จดหมายเหตุทูตฝรั่งเศส และโปรตุเกส เข้ามาเมืองไทยในแผ่นดินสมเด็จพระนารายน์มหาราช

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

จดหมายเหตุทูตฝรั่งเศส แลโปรตุเกต เข้ามาเมืองไทยในแผ่นดินสมเด็จพระนารายน์มหาราช ค.ศ. ๑๖๘๕ หรือ พ.ศ.๒๒๒๘

หน้า ๑

ข้าพระพุทธเจ้า พระยาภาสกรวงศ์ ได้รับพระราชทานแปล จดหมายเหตุ ระยะทางของมองซิเออร์ เลอ ชิ วาริเอว์เดอเชามองห์ ราชทูตของพระเจ้าลุยศ์ ที่ ๑๔ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส เข้ามาเจริญทางพระราชไมตรี ในสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๓ คือสมเด็จพระนารายน์มหาราช พระเจ้ากรุงทวาราวดีศรีอยุทธยาโบราณ
เมื่อในปีมีคฤสต์ ศักราช ๑๖๘๕ ตรงกับปีมีจุลศักราช ๑๐๔๗ ซึ่งเซอร์ยอนโปวริงพระยาสยามานุกูลกิจสยามมิตรมหายศ ได้แปลจากภาษาฝรั่งเศส โดยสังเขปเปนภาษาอังกฤษ ลงพิมพ์ไว้ในสมุดหนังสือ ซึ่งเซอร์ยอนแต่งถึงเรื่องกรุงสยาม ขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวาย มีความต่อไปข้างล่างนี้

ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ขอเดชะ

ในคำจดหมายเหตุระยะทางนั้นมีความว่า ข้าพเจ้าได้ออกจากเมืองเบรศต์ (นี้เปนเมืองท่าชายทเลฝรั่งเศส) วันที่ ๓ เดือนมาร์ชในปีมีคฤสต์ศักราช ๑๖๘๕ ตรงกับปีมีจุลศักราช ๑๐๔๗ ปี มาในกำปั่นหลวง ชื่อ ริศ โซร์ แลมีเรือรบใหญ่ชื่อ ล่ามาลิม มีปืนใหญ่ ๓๐ บอกมาด้วยลำหนึ่ง ได้มาถึงปากอ่าวแม่น้ำเจ้าพระยา ในวันที่ ๒๔


หน้า ๒

เดือนเสปเต็มเบอร์ตรงกับเดือน ๑๐ ได้ทอดสมออยู่ที่นั้น แล้วข้าพเจ้าได้จดหมายแจ้งความถึงบิศฉอป ออฟ เมล์แตล โลโปลิศ ซึ่งเปนสังฆราชสอนสาสนากาโทลิกอยู่ในกรุงสยาม ครั้นณวันที่ ๒๙ ในเดือนนั้นบาดหลวง อับเปเดอ ลิออนเน ได้มาลงเรือของข้าพเจ้า แล้วแจ้งความตามที่ข้าพเจ้าจะต้องการให้ทราบทุกประการ กับบอกข้าพเจ้าว่าพระเจ้าแผ่นดินสยามได้ทรงทราบความที่ข้าพเจ้ามาถึงจากเจ้าพระยาวิชา เยนทราธิบดี เสนาบดีของพระเจ้าแผ่นดินสยาม มีพระไทยยินดีในข่าวที่ข้าพเจ้ามาถึงเปนอันมาก มีพระราชโองการดำรัสสั่งให้เจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีบอกให้พระสังฆราชกับขุนนาง ซึ่งมียศที่หนึ่งสองนายลงไปปราไสข้าพเจ้าที่มีพระไทยยินดีด้วยข้าพเจ้าได้มาถึง ครั้นภายหลังล่วงไปได้สองวัน สังฆราชกับขุนนางสองนายจึงได้มาหาข้าพเจ้าบนเรือ ข้าพเจ้าได้รับเข้าในห้องที่ในเรือของข้าพเจ้า ข้าพเจ้านั่งที่เก้าอี้ใหญ่สังฆราชนั่งบนเก้าอี้เคียงกับข้าพเจ้า แต่ขุนนาง ๒ นายนั้นนั่งบนพรมปูพื้นสำหรับห้องข้าพเจ้า เขาจึงได้บอกข้าพเจ้าว่า พระเจ้าอยู่หัวของเรามีพระราชดำรัสให้เขามาแสดงความยินดีที่ได้ทรงทราบว่าข้าพเจ้ามาถึงแลด้วย ข่าวที่พระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสได้ปราบปรามบรรดาสัตรูของพระองค์ราบคาบ แลเปนเจ้าเอกราชในประเทศเขตรแดนของพระองค์ท่าน แลอยู่สงบเรียบร้อยดีที่พระองค์ได้ยอมให้ชาติทั้งหลายที่ในทวีปยุโรปปรกติกัน ข้าพเจ้าจึงได้กล่าวความขอบพระไทยพระเจ้าแผ่นดินสยาม ซึ่งเปนพระเจ้าอยู่หัวของเขาในการที่ได้ทรงโปรดกล่าวเปนคำเยิรยอมาดังนี้


หน้า ๓

แลตอบแทนที่กล่าวถึงพระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้าด้วย แล้วข้าพเจ้าได้บอกแก่เขาว่า ข้าพเจ้ามีความยินดีเปนอันมาก ที่ผู้รักษาเมืองบางกอกได้รับคนที่ข้าพเจ้าให้ขึ้นไปโดยกิริยาอันดี แลได้ส่งของกำนันมาให้ข้าพเจ้าด้วย เขาจึงตอบว่าผู้รักษาเมืองบางกอกได้จัดการรับรองตามตำแหน่ง ด้วยตั้งแต่ราชทูตของพระเจ้าอยู่หัวของเขาที่กรุงฝรั่งเศสได้รับรองโดยดี แลการรับรองนี้เพราะด้วยปัญญาของข้าพเจ้า ที่ได้ชักนำให้กรุงสยามกับกรุงฝรั่งเศสเปนไมตรีผูกพันกันสนิทมาแต่ก่อนนั้น ครั้นเมื่อข้าพเจ้าได้รับรองเขาโดยเกียรติยศแลสุภาชิต ซึ่งเปนตามธรรมเนียมในเมืองของเขาในเวลานั้น แล้วข้าพเจ้าได้เชิญเขารับประทานน้ำชากับขนมหวาน เขาได้อยู่ที่บนเรือข้าพเจ้าเกือบชั่วโมงหนึ่ง เมื่อเขาจะไปนั้นข้าพเจ้าได้ให้ยิงปืนสลุตเขา ๙ นัด ? ครั้นณวันที่ ๑ เดือนออกโตเบอร์ ตรงกับวัน เดือน ๑๑ เจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดี เสนาบดีของพระเจ้าแผ่นดินสยามนั้นเปนคนต่างประเทศดอก แต่เขาได้ทำความดีมีความชอบมาก จึงได้มียศอันสูงที่สุด เปนที่โปรดปรานของพระเจ้าแผ่นดินสยามมาก ได้มีจดหมายแสดงความยินดีให้สิเกรตารีของเขานำมาให้ข้าพเจ้าแลจัดผลไม้ต่างๆ โค สุกร ไก่ เป็ด แลเสบียงอาหารอื่นๆ อิกเปนอันมากมาให้ข้าพเจ้าด้วย เสบียงอาหารของเหล่านี้ได้เลี้ยงคนที่ในลำเรือถึง ๔ วัน คนที่ในลำเรือมีความยินดีได้เลี้ยงดูกันเปนที่สบาย เพราะอัตคัดมาในทาง ทเล หลายเดือน


หน้า ๔

? วันที่ ๘ เดือนออกโตเบอร์ สังฆราชบิศฉอป ออฟเมล์แตลโลโปลิศได้กลับมาจากกรุงศรีอยุทธยา ขึ้นมาบนเรือข้าพเจ้าอิกกับขุนนางอิกสองคนแจ้งความว่า สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามมีรับสั่งให้มาเยี่ยมไต่ถามถึงความทุกข์ศุขของข้าพเจ้า แล้วบอกกับข้าพเจ้าว่า ตั้งพระไทยคอยจะพบข้าพเจ้าโดยเร็ว ขอให้ข้าพเจ้าขึ้นไปเฝ้า ข้าพเจ้าได้รับรองขุนนางซึ่งมานี้เหมือนกับครั้งก่อน แลเมื่อเวลาไปก็ได้ให้ยิงปืนสลุตคำนับ ๙ นัด ครั้นเวลาบ่าย ๒ โมงวันนั้นข้าพเจ้าได้ลงเรือบดสำหรับกำปั่น แต่ที่พวกมาด้วยข้าพเจ้านั้นลงเรือที่พระเจ้าแผ่นดินสยาม จัดให้มารับทูตเข้ามาตามลำแม่น้ำ ในเวลาเย็นข้าพเจ้าได้พบเรือ ๕ ลำ ฝีพายเต็มทั้งนั้น ลำหนึ่งงามนักสำห รับตัวข้าพเจ้า อิก ๔ ลำก็เปนเรือตกแต่งงามสำหรับพวกที่มากับข้าพเจ้า แลบรรทุกสิ่งของแลคนใช้ของพวกทูต ในเวลาเย็นวันนั้น คนที่ข้าพเจ้าได้ใช้ให้ขึ้นไปที่กรุงศรีอยุทธยาซื้อสิ่งของเสบียงอาหารมาบอกกับข้าพเจ้า อว่าเจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีได้มอบเรือ ๑๑ ลำ ให้กับเขาบรรทุกโค ลูกโค สุกร เป็ด แลสุราเปนเสบียงสำหรับคนในเรือกำปั่น ว่าเปนของพระเจ้าแผ่นดินสยามพระราชทาน แล้วเจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีได้บอกกับเขา ว่าในระยะเวลาที่กำปั่นทูตทอดอยู่กว่าจะกลับไปนั้น อย่าให้ทูตต้องออกเงินซื้อจ่ายเสบียงอาหารแลของใช้สอยต่างๆ แลขัดข้องด้วยสิ่งของใดๆ พระเจ้าแผ่นดินจะพระราชทานทุกสิ่ง


