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ พระเจ้าเชียงใหม่ลงมาในงานพระบรมศพ มาถึง |
| มีนาคม ที่ ๑๒ | แห่พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสู่พระเมรุ |
| มีนาคม ที่ ๑๘ | ถวายพระเพลิงพระบรมศพ |
| มีนาคม ที่ ๒๑ | เสร็จงานพระบรมศพ |
| มีนาคม ที่ ๒๑ | ไฟไหม้ปากคลองบางกอกน้อย |
| มีนาคม ที่ ๒๒ | ไฟไหม้ใหญ่ปากคลองบางลำภู |
| เมษายน ที่ ๗ | เรือรบ ชื่อ พิทยัมรณยุทธ มาถึง เรือลำนี้เปนเรือเหล็ก ต่อที่สกอตแลนด์ เดิมชื่อเรือโลตัศ รัฐบาลสยามซื้อ เปลี่ยนชื่อว่า ริเยนต์ให้เปนเกียรติยศแก่ท่านผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน |
| เมษายน ที่ ๒๕ | ซินยอเวียนา กงสุลเยเนราลโปจุเกต ขึ้นไปดูจับช้างที่กรุงเก่า จมน้ำตาย |
| พฤษภาคม ที่ ๒๑ | เสด็จไป (ยกยอด) พระปฐมเจดีย์ |
| มิถุนายน ที่ ๑๒ | เจ้าพระยาทิพากรวงษ์ พิราไลย |
| มิถุนายน ที่ ๒๔ | เรือพิทยัมรณยุทธ รับพระยาราชวรานุกูล (ภายหลังได้เปนเจ้าพระยารัตนบดินทร กับพระยาจ่าแสน เดช แต่ยังเปนพระยาราชเสนา) ออกไปเมืองไซ่ง่อน (ด้วยเรื่องปฤกษาสัญญาเขตรแดนทางทเลสาบ) |
| มิถุนายน ที่ ๒๙ | พระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์ พระเจ้าเชียงใหม่ป่วยไปแต่กรุงเทพ ฯ ไปอิก ๓ วัน จะถึงเมืองเชียงใหม่ ถึงพิราไลย |
| กรกฎาคม ที่ ๒๙ | รัฐบาลสยามให้พระยาอินทราธิบดีสีหราช รองเมืองไปเมืองสิงคโปร์ ไปตรวจการเรือนจำ และโรงพยาบาล เพื่อจะสร้างคุกใหม่ในกรุงเทพ ฯ |
| กรกฎาคม ที่ ๓๑ | เรือไฟชื่อกลาโหมเข้ามาถึง ได้ข่าวว่าประกาศสงครามในระหว่างฝรั่งเศสกับปรูเซีย เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม |
| สิงหาคม ที่ ๔ | สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงษ์ รับพระสุพรรณบัตร |
| สิงหาคม ที่ ๓๐ | พระยาเพ็ชรบุรี (บัว) ถึงอนิจกรรม |
| กันยายน ที่ ๔ | ตั้งกฏหมายคลอง |
| กันยายน ที่ ๗ | พระราชทานเพลิงศพ เจ้าพระยาทิพากรวงษ์ |
| กันยายน ที่ ๑๑ | สมโภชช้าง (พระเสวตวรวรรณ พระมหารพีพรรณคชพงษ์) |
| กันยายน ที่ ๒๑ | พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชัณษา ๑๗ มีการแต่งประทีปทั่วไป เจ้าพระยาภาณุวงษ์ เชิญฝรั่งไปเต้นรำ |
| พฤศจิกายน ที่ ๓๐ | เครื่องจักรโรงหีบอ้อยของฝรั่ง (เรียกชื่อ โรงหีบว่า อินโดจีน ซึ่งตั้งที่แม่น้ำท่าจีน) เข้ามาถึง |
| ธันวาคม ที่ ๘ | นายเนตรได้เปนพระยาสมุทบุรานุรักษ์ แทนบิดา |
| ธันวาคม ที่ ๒๑ | คอมมันเดอร์ตอ คารโล รักเกีย ราชทูตอิตาลี เข้ามาขอทำหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี |
| ธันวาคม ที่ ๒๓ | ท่านผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ทำบุญอายุ ๖๓ มีคนไปช่วยมาก ได้พระราชทานเงิน ๑๙๒๐๐ เหรียญเปนของขวัญในวันเกิด |
| ๑๘๗๑ มกราคม ที่ ๗ | ปลงศพมารดาพระยากระสาปน์ ที่วัดกัลยาณมิตร |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๕ | เซอร์ เบนสัน แมกสเวล อธิบดีผู้พิพากษาเมืองสิงคโปร์ เข้ามากรุงเทพ ฯ |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๖ | บาญชีสินค้าที่เฃ้ามาจากเมืองลอนดอน ลงพิมพ์ครั้งแรกเปนที่พิศวงกันมาก |