หน้า ๕

? วันที่ ๙ เดือนออกโตเบอร์ มีขุนนางมาหาข้าพเจ้าในเรือ ๒ คน ว่ามีรับสั่งให้ลงมาคอยรับคำสั่งของข้าพเจ้า ครั้นเวลาเช้าโมงหนึ่งข้าพเจ้าออกเรือไปอิก เปนทางประมาณห้าลิก คือ ๑๕ ไมล์ ข้าพเจ้ามาถึงทำเนียบที่ปลูกรับข้าพเจ้า มีขุนนาง ๒ คน คือ ผู้รักษาเมืองบางกอก ๑ แลเจ้าเมืองปิปลิย์ ๑ กับกรมการอื่นๆ อิกเปนอันมาก มาต้อนรับข้าพเจ้าที่ได้มาถึง แลปราถนาให้ข้าพเจ้ามีอายุยืน ทำเนียบที่ปลูกรับนั้นทำด้วยไม้ไผ่ พื้นปูเสื่อโดยเรียบร้อย มีเครื่องแต่งเรือนใหม่ทั้งนั้น ห้องนั้นกรุผ้าลาย แต่ห้องข้าพเจ้าอยู่นั้นปูพรมยกพื้นมีเบาะเข้มขาบแลเก้าอี้ใหญ่ปิดทอง หมอนกำมะหยี่ โต๊ะคลุมด้วยผ้าปักทอง แลที่นอนอันงามดี อาหารแลผลไม้ที่เลี้ยงดูนั้นบริบูรณ์มาก ข้าพเจ้าได้ออกจากที่นั้นเมื่อรับประทานดินเนอร์แล้วบรรดาขุนนางทั้งปวงตามข้าพเจ้ามาด้วย ข้าพเจ้าได้มาถึงบางกอกซึ่งเปนหัวเมืองที่หนึ่งของพระเจ้าแผ่นดินสยาม ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำประมาณทางสัก ๘ ลิก คือ ๒๔ ไมล์จากทเล ข้าพเจ้าได้พบเรือกำปั่นอังกฤษลำหนึ่งยิงปืนสลุตคำนับข้าพเจ้า ๒๓ นัด ที่ป้อมสองฝั่งแม่น้ำก็ยิงสลุตคำนับข้าพเจ้าป้อมหนึ่งยิงสลุต ๒๙ นัด อิกป้อมหนึ่งยิงสลุต ๓๑ นัด ป้อมนั้นก่อคล้ายๆ กัน แลมีปืนเหล็กหล่ออย่างใหญ่ประจำอยู่ที่ป้อมเปนอันมาก ข้าพเจ้าได้ขึ้นไปอยู่ที่ป้อม ข้างซ้ายมือมีตึกก่อเรียบร้อยดีหลังหนึ่ง เครื่องในตกแต่งเรียบร้อยงามดี ข้างในนั้นจัดแจงประดับประดางามที่สุด ได้จัดรับรองข้าพเจ้าตามธรรมเนียมของประเทศสยาม


หน้า ๖

? ครั้นรุ่งขึ้นวันที่ ๑๐ เดือนออกโตเบอร์ เวลา ๒ โมงเช้าข้าพเจ้าได้ออกจากที่นี้ บรรดาขุนนางแลผู้รักษาเมืองที่มารับรองข้าพเจ้าเมื่อข้าพเจ้าออกเรือนั้นก็ได้สลตคำนับส่งข้าพเจ้าเหมือนเวลาวันก่อน ครั้นเวลาเที่ยงข้าพเจ้าได้ถึงทำเนียบที่ปลูกรับแห่งหนึ่ง ทำเนียบนั้นก็ได้ปลูกแลตกแต่งงดงามดีเหมือนอย่างทำเนียบก่อนนั้นเหมือนกัน ที่แขวงตำบลนี้มีป้อม ๒ ป้อม ก็ได้ยิงปืนสลุตคำนับข้าพเจ้า ด้วยปืนมีอยู่ในป้อมนั้นทุกๆ กระบอก แล้วได้เลี้ยงดินเนอร์แก่ข้าพเจ้าโดยดี ครั้นเวลาบ่าย ๓ โมงข้าพเจ้าได้ออกจากทำเนียบที่พัก ที่ป้อมก็ยิงสลุตเหมือนอย่างแต่ก่อนนั้น ผู้รักษาเมืองบางกอกที่ตามข้าพเจ้ามาก็กลับไปรักษาเมืองบางกอกตามเดิม เมื่อล่องเรือขึ้นมานั้นข้าพเจ้าได้พบกำปั่น ๒ ลำ ลำ ๑ เปนเรืออังกฤษ ลำ ๑ เปนเรือชาติฮอลันดา ก็ได้ยิงปืนสลุตคำนับข้าพเจ้าด้วยปืนทุกๆ กระบอกบรรดามีในเรือทั้ง ๒ ลำนั้น ครั้นเวลาค่ำทุ่ม ๑ ข้าพเจ้าได้มาถึงทำเนียบที่ปลูกรับ ที่ทำเนียบนี้ก็ได้ตกแต่งงามดุจทำเนียบก่อนๆ นั้น มีขุนนางมาคอยรับอยู่ที่นั้นก็ได้รับรองข้าพเจ้าโดยความสุภาชิตอันใหญ่ ? วันที่ ๑๑ เดือนออกโตเบอร์ เวลาเช้า ข้าพเจ้าได้ออกจากที่นั้นแล้วมารับประทานดินเนอร์ที่ทำเนียบพักแห่งหนึ่ง ครั้นเวลาเย็นได้มาถึงทำเนียบพักดุจเช่นก่อนๆ นั้น ได้ตกแต่งงดงามดี มีขุนนาง ๒ นายมารับรองข้าพเจ้า ? ครั้นวันที่ ๑๒ เดือนออกโตเบอร์ ข้าพเจ้าได้มาพักนอนที่ตำบลหนึ่ง ทางประมาณสัก ๒ ลิก คือ ๖ ไมล์ ถึงกรุงศรีอยุทธยา เพราะตำบลนั้นมีขุนนางมาคอยรับข้าพเจ้าอยู่ ๒ นาย แล้วนายห้างอังกฤษ


หน้า ๗

กับฮอลันดาได้มาหาคำนับข้าพเจ้า แต่คนฝรั่งเศสนั้นได้มาหาข้าพเจ้าตั้งแต่บนเรือกำปั่นแล้วมิได้กลับไป ตามข้าพเจ้ามาด้วย ข้าพเจ้าได้พักอยู่ที่นี้จนวันแห่เข้าเมืองหลวง บรรดาขุนนางทั้งปวงที่ได้มาคอยรับข้าพเจ้า ตามแม่น้ำระยะทางนั้นตามข้าพเจ้ามาด้วย ที่หนึ่งนั้น คือ มหาดเล็ก ที่มาภายหลังอิกนั้นก็มียศใหญ่ขึ้นกว่าก่อนนั้น ที่สุดที่มารับนั้นเปนเจ้า บรรดาขุนนางทั้งปวงนี้มีเรือสำหรับตัวของเขาเองทุกๆ คน เรือของขุนนางเหล่านี้ที่กลางลำเรือที่เขานั่งนั้น ยกพื้นขึ้นสูงคล้าย ๆ กับโธรน แลนั่งลำละคนเท่านั้น มีอาวุธวางข้างๆ คือ ดาบ หอก ทวน ธนู โล่ห์ แลไม้สามง่ามเหมือนกัน เรือทั้งหลายเหล่านี้ประมาณสัก ๕๐-๖๐ ลำนี้ตามมาด้วย ลางลำก็ยาวถึง ๘๐ ฟิต มีฝีพายบรรจุถึง ๑๐๐ คนก็มี แต่เขามิได้พายเหมือนอย่างธรรมเนียมของเรา เขานั่งที่กระทงเรือเปนคู่กัน หันหน้าไปหัวเรือจึงพาย พายยาวประมาณ ๔ ฟิต แลเมื่อพายนั้นโน้มตัวโดยท่าแขงแรง ? วันที่ ๑๓ เดือนออกโตเบอร์ ข้าพเจ้าได้ให้ขุนนางที่มาอยู่ด้วยกับข้าพเจ้าขึ้นไปกราบทูลพระจ้าแผ่นดิน ว่าข้าพเจ้าได้ทราบการแห่งกิริยาที่เปนธรรมเนียมที่รับราชทูตต่างๆ ที่ในกรุงนี้ แลธรรมเนียมนั้นผิดกันมากกับธรรมเนียมที่รับราชทูตที่ในกรุงฝรั่งเศส ข้าพเจ้าได้ขอพระเจ้าแผ่นดินสยามจัดผู้หนึ่งผู้ใดให้มาพบกับข้าพเจ้า จะได้ปฤกษาถึงการที่จะรับข้าพเจ้า ? ครั้นณวันที่ ๑๔ เดือนออกโตเบอร์ มีรับสั่งให้เจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีลงมาหาข้าพเจ้า ปฤกษาสนทนากันอยู่นาน บิศฉอป


หน้า ๘

ออฟเมเดลโล โปลิศ เปนล่าม ได้ปฤกษากันอยู่นาน ข้าพเจ้าไม่ยอมให้สักสิ่งหนึ่งเลย ในการที่เปนธรรมเนียมรับทูตที่ในกรุงฝรั่งเศส เจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีก็ยอมตามข้าพเจ้า ? วันที่ ๑๑ เดือนออกโตเบอร์ เจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีได้มาหา พาเรืออย่างงามมาด้วย ๔ ลำรับ บรรทุกเครื่องราชบรรณาการซึ่งพระเจ้าแผ่นดินกรุงฝรั่งเศสทรงยินดีมาในสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยาม ของบรรณาการนั้น คือ โหมดเทศลายทอง ๒ พับ พรมอย่างงามที่สุด ๔ โคมระย้าเงินใหญ่ ๑ ระย้า กระจกเงาใหญ่มีทั้งกรอบเงินแลกรอบทองหลายแผ่น โถแก้วจาระไนเลี่ยมทอง ๑ นาฬิกาเรือนมีปล่องหลายเรือน หีบเขียนหนังสือเล็กๆ หลายหีบ ปืนใหญ่แลปืนอย่างยาวอย่างสั้นทำด้วยฝีมือช่างอย่างงามดีหลายกระบอก แลตัวอย่างสิ่งของต่างๆ ซึ่งเปนฝีมือช่างฝรั่งเศสเปนอันมาก ในเวลาวันนั้นพระเจ้าแผ่นดินสยามมีพระราชโองการดำรัสสั่งให้บรรดาชาติแขก ทั้งปวง ซึ่งเข้ามาตั้งอยู่ในกรุงสยาม ให้มาอวยพรข้าพเจ้าที่ได้มาถึง แลแสดงให้ข้าพเจ้าเห็นบรรดาเกียรติยศที่สมควรแก่ราชทูตของพระมหากระษัตราธิราช ซึ่งเปนใหญ่ที่สุดในโลกนี้ พวกแขกนั้นได้มาหาข้าพเจ้าเวลาประมาณย่ำค่ำ แต่งตัวตามอย่างชาติของเขาทั้งหลาย มีอยู่ประมาณ ๔๐ ชาติต่างๆกัน เปนเมืองเอกราชทั้งนั้น แต่เครื่องแต่งตัวนั้นก็คล้าย ๆ กันกับเครื่องแต่งตัวอย่างไทย ผิดอยู่แต่ที่เครื่องประดับบนศีศะต่างๆกัน ลางคนก็โพกผ้า ลางคนก็ใส่หมวกแก๊บอย่าง อเมเนียน ลางคนก็อยู่ศีศะเปล่าอย่างชาวสยาม คนที่มีชื่อเสียงนั้น


หน้า ๙

โพกผ้าสาลูขาวเปนรูปคล้ายกับหมวกแก๊บอย่างทหารแดกูน ซึ่งตั้งอยู่ตรงศีศะแลมีสายเชือกพันรัดใต้คางด้วย (เห็นจะเปนลำพอก) แต่เท้าเปล่าแทบจะด้วยกันทั้งนั้น เว้นไว้แต่น้อยคนทีเดียวที่ใส่รองเท้าเชิงงอนที่พวกแขกเติกใช้ใส่ ในเวลาวันนั้น เจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีให้มาแจ้งความแก่ข้าพเจ้า ว่าพระเจ้าแผ่นดินมีรับสั่งโปรดจะให้ข้าพเจ้าเฝ้า เสด็จออกรับ ข้าพเจ้าเวลาพรุ่งนี้ ? วันที่ ๑๘ เดือนออกโตเบอร์ ข้าพเจ้าได้ออกจากที่พักเวลาโมงเช้า มีขุนนางประมาณ ๔๐ คน เปนพระยาอยู่ ๒ คน มาจากพระราชวัง แล้วบอกกับข้าพเจ้าว่าเรือกระบวนคอยอยู่แล้วที่จะรับพระราชสาส์น แลตัว ข้าพเจ้าขึ้นไปสู่พระราชวัง พระราชสาส์นนั้นได้อยู่ในห้องข้าพเจ้าเอง ใส่พานทองมีตาดอย่างดีคลุมขุนนางที่มาทั้งนั้นได้ไปในห้องหมอบทั้งสิ้น แล้วยกมือของเขาประสานกันเข้าจดหน้าผาก แล้วก็ก้มหน้าลงจนถึงพื้น ทำท่าดังนี้ถึง ๓ หนถวายบังคมคำนับพระราชสาส์น ข้าพเจ้าได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ใหญ่ใกล้กับพระราชสาส์น เกียรติยศดังนี้ มิได้ทำแต่ก่อนๆมาเลย เว้นไว้แต่พระราชสาส์นของพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น ครั้นทำการนิยมคำนับนี้แล้ว ข้าพเจ้าได้เชิญพระราชสาส์นกับทั้งพานทองเชิญเดินออกมาประมาณสัก ๗ - ๘ ก้าว แล้วข้าพเจ้าได้ส่งพานพระราชสาส์นให้กับบาดหลวงแอปเบเดอชวยซี ซึ่งได้มากับข้าพเจ้าจากกรุงฝรั่งเศส เขาเดินเชิญมาข้างซ้ายข้าพเจ้าแต่ข้างหลังไปหน่อย เขาเชิญ



หน้า ๑๐

พระราชสาส์นนั้นไปจนถึงฝั่งแม่น้ำ ที่นั้นข้าพเจ้าได้พบเรือกิ่งปิดทองแต่งเครื่องพร้อม มีขุนนางชั้นที่ ๔ นั่งมา ๒ คน ข้าพเจ้าจึงได้รับพระราชสาส์นมาจากบาดหลวงแอปเบเดอชวยซี เชิญลงไปในเรือกิ่งนั้นส่งให้แก่ขุนนางคนหนึ่งที่อยู่ในเรือนั้น แล้วเขารับเชิญขึ้นไว้บนบุษบก ๆ นั้นเปนยอดแหลมสูงปิดทองอย่างงาม แล้วข้าพเจ้าก็มาลงเรือลำหนึ่งเปนเรือยาวงามดี ตามเรือพระราชสาส์นชิดไปทีเดียว แล้วมีเรืออิก ๒ ลำงามเหมือนอย่างเรือที่ข้าพเจ้าขี่ มีขุนนางนั่งมาในเรือนั้น ท้ายเคียงเรือที่ใส่พระราชสาส์นทั้งซ้ายขวา เรือที่ข้าพเจ้าขี่ที่ได้พูดมาแล้วนั้น ๑ เรือบาดหลวงแอปเบเดอชวยซีพายตามเรือข้าพเจ้า แลขุนนางอื่น ๆ ที่ได้มากับข้าพเจ้าแลพวกของข้าพเจ้าได้ลงเรือต่างหากพายตามมาข้างหลัง ขุนนางที่มียศสูงนั้นขี่เรืองามนักออกชักนำน่า แลมีเรือยาวปิดทองอิกประมาณ ๑๒ ลำ แลเรืออื่นๆ อิกเกือบ ๒๐๐ ลำพายเปน ๒ แถว พระราชสาส์นนั้นมีเรือคู่เคียงข้างคู่ ๑ แล้วเรือข้าพเจ้าอยู่กลาง บรรดาชาวเมืองทั้งปวงที่อยู่ในกรุงศรีอยุทธยานั้น ก็เข้าต่อในกระบวนแห่แลในแม่น้ำอันกว้างนั้นดูเต็มติดแม่น้ำไปด้วยเรือต่าง ๆ เราได้ออกเรือเดินกระบวนมาดังนี้จนถึงกรุง ที่นั่นจึงได้ยิงสลุตคำนับข้าพเจ้า การที่สลุตนี้ไม่เคยเปนธรรมเนียมได้ยิงสลุตที่ในพระนครให้แก่ราชทูต ทั้งหลายที่มาแต่ก่อน ๆ นั้นเลย บรรดากำปั่นซึ่งทอดอยู่ในท่าก็ได้ทำคำนับข้าพเจ้าเหมือนกัน แลเมื่อมาถึงที่ท่าขึ้นนั้นข้าพเจ้าได้พบรถปิดทองซึ่งยังไม่ได้เคยใช้เลย เว้นไว้แต่พระเจ้าแผ่นดินทรงเท่านั้น


หน้า ๑๑

ข้าพเจ้าจึงเชิญพระราชสาส์นขึ้นไปวางในรถ รถนั้นเทียมด้วยม้าหลายม้า มีคนชักคนรุนด้วย แล้วข้าพเจ้ามาขึ้นเก้าอี้ปิดทอง มีคานหาม มีคนยกขึ้นบ่าสิบคน บาดหลวงแอปเบเดอชวยซีก็ขี่คานหามเหมือนกันแต่ไม่สู้งาม ขุนนางที่มากับข้าพเจ้านั้นขี่ม้า แลคนต่างประเทศที่เข้ามาตั้งอยู่ในกรุงเดินตามหลัง แลกระบวนแห่ออกเดินมาจนถึงบ้านผู้รักษากรุงที่นั้น ข้าพเจ้าได้พบทหารยืนเปนแถว ๆ ข้างถนน ใส่หมวกทองเหลืองกาไหล่ ใส่เสื้อชั้นในแลใช้ผ้าลายผูกฅอ ซึ่งใช้แทนกางเกงชั้นใน แต่ไม่ได้ใส่ถุงเท้าแลรองเท้าสักคนหนึ่ง ทหารเหล่านี้บางพวกถือปืน บางพวกถือทวน บางพวกถือธนูกับลูกศร บางพวกถือหอก อนึ่งมีเครื่องพิณพาทย์หลายอย่างต่าง ๆ คือแตร,กลอง,ฉาบ,ปี่,ฆ้อง เขามีเสียงคล้ายกับเขาที่คนเลี้ยงแกะเมืองฝรั่งเศส ใช้เป่าพิณพาทย์นั้นดังหนวกหูนัก เราเดินกระบวนไปตามถนนกว้างทั้ง ๒ ข้าง ถนนนั้นเต็มไปด้วยคนดู แลมาถึงที่ช่านน่าพระราชวังทั้ง ๒ ข้าง มีข้างยืนเปนแถว แต่เครื่องสรรพออกสงคราม ครั้นข้าพเจ้าเข้าไปในพระราชวังชั้น ๑ ได้เห็นทหารประมาณ ๒๐๐๐ คนนั่งอยู่กับพื้น ถือปืนเอาซ่นลงเปนแถวๆ ละ ๖ คน แลแต่งตัวเหมือนอย่างเช่นข้าพเจ้าได้กล่าวไว้ข้างบนนั้น แลข้างซ้ายนั้นมีช้างยืนอยู่หลายช้างสรรพเครื่องรบพร้อม แล้วทีหลังเราได้เห็นคนขี่ม้าร้อยหนึ่ง แต่งตัวอย่างแขกเท้าเปล่ามือถือทวนทุกคน ที่ในชั้นนี้บรรดาคนต่างประเทศทั้งปวงที่ได้ตามข้าพเจ้ามานั้นก็ลากลับไป เว้นไว้แต่ขุนนางที่ได้มากับข้าพเจ้า ๆ ได้เดินเข้าไปอิก ๒ ชั้น ก็มีคนนั่งกละบาทเหมือนกับชั้น ๑