| มีนาคม ที่ ๖ | พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จโดยเรือพิทยัมรณยุทธ ออกจากกรุงเทพ ฯ ไปประพาศเมืองสิงคโปร์ แลเบตาเวีย (ครั้งแรก) |
| เมษายน ที่ ๑๕ | เสด็จกลับถึงกรุงเทพ ฯ |
| เมษายน ที่ ๑๙ | จุดประทีปมีงานมโหรศพ รื่นเริงในการเสด็จกลับ |
| เมษายน ที่ ๒๑ | ลครม้าอเมริกันเข้ามาถึง (ได้ยินว่าเคยมีเข้ามาในรัชกาลที่ ๔ ครั้ง ๑ แต่เห็นจะไม่ใช่เซอร์คัส ๆ ที่เข้ามาครั้งนี้ เปนครั้งแรก) |
| พฤษภาคม ที่ ๓ | รับพระราชสาส์นเยอรมันเอมเปรอครั้งแรก |
| มิถุนายน ที่ ๑๔ | พระราชทานเพลิงพระศพ กรมหมื่นภูบดีราชหฤไทย กับกรมหมื่นมนตรีรักษา ที่วัดอรุณ |
| มิถุนายน ที่ ๒๘ | ส่งผู้มีสกุลไปเรียนวิชาในยุโรปหลายคน (เข้าใจว่าพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ ๑ หม่อมเจ้าเจ๊กในกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ ๑ พระยาไชยสุรินทร ม.ร.ว.เทวหนึ่ง ๑) |
| กรกฎาคม ที่ ๑ | ข้าราชการเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเปนอย่างใหม่ (คือ สวมถุงเท้ารองเท้าเข้าเฝ้า ฯ แลยืนเฝ้า ฯ เวลาเสด็จออกไปรเวต) |
| กรกฎาคม ที่ ๑กรกฎาคม ที่ ๑๕ | รัฐบาลซื้อเรือกลไฟ ชื่อบางกอก ราคา ๗๕๐๐๐ เหรียญ เพื่อแต่งเปนเรือพระที่นั่งเสด็จอินเดีย |
| สิงหาคม ที่ ๕ | มีงานใหญ่ตั้งนายทหารมหาดเล็ก |
| สิงหาคม ที่ ๑๕ | รับอักษรสาส์น เคาวเนอเยเนราลอินเดียอังกฤษ (เข้าใจว่าเปนอักษรสาส์นที่เชิญเสด็จประพาศอินเดีย) |
| กันยายน ที่ ๒๑ | เฉลิมพระชัณษา ๑๘ ตามประทีป แลมี มโหรศพเปนการใหญ่ |
| ตุลาคม ที่ ๑ | วันนี้พเอิญให้แม่น้ำว่าง ไม่มีเรือพ่อค้าต่างประเทศ |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๔ | น้ำมากท่วมตลิ่งทั้ง ๒ ฝั่ง |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๗ | เรือไฟ ชื่อ โปสต์ ของนายฟอค แรกเดินในระหว่างกรุงเทพ ฯ จนถึงที่ทอดเรือกำปั่นที่สันดอน |
| ธันวาคม ที่ ๗ | พระราชทานเพลิงพระศพ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท ที่วัดอรุณ ฯ |
| ธันวาคม ที่ ๑๘ | พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จโดยเรือบางกอก ไปประพาศอินเดีย |
| ๑๘๗๒ มกราคม ที่ ๘ | หมอปิเตอร์ เกาแวน เข้ามาอยู่กับหมอแคมป์เบล (หมอเกาแวนนี้ ต่อมาเข้ารับราชการได้เปนหมอประจำพระองค์) |
| มกราคม ที่ ๒๐ | เจ้าคุณแข (เรียกกันว่า เจ้าคุณตำหนักใหม่) น้องหญิงท่านผู้สำเร็จราชการแผ่นดินถึงอสัญกรรม |
| กุมภาพันธ์ | รัฐบาลไทยให้อังกฤษ ชื่อ นายไตวต์ เปนผู้ชำนาญการแร่ ไปตรวจบ่อทองที่เมืองกระบินทร์บุรี |
| กุมภาพันธ์ ที่ ๑๓ | ซินยอ เปเรรา ราชทูตสเปนเข้ามาถึง |
| มีนาคม ที่ ๑๓ | นายน๊อกส์ กงสุลเยเนราลอังกฤษไปตามเสด็จเมืองกัลกัตตา กลับมาถึง |
| มีนาคม ที่ ๑๕ | พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จไปประพาศอินเดีย ๔ เดือน กลับมาถึง |