หน้า ๑๒

แล้วเข้าไปถึงชั้นที่๔ ข้าพเจ้าได้พบขุนนางเปนอันมากหมอบเอาหน้าลงดินทั้งนั้น ที่นี่มีม้า ๖ ม้าใส่กำไลที่เท้าทั้ง ๔ เท้า แต่งเครื่องพร้อมอันงามดี มีเครื่องทองแลเครื่องเงินประดับมุกดาทับทิมแลเพ็ชร แลพนังแผงข้างนั้นก็เขียนทองประดับพลอยเหมือนกัน โกลนแลอานทำด้วยทองแลเงิน มีขุนนางจูงตัวละ ๒ คน แลมีช้างหลายตัวแต่งเครื่องคล้ายๆ กับเครื่องม้าเปนคชาภรณ์ครบ รัตคนนั้นหุ้มกำมะหสีแดงยี่แลกระวิลกาไหล่ทอง บรรดาขุนนางได้เข้าไปในท้องพระโรงอยู่ตามตำแหน่งก่อน พระเจ้าแผ่นดินสยามเสด็จออกบนพระที่นั่งโธรน แลเมื่อข้าพเจ้าได้เข้าไปนั้น เจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีพระคลังเสนาบดีได้เข้าไปกับข้าพเจ้า แลบาดหลวงเแอปเบเดอชวยซีนั้นเชิญพระราชสาส์น ข้าพเจ้ามีความแปลกใจที่ได้เห็นพระเจ้าแผ่นดินสยามประทับอยู่บน พระที่นั่งยกชั้นสูง ด้วยเจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีได้สัญญายอมไว้กับข้าพเจ้า ว่าพระเจ้าแผ่นดินสยามจะเสด็จออกบนพระที่นั่งที่ยกชั้นมิให้สูงกว่าชั่วสูงของคน แลพระราชสาส์นนั้นควรจะได้ถวายต่อพระหัดถ์ เหตุดังนี้ข้าพเจ้าจึงได้ว่ากับบาดหลวงแอปเบเดอชวยซีว่าคำที่สัญญาให้ข้าพเจ้า นั้นได้ลืมเสียแล้ว แต่ข้าพเจ้าคงจะตั้งใจโดยแท้ที่จะถวายพระราชสาส์นกับด้วยมือของข้าพเจ้าเอง พานทองซึ่งใส่พระราชสาส์นนั้น มีที่จับใหญ่ยาวกว่า ๓ ฟิต ด้วยเขาคิดว่าข้าพเจ้าจะจับปลายที่มือจับยกพานชูขึ้นไปให้สูงถึงพระที่นั่ง แต่ข้าพเจ้าได้ตั้งใจในทันทีนั้นจะถวายพระราชสาส์นต่อพระหัดถ์เอง จึงได้ถือพานทองนั้นในมือข้าพเจ้า ครั้นได้มาถึงพระทวาร ข้าพเจ้าก้มศีศะถวายคำนับที ๑ แล้วเดินไปได้ครึ่งทางที่ในท้องพระโรง จึงได้ถวายคำนับอิกครั้งหนึ่ง แล้วเดินไปที่ใกล้


หน้า ๑๓

ที่ข้าพเจ้าจะนั่งนั้น ข้าพเจ้าได้พูดแอดเดรศถวายสองสามคำแล้ว ข้าพเจ้า ใส่หมวกแล้วจึงนั่งลงเฝ้าแลคอยฟังทรงปราไส แลทูลตอบในคำสปิชนั้นมีความดังนี้ ไซรเออร์ (เทวะ) พระเจ้าแผ่นดินซึ่งเปนเจ้าของข้าพเจ้ามีพระเกียรติยศทั่วทั้งโลกที่ได้มีไชยชำนะใหญ่ พระองค์ได้ทรงจัดการปราบปรามเสี้ยนหนามของพระองค์ท่านให้สงบ แลให้สมัคสมานเรียบร้อยดีด้วยกำลังราชานุภาพ มีรับสั่งให้ข้าพเจ้าเข้ามาเฝ้าพระองค์ ทูลแสดงให้พระองค์ทราบทราบ ว่าพระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้ามีความนับถือรักใคร่ในพระองค์อันสูงศักดิ ด้วยพระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้าได้ทรงรักโดยเต็มในคุณวิเศษของพระองค์ แลพระปัญญาในการปกครองของพระองค์ แลพระปรีโชบายที่ได้ทรงจัดการถิ่นฐานบ้านเมืองให้สอาดงดงามเรียบร้อยแผ่ไปทั่วพระราชอาณาเขตร ซึ่งพระองค์ได้มีพระไทยปราถนาให้พระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้าทราบโดยราชทูตของพระองค์ แลทางพระราชไมตรีของพระองค์ที่ได้มีกับพระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้า ก็ได้แสดงให้เห็นชัด ความบำรุงต่อ ๆ มาที่พระองค์ทรงโปรดพระราชทานแต่ชน ซึ่งเปนสัปเยกต์ของพระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้า แลเปนสำคัญนั้นที่พระองค์ทรงบำรุง คือ บิศฉอป สังฆราชที่เปนมินิศเตอร์ของพระผู้เปนเจ้า พระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้าได้ทรงทราบชัดอยู่เสมอ ในผลแห่งความนับถือซึ่งพระองค์ได้มีต่อพระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้า จึงได้มีพระไทย ปราถนาจะแสดงตอบแทนการนี้ ซึ่งมีอยู่ในอำนาจของพระองค์ท่านด้วยพระราชดำริห์อันนี้ พระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้าจะวิสาสะกับพระองค์


หน้า ๑๔

โดยให้ชนที่เปนสัปเยกต์ ของพระองค์ท่านเข้ามา ตั้งการ ค้าขาย ที่ในกรุง นี้ให้วัฒนาเจริญมากขึ้น แลจะทรงแสดงการพระราชไมตรีอันสนิทให้เปนที่หมายทุกสิ่งทุกอย่าง ที่จะให้สองพระนครมีความสามัคคีต่อติดสนิทรักใคร่กันให้ปรากฏไปยืดยาวไปในอนาคตกาล ด้วยทางระหว่างสองพระนครนั้นไกลกันมาก ก็แต่จะไม่มีการสิ่งใดที่จะทำการที่ทรงดำริห์นี้สนิทติดต่อกันกับพระองค์ได้ ก็ได้มีพระไทยพร้อมอาไศรยด้วยรศที่จะถือสิ่งที่เชื่อที่เปนที่พึ่งได้อย่างเดียวกัน ด้วยการสำคัญอันนี้พระเจ้าแผ่นดินซึ่งเปนเจ้าของข้าพเจ้าที่มีพระปรีชาปัญญาแลความสว่างมาก ก็ได้ทรงชี้แจงแนะนำให้พระเจ้าแผ่นดินทั้งหลายที่เปนทางพระราชไมตรีกับพระองค์ท่าน พระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้าซึ่งได้มีพระไทย ปราถนาให้ข้าพเจ้าทูลแอดเดรศถวายแด่พระองค์ ว่าเปนของพระองค์ท่านเองให้ทูลแด่พระองค์ พระองค์ท่านขอต่อพระองค์ ด้วยว่าเปนมหามิตรอันสนิทกันแลด้วยประโยชน์ ที่พระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้าได้คิดจะให้มีต่อพระองค์ ซึ่งพระองค์มีพระเดชานุภาพอันจริง ๆ ให้ทรงพระราชดำริห์ว่าอิทธิอำนาจซึ่งพระองค์ได้มีอยู่นั้นจะถือได้อย่างเดียวก็จากพระผู้เปนเจ้าอันเที่ยงแท้ซึ่งปกครองสวรรค์แลพิภพ ด้วยการนี้เปนเหตุที่ควรจะคิดสำคัญมากกว่าที่จะนมัสการเทวดาซึ่งรุ่งเรืองอยู่ที่ตวันออกแลเสมอมีอำนาจที่จะพูดได้เลย แลความรู้แลเวทนาของพระองค์นั้นทรงดำริห์ไปก็คงจะได้พบไม่เปนเปล่าดอกไม่ผิดเลย แต่การนี้คงจะได้ทรงทราบชัดมาก ถ้าพระองค์จะมีพระไทยจะฟังจากสังฆราชแลพวกมิชชันนารี ที่เขาได้อยู่ที่นี้ในเวลานี้ อนึ่งจะเปนข่าวอันรับรองโดยดีที่ข้าพเจ้า


หน้า ๑๕

จะได้ทูลแก่พระเจ้าแผ่นดินซึ่งเปนเจ้าของข้าพเจ้า ให้ทรงทราบว่าพระองค์ ได้ทรงตามเห็นชอบด้วยตามจริงอันนี้ แล้วได้ทรงรับคำสอนตามคฤสต์ สาสนาดังนี้แล้ว พระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้าก็จะมีความนับถือรักใคร่ในพระองค์ทวีมากขึ้น แล้วจะได้ทำให้ชนซึ่งเปนสัปเยกต์ของพระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้ามีความเชื่อมากรีบเข้ามาในพระราชอาณาเขตรของพระองค์ แล้วจะทำให้พระองค์มีพระเกียรติยศมากขึ้นอิก แลพระองค์จะได้มีความศุขเกษมในภายในที่ในสวรรค์ ภายหลังที่พระองค์ได้ทรงครอบครองแผ่นดินโดยความเจริญแล้ว คำสปิชนี้ เจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีแปลถวายแล้ว ข้าพเจ้าได้ทูลพระเจ้าแผ่นดินสยามว่า พระเจ้าแผ่นดินซึ่งเปนเจ้าของข้าพเจ้าได้โปรดให้บาดหลวง แอปเบเดอ ชวยซี. มาด้วยกับข้าพเจ้ากับผู้ดี ด้วย ๑๒ นาย แล้วข้าพเจ้าทูลถวายตัวเขาทั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เชิญพระราชสาส์น จากมือบาดหลวงแอปเบเดอ ชวยซี คิดจะถวายดังเช่นข้าพเจ้าได้พูดตกลงไว้ เจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีซึ่งไปเฝ้าด้วยข้าพเจ้าคลานเข้าไปด้วยมือกับเข่า เรียกข้าพเจ้าแล้วบุ้ยชี้ให้ข้าพเจ้ายกแขนเชิญพระราชสาส์นขึ้นให้ถึงพระเจ้าแผ่นดิน แต่ข้าพเจ้าทำเปนไม่ได้ยินนิ่งเสีย อยู่ทีหลังพระเจ้าแผ่นดินทรงพระสรวล แลทรงลุกขึ้นก้มพระองค์ลงมารับพระราชสาส์นที่อยู่บนพานทอง แล้วก็ทรงประทับอิงให้เห็นทั่วทั้งพระองค์ เมื่อทรงหยิบพระราชสาส์นแล้ว ข้าพเจ้าก้มศีศะลงถวายคำนับอย่างต่ำ แล้วกลับมายังที่นั่ง ? อนึ่งในเรื่องราวของมองซิเออร์ลาลอแบเร ซึ่งแต่งหนังสือในเมืองไทยกล่าวการด้วยถวายพระราชสาส์นพระเจ้าลุยศ์ที่ ๑๔ แด่สมเด็จ


หน้า ๑๖

พระเจ้าแผ่นดินสยามมีความต่อไปดังนี้ ว่าพระที่นั่งโธรนฤๅบัญชรซึ่งพระเจ้าแผ่นดินสยามทรงประทับนั้น ยกสูงกว่าท้องพระโรง ๙ ฟิต เลอร์ชิวาลิเอเดอเชามองต์ราชทูต ได้ลุกออกจากที่นั่งที่ในท้องพระโรงรีบเดินเข้าไปข้างน่าแล้วเหยียบเข้าไป ๓ ชั้น ยกพานทองที่ใส่พระราชสาส์นชูขึ้น แต่สูงหาถึงพระเจ้าแผ่นดินไม่ พระเจ้าแผ่นดินทรงพระสรวลเสด็จลุกขึ้นก้มพระองค์เหยียดพระหัดถ์ลงมาที่พานทอง รับพระราชสาส์นจากราชทูต ราชทูตมิได้ส่งพระราชสาส์นให้เสนาบดีที่จะนำเข้าถวายซึ่งเปนธรรมเนียมมาแต่เดิมนั้น แลลาลอแบเรได้ว่าเมื่อราชทูตถวายพระราชสาส์นแด่พระเจ้าแผ่นดินสยามนั้น ชั้นที่ก้าวขึ้นไปนั้นก็สูงพอดีทีจะไม่เสียพระเกียรติยศที่ต้องก้มพระองค์ลงมารับพระราชสาส์นดอก ? อนึ่งสำเนาพระราชสาส์นพระเจ้าลุยศ์ที่ ๑๔ เจริญทางพระราชไมตรีมาถึงพระเจ้าแผ่นดินสยาม มีความตามคำแปลดังนี้ว่า เจริญทางพระราชไมตรีมาในเจ้าผู้ประเสริฐอันสูงสุด มีมหามิตรอันใหญ่ยิ่ง เปนมิตรที่รักใคร่อันดีของเรา ขอให้พระผู้เปนเจ้าให้ความเจริญแก่พระองค์อันใหญ่ยิ่งโดยมีมงคลโชคดีเปนที่สุด โชคดีตลอดต้นตลอดปลายเราได้ทราบด้วยการที่ถูกอันตรายของทูตซึ่งพระองค์ได้แต่งให้มาเจริญทางพระราชไมตรีแก่เราในปีคฤสต์ศักราช ๑๖๘๑ ตรงกับปีมีจุลศักราช ๑๐๔๓ แลเราได้ทราบความจากพวกมิชชันนารีที่ได้กลับมาจากกรุงสยามกับหนังสือ ซึ่งเสนาบดีของเราได้รับจากชนที่ปรากฏว่าได้รับราชการของพระองค์ ว่าพระองค์มีพระไทยยินดีมีความปราถนาจะเปน


หน้า ๑๗

ไมตรีด้วยกับเรา การที่จะตอบความนี้เราได้เลือก เลอชิวาลิเอเดอเชามองต์ เปนราชทูตของเราเข้ามาเจริญทางพระราชไมตรีแด่พระองค์ แลทูลให้พระองค์ทราบถึงความปราถนาของเรา ที่จะตั้งดำรงพระราชไมตรี ให้สนิทติดต่อกันในระหว่างพระองค์กับเรา เราจะมีความยินดีเปนอันมากที่จะพบโอกาศจะแสดงความของใจของเราแด่พระองค์ ที่ได้ทรงบำรุงแก่บิศฉอปสังฆราชแลบาดหลวงกาทอลิกที่ได้เข้ามา ตั้งสอนคฤสต์สาสนา แด่หมู่ชนซึ่งเปนสัปเยกต์ของพระองค์ แลความนับถืออันสำคัญของเราแด่พระองค์นั้น ตั้งให้เรามีความปราถนาอันใหญ่ ที่ควรพระองค์เองจะอาจทรงฟังพวกมิชชันนารีทั้งหลายแลเรียนจากเขา วิธีที่จริงแลการ ลับฦกอันศักดิสิทธิของสาสนาที่เปนบุญอันศักดิสิทธิ ซึ่งให้รู้จักผู้เปนเจ้าที่เที่ยงแท้ที่ท่านได้ยอมให้พระองค์เสวยศิริราชสมบัติ มีเกียรติยศปรากฏมานมนาน แลท่านผู้เดียวที่จะให้พระองค์ได้เสวยบรมศุขภายในภายน่า เราได้มอบสิ่งของบางสิ่งซึ่งเปนของปลาดในกรุงของเราให้กับราชทูตของเรามาเปนของบรรณาการที่เขาจะได้ถวายแด่พระองค์ให้เปนที่หมายแห่งความนับถือของเรา แล้วเขาคงจะทูลชี้แจงให้พระองค์ทราบว่าสิ่งไรที่เปนความปราถนาอันใหญ่ของเรา ที่จะเปนผลประโยชน์แห่งสัปเยกต์ของเราทั้งหลายในการค้าขาย เราขอให้พระผู้เปนเจ้าปกครองพระองค์ด้วยความศุขทุกประการเทอญ พระราชสาส์นนี้ส่งมาแต่วังเวอร์ซาย วันที่ ๑ เดือนยันนุวารี ในปีมีคฤสต์ศักราช ๑๖๘๕ ตรงกับปีมีจุลศักราช ๑๐๔๗


หน้า ๑๘

เราขอเปนมิตรอันแน่แท้ สนิทติดต่อกับพระองค์
(ลงชื่อเสนาบดี) กวลเบอร์ต
(ลงพระนาม) ลุยศ์

แล้วพระเจ้าแผ่นดินสยามจึงทรงพระราชปฏิสัณฐารถามถึงสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส แลพระบรมวงษานุวงษ์ทั้งปวง แล้วเพิ่มพระราชปฏิสัณฐาร ว่าพระองค์คงจะลองทำให้ทุกๆ ทางที่จะให้เปนที่ชอบพระไทยพระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้าด้วยในการที่กล่าวขอนั้น ในเวลา ที่เฝ้านั้ สังฆราชบิศฉอปออฟเมแตลโลโปลิศเฝ้าอยู่ที่นั้นด้วย ได้เปนล่ามทูลแด่พระเจ้าแผ่นดินกับตัวข้าพเจ้า พระเจ้าแผ่นดินสยามนั้น ทรงมงกุฎประดับเพ็ชรติดกับหมวกเหมือนดังเช่น ทหารแตรคะคูนของเรา ได้ใส่ ทรงพระภูษาลายทองดอกไม้อย่างงาม แลทรงพระเกยูรแล ทองพระกรซึ่งประดับเพ็ชร แลทรงพระธำมรงค์เพ็ชรครบพระองคุลี พระเจ้าแผ่นดินพระชัณษาปรากฏประมาณ ๕๕ พรรษา พระรูปโฉมงามดีพระฉวีติดจะดำแดงเหมือนอย่างบรรดาราษฎรที่อยู่ในอาณาเขตรของพระองค์ท่าน พระอาการเปนที่น่ารัก พระอากัปกิริยาทรงพระประพฤติเรียบร้อย แลทรงกล้าหาญ ทรงพระปรีชาสามารถอันใหญ่ ที่ปกครองพระราชอาณาเขตรเปนอันดี มีพระไทยกว้างขวางโอบอ้อมอารี มีพระไทยรักศิลปสารท วิชาการช่าง ถ้าจะสรรเสริญโดยความสั้น ๆ ก็พระองค์ท่านเปนเจ้าโดยอำนาจปัญญาอันประเสริฐยิ่งใหญ่ของ พระองค์ท่านเอง ได้ทรงละทิ้งธรรมเนียมเก่าที่เปนที่เร่อร่าน่าเกลียดซึ่งมีอยู่ในพระนครเสียมาก แลพระองค์ได้ทรงยืมธรรมเนียมต่าง ๆ ประเทศมีชาติยุโรปเปนสำคัญ แลบรรดาธรรมเนียมใด ๆ ที่พระองค์ท่านทรงเห็นว่า


หน้า ๑๙

เปนการดีมีประโยชน์ที่จะให้เปนพระเกียรติยศในพระองค์ แลเปนความศุขในราษฎรของพระองค์ ก็โปรดให้ตั้งเปนธรรมเนียมใช้ทั่วกันไป เมื่อเวลาเสด็จออกเฝ้าอยู่นั้น มีขุนนางประมาณ ๘๐ คนที่ในท้องพระโรง หมอบราบเอาหน้าลงก้มดินทุกคน แลแต่งตัวด้วยเครื่องแต่ง ตัวอันงดงาม แต่ไม่ได้ใส่ถุงเท้าทุกๆ คน มีหีบใส่หมากบุหรี่ ด้วยของเหล่านี้เปนที่หมายตำแหน่งยศ ครั้นเมื่อพระเจ้าแผ่นดิน สยามทรงพระราชปฏิสัณฐารกับข้าพเจ้าสักชั่วโมง ๑ แล้วปิดพระบัญชรเสด็จขึ้น ข้าพเจ้าก็กลับมา ที่ท้องพระโรงนั้นยกพื้นมีอัฒจันท์ประมาณ ๑๒-๑๓ ก้าว ในท้องพระโรงนั้นเพดานแลผนังเขียนลายทองตลอด พื้นนั้นปูพรมอย่างดี ข้างในท้องพระโรงนั้นมีอัฒจันท์ขึ้นสองข้างเข้าไปในพระมหามณเฑียร ในระหว่างอัฒจันท์นั้นมีม่านสองไขเปนน่าต่าง น่าม่านออกมานั้นมีฉัตรใหญ่ ๓ คันซ้อนกันเปนชั้น ๆ ตั้งแต่พื้นจนถึงเพดาน ทำด้วยผ้าทอง คันฉัตรนั้นปิดทอง ฉั ตรคันหนึ่งตั้งอยู่กลางพระบัญชรอิกสองคันนั้นอยู่คันละข้าง ดูตรงไปที่พระบัญชรนั้นเห็นพระที่นั่งโธรน และพระที่นั่งโธรนนี้ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินสยามเสด็จออกรับข้าพเจ้า แล้วเจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีได้พาข้าพเจ้าเที่ยวดูทั่วพระราชวัง ข้าพเจ้าได้เห็นช้างเผือก อาหารที่กินแลดื่มนั้นใส่ภาชนะพานทองทั้งนั้น แล้วข้าพเจ้าได้เห็นช้างอื่น ๆ ที่งดงามอิกหลายช้าง ครั้นดูทั่วแล้วข้าพเจ้าจึงกลับมาที่พัก มีการรับเหมือนดังที่ขึ้นไป เรือนที่พักนั้นได้ตกแต่งประดับประดางดงามดี ตัวข้าพเจ้าแลพวกที่มาด้วยก็ได้อยู่เปนศุขสำราญ