| มีนาคม ที่ ๑๙ | มีการเลี้ยงโต๊ะ เปนการใหญ่ที่บ้านท่านผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน เปนการสมโภช เสด็จกลับจากอินเดีย |
| มีนาคม ที่ ๒๔ | รัฐบาลขายเรือบางกอก (ซึ่งซื้อมาเปนเรือพระที่นั่งเมื่อเสด็จอินเดีย) ให้นะกุด่าอิสมัยสุละมันยี (อยู่ที่น่าวัดเกาะ) เดินเปนเรือเมล์ต่อไป |
| เมษายน ที่ ๕ | พระราชทานเพลิงพระศพพระองค์เจ้าสายสมร |
| เมษายน ที่ ๑๐ | ไฟไหม้ที่บ้านทวาย |
| เมษายน ที่ ๒๑ | พวกผู้ชำนาญแร่ ซึ่งรัฐบาลให้ไปตรวจบ่อแร่ที่เมืองกาญจนบุรี ไป ๔๖ วัน กลับมาถึง |
| เมษายน ที่ ๒๑ | เชิอาเลีย คาลิซ ราชทูตออสเตรีย เข้ามาถึง |
| เมษายน ที่ ๒๘ | เรือไฟ ชื่อ แดนยุบ มาเดินเมล์ แลรับสินค้าในระหว่างกรุงเทพ ฯ กับเมืองฮ่องกง เปนครั้งแรก |
| พฤษภาคม ที่ ๑ | พวกหกคะเมนยี่ปุ่น เข้ามาเล่น |
| พฤษภาคม ที่ ๑ | นายร๊อก เปนชาวสวิเด็น พาขุนนางไทยหลายคนไปดูบ่อถ่านหิน ซึ่งอ้างว่าเขาพบที่เมืองเหนือ |
| พฤษภาคม ที่ ๒๓ | พระราชทานเพลิงศพ เจ้าคุณตำหนักใหม่ |
| มิถุนายน ที่ ๔ | เสด็จกรุงเก่า |
| มิถุนายน ที่ ๑๑ | กัปตันฮัสสี นายเรือไฟอเมริกัน ชื่อมอตัน เชิญกรมพระราชวังบวร ฯ กับพวกผู้ดีไทยฝรั่งเที่ยวล่องแม่น้ำลงไป |
| มิถุนายน ที่ ๑๖ | มองสิเออ คาร์เนีย กงสุลฝรั่งเศสมาถึง |
| กรกฎาคม ที่ ๒ | แห่พระศพพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าอิศรวงษ์ เครื่องแต่งตัวแลเครื่องแห่ เปนทำนองไว้ทุกข์อย่างฝรั่ง |
| กรกฎาคม ที่ ๓ | นายเฮนรี อาลบาสเตอ ไปยุโรป ๒ ปี กลับเข้ามาถึง (นายอาลบาสเตอนี้ แต่เดิมรับราชการอังกฤษ จนได้เปนผู้แทนกงสุลครั้งที่ ๑ วิวาทกับนายน๊อกส์กงสุล ฯ จึงออกจากราชการกลับเข้ามาคราวนี้แล้วไม่ช้า ก็เข้ารับราชการไทยอยู่จนถึงอนิจกรรม) |
| กรกฎาคม ที่ ๒๓ | กัปตัน แอดัมส์ เปนทูตเชิญอักษรสาส์นของประธานาธิบดีอเมริกัน เข้ามาถวาย |
| สิงหาคม ที่ ๔ | ไฟไหม้เหนือวัดเกาะ |
| กันยายน ที่ ๕ | ห้างแรมเซเวกฟีลด์ เข้ามาจากกัลกัตตาแรกมาตั้งในกรุงเทพ ฯ (ห้างนี้เปนห้างเดิมของห้างแบดแมน) |
| กันยายน ที่ ๑๖ | ไฟไหม้บ้านหม้อ |
| กันยายน ที่ ๒๑ | เฉลิมพระชัณษา ๑๙ มีแต่งประทีป แลเต้นรำที่บ้านเสนาบดีว่าการต่างประเทศ |
| ตุลาคม ที่ ๑ | ราชทูตฮอลันดา ชื่อ โอเคิเฟน เข้ามาถึง |
| ตุลาคม ที่ ๑๓ | เปิดคลองเปรมประชากร |
| ตุลาคม ที่ ๑๘ | อัฐตะกั่ว ลดราคาลงใช้เพียงอันละ ๑๐ เบี้ย |
| ตุลาคม ที่ ๒๔ | เวลา ๔ ทุ่ม เกิดลมใต้ฝุ่นในอ่าวสยาม |
| พฤศจิกายน ที่ ๑๓ | เสด็จไปประพาศเมืองลพบุรี กลับมาถึง |
| พฤศจิกายน ที่ ๒๕ | เจ้าอุปราชเชียงใหม่ ลงมารับพระราชทานสัญญาบัตรเปนเจ้าเชียงใหม่ (คือ พระเจ้าอินทวิชยานนท์) |
| ธันวาคม ที่ ๕ | นะกุด่าอิสมัยสุละมันยี หัวน่าพ่อค้าแขกตาย |
| ธันวาคม ที่ ๑๐ | พระยาอินทราธิบดีสีหราชรองเมือง ถูกขังด้วยเรื่องให้เข้าไปจับคนในวังเจ้า |
| ธันวาคม ที่ ๑๑ | พระราชทานเพลิงพระศพ กรมขุนวรจักรธรานุภาพ |
| ธันวาคม ที่ ๒๓ | กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ สิ้นพระชนม์ |
| ธันวาคม ที่ ๒๕ | ไฟไหม้ใหญ่ ที่สพานหัน |