หน้า ๒๐

? วันที่ ๒๒ เดือนออกโตเบอร์ สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามได้พระราชทานผ้าเยียรบับเข้มขาบหลายพับ เสื้อยี่ปุ่นหลายตัว แลกระดุม ทองสำรับ ๑ ให้ข้าพเจ้า แต่พวกที่มาด้วยข้าพเจ้านั้น พระราชทานผ้าปักทองเงินหลายพับ ของนี้เปนธรรมเนียมในพระราชประเพณีสำหรับบ้านเมืองที่พระราชทานให้เมื่อทูตมาถึง จะได้แต่งตามธรรมเนียมอย่างสยาม ตัวข้าพเจ้าเองนั้นหาได้เอาผ้านี้ตัดเปนเสื้อใส่ใช้สอยไม่ แต่พวกที่มาด้วยข้าพเจ้าได้ตัดใส่ใช้ตามธรรมเนียมทุกคน ? วันที่ ๘ เดือนโนแวมเบอร์ สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามได้เสด็จขึ้นไปเมืองลโว้ คือ เมืองลพบุรีซึ่งเปนพระราชวังที่พัก ประทับแรม อยู่ ๘-๙ เดือนในปีหนึ่ง ทางตั้งแต่กรุงศรีอยุทธยาไปเปนทาง ๒๐ลิก ประมาณ ๖๐ ไมล์ ? วันที่ ๑๕ เดือนโนแวมเบอร์ ข้าพเจ้าได้ออกจากกรุงศรีอยุทธยาขึ้นไปเมืองลพบุรี แลพักนอนตามทางซึ่งมีทำเนียบที่ปลูกรับ ดังเช่นแต่ครั้งเมื่อข้าพเจ้าแรกขึ้นมาจากเรือจนถึงพระนคร ทำเนียบนั้นปลูกเคียงกับพลับพลาที่เสด็จประทับ เมื่อเสด็จขึ้นไปประพาศเมืองลโว้ ข้าพเจ้าได้อยู่ที่นั้น ๒วัน พลับพลานั้นได้สร้างโดยอย่างดีเปนของงามตามประเทศสยาม แลได้มาถึงเมืองลพบุรี ? วันที่ ๑๘ เวลาเช้า เมื่อขึ้นไปบนเมืองนั้นได้เดินไปตามสวน ในสวนนั้นมีน้ำพุหลายแห่ง เดินไปอิก ๕-๖ ก้าวไปถึงที่ตึกมีห้องสูง แล้ว ได้พบวัดแลมีห้องนอนสำหรับคนที่ไปด้วยข้าพเจ้า ? วันที่ ๑๙ เดือนโนแวมเบอร์ พระเจ้าแผ่นดินโปรดให้ข้าพเจ้าไปเฝ้าไปรเวตในเวลาบ่าย ข้าพเจ้าขี่ช้าง แต่ได้พบเห็นก้าวโยกนักไม่มี


หน้า ๒๑

ความศุขเลย คิดว่าขี่ม้าเดินทางเสีย ๑๐ ลิก ดีกว่าขึ้นขี่บนหลังสัตว์ เหล่านี้อิก ? วันที่ ๒๓ เดือนโนแวมเบอร์ เจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีแจ้งความกับข้าพเจ้าว่าพระเจ้าแผ่นดินสยามโปรดมีการสนุกเล่นให้ข้าพเจ้าดูช้างชนกัน แลโปรดให้ข้าพเจ้าพาตัวนายเรือของข้าพเจ้าไปด้วย กัปตันนั้นชื่อ มองซิเออร์ เดอร์เอาดริกอรตคนหนึ่ง อิกคนหนึ่งชื่อ มองซิเออร์ เดอร์ ชวยเอศ ข้าพเจ้ากับกัปตันนั้นขึ้นขี่ช้างไป พระเจ้าแผ่นดินสยามมีรับสั่งให้กัปตันไปเฝ้าแล้วตรัสว่า มีพระไทยยินดีที่เขาได้เปนกัปตันที่ ๑ ของพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศส ที่ได้เข้ามาในพระราชอาณาเขตร แลทรงไว้ใจว่าเมื่อกลับไปนั้นขอให้มีโชคดีดุจได้เข้ามาถึงที่ แล้วพระราชทานกระบี่ให้คนละเล่ม กระบี่นั้นด้ามแลโกร่งทำด้วยทองคำ ฝักนั้นบั้งทอง แลสายตะพายปักทอง กับเสื้อเยียรบับเข้มขาบมีกระดุมทองใหญ่ แต่มองซิเออร์ เดอร์เอาดริกอรตเปนกัปตันใหญ่ได้ของพระราชทานงามดีมีราคามากกว่าอิกคนหนึ่ง แล้วจึงรับสั่งว่าให้มีใจระวังข้าศึกสัตรูไปตามทาง กัปตันนั้นจึงได้กราบทูลว่าพระองค์ก็ได้พระราชทานอาวุธให้ป้องกันตัว เขาคงจะต่อสู้ข้าศึกโดยดีกลับเปนน่าที่ของเรากัปตันที่ได้ทูลนี้อยู่บนหลังช้างหาได้ลงมาไม่ แลข้าพเจ้าเห็นว่าที่คิดว่าจะมีชนช้างนั้น เพราะทรงปราถนาจะพระราชทานของเหล่านี้แก่กัปตันก่อนคนยุโรปอื่นๆ ที่มาเฝ้า การนี้เปนที่หมายสำคัญแห่งความปราถนาซึ่งทรงแสดงให้แก่ชาติฝรั่งเศส


หน้า ๒๒

? วันอาทิตย์เปนวันที่ ๒ เดือนดิเซมเบอร์ เจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดี ได้ส่งของกำนันมาให้ข้าพเจ้าแลบาดหลวงแอปเบเดอ ชวยซี แลพวกที่มาด้วยข้าพเจ้า สิ่งของที่เปนกำนันนั้นคือเครื่องกระเบื้องถ้วยชามอย่างดี กำไลมือ ขวดจีน เสื้อยี่ปุ่น เครื่องเงินอย่างยี่ปุน เครื่องเงินปรุอย่างดีฝีมือยี่ปุ่น พลอยบิชอร์ นอแรด แลของปลาดอื่น ๆ อิกที่เปนของสำหรับประเทศ ? วันที่ ๑๑ เดือนดิเซมเบอร์ ข้าพเจ้าได้ไปดูจับช้างเถื่อน พระเจ้าแผ่นดินสยามเสด็จทอดพระเนตรในที่นั้นด้วย ได้รับสั่งให้ขุนนางสองคนมาพาตัวข้าพเจ้าไปเฝ้า มีรับสั่งถึงการต่างๆ แล้วทรงขอข้าพเจ้าให้ยอมให้มองซิเออร์ เดอลามาร์เร ซึ่งเปนอินยินเนียอยู่ช่วยในการทำป้อมที่ในกรุง ข้าพเจ้าได้ทูลกับพระองค์ท่านว่าข้าพเจ้าไม่มีความสงไสยแต่สักนิดเลย ว่าพระเจ้าแผ่นดินซึ่งเปนเจ้าของข้าพเจ้าจะทรงเห็นชอบทีเดียวในการที่ข้าพเจ้าจะให้อินยินเนียอยู่ ด้วยว่าผลประโยชน์ต่าง ๆ ของพระองค์นั้น ได้เปนที่รักของพระเจ้าแผ่นดินของข้าพเจ้าเหมือนกัน แลคนที่มีปัญญาฉลาดนี้ คงจะทำการให้เปนที่ชอบพระไทยไม่ให้เสียได้ ครั้นทูลแล้วข้าพเจ้าก็สั่งให้ มองซิเออร์ เดอลา มาร์เร อยู่รับราชการที่ในกรุงสยาม แล้วสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามได้มีพระราชประสงค์อยากจะรับสั่งด้วยกับเขา แล้วพระราชทานเสื้อเยียรบับ แก่เขาตัวหนึ่ง ด้วยคิดว่าจะกลับไปลงเรือเพลาพรุ่งนี้ ข้าพเจ้าจึงได้ถวายตัวพวกที่มาด้วยข้าพเจ้า เขาทั้งหลายก็ถวายคำนับ แล้วพระเจ้าแผ่นดิน


หน้า ๒๓

มีพระไทยปราถนาให้เขาไปมีความเจริญศุขสบาย สังฆราชบิศฉอปออฟเมแตลโลโปลิศได้ขอให้ถวายตัวบาดหลวง แอปเบเดอ ลิออนเน แลบาดหลวงแอปเบเลอร์อาเซต พวกมิชชันนารีทูลลา ด้วยเขา จะกลับไปยังกรุงฝรั่งเศสกับข้าพเจ้า แต่ทรงตอบมาว่าที่นี่ไม่ใช่วังทรงประทับ แลทรงเห็นว่าพวกมิชชันนารีเหล่านี้เหมือนอย่างบุตรของพระองค์ท่าน ควรจะไปเฝ้าทูลลาที่ในวังที่ประทับจึงจะชอบ แล้วก็เสด็จกลับ ข้าพเจ้าก็ตามเสด็จไปถึงชายป่า ? วันที่ ๔ วันที่ ๑๒ เดือนดิเซมเบอร์ พระเจ้าแผ่นดินสยามโปรดให้ข้าพเจ้ามียศเฝ้าทูลลาอิกครั้งหนึ่ง รับสั่งว่า มีพระไทยยินดีในตัวข้าพเจ้า แลทั้งการที่ได้มาเจรจาด้วยทั้งสิ้น แล้วพระราชทานข้าพเจ้า พานทองใหญ่ใบ ๑ ซึ่งเรียกว่าโปเสดต์ เปนที่หมายยศอันสูงสุด เสมอเท่ากันกับพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสได้โปรดตั้งให้เปนดุ๊ก แล้วพระเจ้าแผ่นดินมีรับสั่งว่าที่ไม่ได้ให้เปนทางราชการนั้น เพราะว่าบางส่วนจะไม่เปนที่ชอบแก่ตัวข้าพเจ้า ด้วยว่าผู้ที่ได้รับยศอันนี้ถึงว่าจะมียศอันสูงสุด ก็ต้องคุกเข่าลงถวายบังคมรับ ในบรรดาพวกคนต่างประเทศที่อยู่ในสำนักนิ์พระเจ้าแผ่นดินสยาม ก็มีแต่หลานเจ้ากรุงกัมพูชาคนเดียว ที่ได้รับหมายยศเหมือนเช่นนี้ ซึ่งได้ให้มีตำแหน่งยศเปนพระยาเท่ากันกับดุ๊กที่ในกรุงฝรั่งเศสดังเช่นข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้ว พระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้ได้มีน้ำพระไทยดี รับสั่งการที่เปนคำนับยินดีในตัวข้าพเจ้ามาก แต่ข้าพเจ้าไม่อาจพูดซ้ำอิก ด้วยว่าคงจะปรากฏเปนการอัศจรรย์ปลาด ไม่เปนที่เชื่อถือได้ตลอดในเวลา


หน้า ๒๔

ระยะทาง ที่ข้าพเจ้าได้เข้ามาด้วยราชการทูตนี้ พระองค์ท่านได้ ทรงแสดงแก่ข้าพเจ้าในเกียรติยศทุก ๆ อย่าง ด้วยทรงพระราช ดำริห์ว่า ข้าพเจ้าเปนผู้แทนของพระเจ้าอยู่หัวของข้าพเจ้า ข้าพเจ้า ได้รับความปราไสต้อนรับโดยสุภาพเรียบร้อย แต่เสนาบดีแลข้า ราชการทั้งสำนักนิ์ของพระเจ้าแผ่นดินสยามเหมือนกัน บาดหลวง แอปเบเดอลิออนเน แลบาดหลวงแอปเบเลออาเชต ก็ได้ทูลลาแด่ พระเจ้าแผ่นดินด้วย แล้วทรงพระประสาทพระพรให้ไปดีมาดีตามทาง แลพระราชทานรูปไม้กางเขนทำด้วยทองแลนาก ฐานเปนเงิน ให้ แก่บาดหลวงคนละอัน ครั้นเมื่อทูลลาออกจากท้องพระโรงแล้ว เจ้า พระยาวิชาเยนทราธิบดีพาข้าพเจ้าไปที่ห้องกลางพระราชวัง ห้องนั้น มีน้ำพุอยู่รอบห้อง ข้าพเจ้าได้พบที่ห้องนั้นตั้งโต๊ะมีของเลี้ยงเปนอันดี พระเจ้าแผ่นดินสยาม ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานเครื่องเสวยมาจาก โต๊ะหลวงให้ข้าพเจ้า ๓ สิ่ง ๆ หนึ่งเปนเข้าหุงประดับประดางดงาม อิก ๒ สิ่งนั้นปลาเค็มแห้งมาจากเมืองยี่ปุ่น ประมาณบ่าย ๕ โมงกลับจาก พระราชวังขึ้นเสลี่ยงมีคนหาม ๑๐ คนมาลงเรือ ขุนนางที่มาส่งข้าพเจ้านั้นโดยมากขี่ม้าทั้งนั้น แล้วมาลงเรือของเขาทั้งปวงประมาณ ๑๐๐ ลำ ทางที่ข้าพเจ้าไปนั้นมีทหาร ช้าง แลแขกขี่ม้ายืนเปนแถว ตลอดทาง แล้วข้าพเจ้าออกจากเมืองลพบุรี ? รุ่งขึ้นวันที่ ๑๓ ข้าพเจ้ามาถึงกรุงศรีอยุทธยาประมาณ ๓ ยาม พระราชสาส์นแลราชทูตของสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยาม ซึ่งทรงแต่งให้ไปเจริญทางพระราชไมตรีกับพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมากับข้าพเจ้า แต่


หน้า ๒๕

เชิญลงเรือกิ่งเปนอันงาม มีเรือตามอิกหลายลำ พระเจ้าแผ่นดินสยาม ได้พระราชทานให้ข้าพเจ้าอิก เครื่องปอศเลนกระเบื้องอย่างดีราคาประมาณ ๖๐๐-๗๐๐ เหรียญ มุลี่จีน ๒ คู่ ผ้าปูโต๊ะปักทองปักเงินทำมาแต่เมืองจีน ๔ ผืน ไม้กางเขนทำด้วยนาก (ธาตุอย่างนี้มีความนับถือมากที่ในกรุงเหมือนกับทอง) รูปเปนทองคำ ฐานเปนเงิน ๑ อัน แลของปลาดอย่างที่ในอินเดียอิกต่าง ๆ เปนอันมาก ด้วยเปนธรรมเนียมที่ ในประเทศที่พระราชทานของให้แก่บรรดาผู้ที่นำเครื่องบรรณาการมาถวาย ข้าพเจ้าได้แจกเงินบรรดาพวกฝีพายหลวงประมาณ ๘๐๐-๙๐๐ เหรียญ แลเจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีนั้น ข้าพเจ้าได้ให้เครื่องเฟอนิเชอร์ของแต่งเรือนซึ่งข้าพเจ้าซื้อมาแต่กรุงฝรั่งเศส ราคามากกว่าพันดรอน (ดรอน ๑ ประมาณ ๒บาท) แลเก้าอี้อย่างงาม ๑ เก้าอี้ ข้าพเจ้าได้ ซื้อที่กรุงฝรั่งเศสราคา ๒๐๐ ดรอน เปนของกำนันเจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดี แลท่านผู้หญิงนั้นข้าพเจ้าได้ให้กระจกกรอบทองประดับพลอย ๑ บาน ราคาประมาณ ๖๐ เหรียญ อนึ่งข้าพเจ้าลืมจะบอกไปว่าพระเจ้าแผ่นดินสยามได้พระราชทานสิ่งของ ให้แก่บาดหลวง แอปเบเดอชวยซี เปนราคาประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ เหรียญ ของนั้น คือ ขวดจีนหลายขวด เครื่องเงินปรุทำที่เมืองยี่ปุ่น แลปอศเลนเครื่องกระเบื้องหลายสิ่งแลของปลาดอื่น ๆ ที่อย่างอินเดียด้วย ? วันที่ ๑๔ เดือนดิแซมเบอร์ เวลา ๕ โมงเย็น ข้าพเจ้าออกจากกรุงศรีอยุทธยา เจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดี แลขุนนางอื่น ๆ อิกหลายนายมากับข้าพเจ้า มีเรือตามด้วยหลายลำ ล่องลงมาถึงเมืองบางกอก



หน้า ๒๖

รุ่งขึ้นเวลาเช้า บรรดาป้อมที่ข้าพเจ้าพ้นมาแลที่บางกอกได้ยิงปืนใหญ่สลุตข้าพเจ้าทั้งนั้น ข้าพเจ้าหยุดอยู่ที่เมืองบางกอกวันหนึ่ง ด้วยข้าพเจ้าเปนขุนนางฝ่ายทหาร พระเจ้าแผ่นดินสยามมีพระไทยปราถนาจะให้ข้าพเจ้า ตรวจดูป้อมต่าง ๆ แล้วทูลให้พระองค์ท่านทราบ ว่าจะแก้ไขทำสิ่งไรอิกบ้าง กับให้เลือกที่ ๆ จะสร้างวัดด้วย ข้าพเจ้าได้ทำแผนที่แล้วมอบให้เจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีไว้ ? วันที่ ๑๖ เวลาเช้าข้าพเจ้าได้ออกจากบางกอก ขุนนางตามมาด้วยเปนอันมาก ที่ป้อมนั้นยิงปืนสลุตข้าพเจ้าอิก เวลาบ่าย ๔ โมง ได้มาถึงปากอ่าวแล้วลงเรือโบตยาวของเรือรบพระเจ้าแผ่นดินฝรั่งเศสไปขึ้นเรือที่ข้าพเจ้ามา ? วันที่ ๑๗ เรือรบหลวงของพระเจ้าแผ่นดินสยามลำใหญ่ ซึ่งใส่พระราชสาส์น แลราชทูตที่จะไปเจริญทางพระราชไมตรีพระเจ้ากรุงฝรั่งเศสมาถึง ทอดสมอที่ใกล้เรือข้าพเจ้า ๆ ให้เรือโบตของข้าพเจ้าไปรับ ทีแรกพาราชทูตอุปทูตมาขึ้นเรือแล้วให้กลับไปรับตรีทูตมา แลพระราชสาส์นนั้นเชิญลงในบุษบกมียอดแหลมปิดทองเปนอันงาม พระราชสาส์นนั้นจาฤกในสุพรรณบัตรแผ่นทองม้วนลงในหีบทอง แล้วได้ยิ่งปืนคำนับพระราชสาส์นนั้นหลายนัด เชิญขึ้นไว้บนดาดฟ้าเรือ มีเครื่องสูงเสวตรฉัตรกั้นอยู่จนวันข้าพเจ้าออกจากเรือ เมื่อพระราชสาส์นประดิษฐานอยู่ที่นั้น ขุนนางทั้งปวงเดินไปเดินมาที่ใกล้พระราชสาส์นแล้วลงกราบถวายบังคมทั้งสิ้น เพราะเปนธรรมเนียมที่จะแสดงความนับถืออันใหญ่ยิ่งในพระราชสาส์นของพระเจ้าแผ่นดินของเรา ครั้นรุ่งวันเรือรบหลวงที่เชิญพระราชสาส์นแลทูตมาส่งนั้นได้กลับเข้าไปในลำแม่น้ำ แลใน


หน้า ๒๗

เวลานั้นมีกำปั่นอิกลำหนึ่งมาจากพระเจ้ากรุงสยาม ทอดสมอที่ริมเรือข้าพเจ้า กำปั่นนั้นเจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดีได้มาด้วย แลครั้นรุ่งวันที่ ๑๙ ได้ขึ้นมาหาที่เรือข้าพเจ้า แลได้รับประทาน ดินเนอร์กับข้าพเจ้า ครั้นรับประทานแล้ว ข้าพเจ้าให้เรือโบตของข้าพเจ้า ไปส่ง แล้วข้าพเจ้าให้ยิงปืนสลุตคำนับเจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดี ๒๑ นัด แลเราทั้งหลายได้จากกันโดยความเสียใจเปนอันมาก ซึ่งได้ทำทาง ไมตรีกันไว้แล้วแก่กันโดยแขงแรง ข้าพเจ้ามีความอัศจรรย์ใจเปนอันมากที่ไม่ได้ข่าวบาดหลวง เลอวาเซต มิชชันนารี แลนายทหารกำปนีฝรั่งเศสแลสิเกรตารีของข้าพเจ้าเลย ซึ่งข้าพเจ้าได้ทราบว่าเขาได้มาจากกรุงศรีอยุทธยาแต่ณวันที่ ๑๖ กับด้วยคนชาวสยามที่จะไปกับด้วยราชทูต ๗ นาย กับคนใช้อิกหลายคน ข้าพเจ้าคิดว่าเขาทั้งหลายจะจมน้ำ หายไปหมด แลข้าพเจ้าตั้งใจคิดว่าจะใช้ใบไปเสียแล้วด้วยมีลมดี ? ครั้นรุ่งขึ้นวันที่ ๒๐ บางนายผู้ที่มีชื่อกล่าวมาแล้วได้มาบนเรือข้าพเจ้า แจ้งความว่าน้ำเชี่ยวนัก ได้พัดเอาเรือไปไกลได้ประมาณ ๔๐ ลิก แลต้องปล่อยพวกที่ไปด้วยไว้ที่ฝั่งชายเลนห่างจากที่นี้ประมาณ ๒๕ ลิก แลคิดว่าจะไม่สามารถกลับมาขึ้นเรือไปด้วยกับข้าพเจ้าโดยเร็ว ข้าพเจ้าจึงคิดรอไปว่าจะออกเรือในรุ่งวัน ? วันที่ ๒๒ เดือนดิเซมเบอร์ คฤสต์ศักราช ๑๖๘๕ ตรงกับปีมีจุลศักราช ๑๐๔๗ ปี ข้าพเจ้าได้ใช้ใบออกจากกรุงสยามกลับไปเมืองฝรั่งเศส


หน้า ๒๘

แปลพระราชสาส์น สันตปาปา โปป เครเมนต์ที่๙

เจริญทางพระราชไมตรีมาในพระเจ้าแผ่นดินสยามจากภาษาอังกฤษต้นฉบับเปนภาษาลาติน มีความว่า เจริญทางพระราชไมตรีมายังพระเจ้าแผ่นดินผู้บริสุทธิใสยิ่งที่สุด ความศุขแลความสว่างจากทิพย กรุณาจงมีแด่พระองค์ เราได้ทราบโดยความยินดีว่า อาณาจักรของพระองค์มีความมั่งคั่งบริบูรณ์อยู่เสมอ แต่ไม่สู้จะเจริญ ในรัชกาลของพระองค์สิ่งซึ่งต้องหฤไทยเราให้รู้สึกมากที่สุดนั้นคือ ความกรุณาความยุติธรรมแลราชคุณอื่น ๆ ซึ่งชักนำพระองค์ มิใช่แต่ทรงประพฤติยุติธรรมทั่วไป แต่ได้ทรงพระกรุณาโปรดโดยน้ำพระไทยวิเศษอันดีที่สุดแก่นักเทศผู้ประพฤติ แลสั่งสอนพระกิติคุณแก่สัปเยกต์ของพระองค์ ลักษณสาสนธรรมแลพระผู้เปนเจ้าอันเที่ยงแท้ อำนาจความใหญ่แลกำลังของพระองค์ แลพระปรีชาญาณซึ่งยกลอยขึ้นแลพระปัญญาซึ่งปกครองแผ่นดินโดยความฉลาด แลกิริยาอาการแห่งความดีวิเศษในพระองค์มากกว่าพัน ได้มีเกียรติยศปรากฎลงพิมพ์ตลอดทั่วทวีปยุโรป แต่มิได้มีผู้หนึ่งผู้ใดประกาศสรรเสริญความดีของพระองค์อันดังมากยิ่งกว่าบิศฉอป เฮลิโอ โปลิศไม่ เราได้ทราบจากริมฝีปากของเขาว่าพระองค์ได้พระราชทานที่ดินแลสิ่งของเครื่องจะสร้างวัดแก่บิศฉอปออฟเบรีทศ ซึ่งเปนพี่น้องร่วมสาสนาเปนที่นับถือของเรา น้ำพระไทยดีเผื่อแผ่ของพระองค์นี้ได้เพิ่มในการดีของพระองค์อิก แลเปนที่หมายความกรุณาซึ่งพวกมิชชันนารีทั้งหลายของเราได้


หน้า ๒๙

เข้ามาตั้งทำการสอนสาสนาในแผ่นดินของพระองค์มานานไม่ได้ความโปรดปรานมาแต่ก่อนเลย บิศฉอป ออฟ เฮลิโอ โปลิศ ของเราเต็มไปด้วยความขอบพระเดชพระคุณแลความปราถนาซึ่งศักดิ์สิทธิอันนั้นได้เผาอยู่ในใจเสมอที่จะช่วยชีวิตรทั้งหลายให้พ้นจากทุกข์ ได้ขอลาต่อเรากลับเข้าไปในราชอาณาจักรของพระองค์ เราได้มีใจอันดียอมอนุญาตให้เขากลับเข้าไป เราขอให้พระองค์ปกครองบำรุงให้มีร่มเงาโดยอำนาจ ความยุติธรรมแลความกรุณาของพระองค์ แก่สังฆราชบิศฉอปซึ่งเปนที่นับถือทั้งสองนี้จากความฤษยาเกลียดชังของคนชั่วใจบาป แลความดูหมิ่นดูถูกจากศัตรูของสังฆราชทั้งสองนี้ด้วย สังฆราชนี้จะได้นำบรรณาการของบางสิ่งจากเราถวายพระองค์ แต่ของเหล่านี้ไม่ได้เปนราคามาก แต่เราขอให้พระองค์ทรงรับไว้เหมือนเปนพยานแห่งน้ำใจดีอันเที่ยงแท้ของเรา แลความนับถืออันใหญ่ซึ่งเราได้มีแด่พระองค์ สังฆราชนั้นจะได้ทูลให้พระองค์ทราบว่าเราได้อ้อนวอนแด่พระผู้เปนเจ้าซึ่งมีอำนาจใหญ่ไม่มีที่เปรียบทั้งกลางคืนแลกลางวัน แลในเวลาเดียวนี้ด้วยโดยน้ำใจของเรา ให้ทรงพระกรุณาเข้าทิพยานุภาพแด่พระองค์ให้มีความสว่างในความจริง แลด้วยการอันนี้เมื่อพระองค์เสวยศิริราชสมบัติในพิภพโดยนานแล้ว ให้ท่านเรียกพระองค์กลับขึ้นไปเสวยศิริราชสมบัติไปสวรรค์ชั้นบนเทอญ พระราชสาส์นนี้ ส่งมาแต่กรุงโรม วันที่ ๒๔ เดือนออคุศต์ ในปีมีคฤสต์ศักราช ๑๖๖๙ ปี ตรงกับปีมีจุลศักราช ๑๐๓๑ ปี


หน้า ๓๐

ในจดหมายเหตุว่า บิศฉอป ออฟ เฮลิโอ โปลิศ ได้เข้ามาถึงกรุง ในปีมีคฤสต์ศักราช ๑๖๘๒ ตรงกับปีมีจุลศักราช ๑๐๔๔ แล้วได้ถวายพระราชสาส์น แลเครื่องราชบรรณาการจากพระเจ้าลุยศ์ที่ ๑๔ พระเจ้ากรุงฝรั่งเศส มีความในพระราชสาส์นดังนี้ เจริญทางพระราชไมตรีมายังเจ้าอันประเสริฐสูงสุดมีอำนาจอันยิ่งใหญ่ เปนมิตรรักใคร่อันดีของเรา ด้วยเราได้ทราบว่าพระองค์ได้โปรดรับบรรดาสัปเยกต์ของเราโดยทางไมตรีที่เขาได้พาสาสนาอันศักดิสิทธิของเรามาโดยน้ำใจอันร้อน แลเขาได้ตั้งเปิดทางสว่างแห่งสัทธรรมแลพระกิตติคุณให้แผ่ทั่วตลอดอาณาเขตรของพระองค์นั้น เรามีความยินดีด้วยมีโอกาศซึ่งจะแสดงความรู้พระคุณในพระองค์ของเรา โดย บิศฉอป ออฟ เฮลิโอ โปลิศ ได้กลับไปยังกรุงสยาม แลเขาจะได้ทูลความให้พระองค์ทราบว่าเรามีความขอบพระไทยพระองค์ ที่พระองค์ได้โปรดพระราชทานแก่ตัวเรา แลบิศฉอปเปริ ทัศ มิใช่แต่ที่พื้นดินเปนที่อยู่เท่านั้น ได้พระราชทานสิ่งของเครื่องสรรพสัมภาระที่จะสร้างวัด แลสร้างเรือนอยู่ด้วย แลด้วยว่าสังฆราชเหล่านี้จะเข้ามาตั้งการสอนสาสนา ให้เปนธรรมเปนประโยชน์ ลางทีก็ต้องอาไศรยความยุติธรรมของพระองค์บ่อย ๆ เราจึงได้คิดเห็นควรที่เราขอต่อพระองค์แทนตัวเขา แลชนทั้งปวงที่เปนสัปเยกต์ของเราด้วยในการทนุบำรุงที่เปนการดีทุกอย่าง แลขอให้พระองค์เห็นแน่ว่า การทนุบำรุงที่พระองค์ได้โปรดประทานให้แก่เขาทั้งปวงนั้นก็จะเปนที่รักของเรานัก แลเรามีความยินดีที่จะมีช่องแสดงความรฦกคุณพระองค์ของเราด้วย เราขออาราธนาอ้อนวอนพระ


หน้า ๓๑

ผู้เปนเจ้าให้โปรดช่วยทนุบำรุงพระองค์ ซึ่งเปนผู้ประเสริฐอันสูงสุดมีอำนาจอันยิ่งใหญ่ให้ความศุขตลอดกาลที่สุดเทอญ (ลงนามเสนาบดี กอลเบอรต์) (ลงพระนาม ลุยศ์) ในจดหมายเหตุนั้นมีความว่า ในเวลานี้พวกกาทอลิกได้มีประโยชน์มาก ด้วยเจ้าพระยาวิชาเยนทราธิบดี ซึ่งชื่อว่าคอนสตันไตน์ฟอลคอน ได้เลื่อนยศเปนที่สมุหนายก ไปรม์มินิศเตอร์ กรุงสยามด้วย ครั้นปีมีคฤสต์ศักราช ๑๖๘๕ ตรงกับปีมีจุลศักราช ๑๐๔๗ เลอชีอาลิเออเดอ เชามอนต์ ได้เปนราชทูตจากพระเจ้าลุยศ์ ที่ ๑๔ เข้ามาจำเริญทางพระราชไมตรีณกรุงสยาม การที่ทูตมานี้มีประสงค์จะให้พระเจ้าแผ่นดินแลขุนนางราษฎรเข้ารีตถือสาสนาโรมันกาทอลิก การที่ทูตมาซึ่งได้แปลไว้ข้างบนนี้แล้ว ในปีมีคฤสต์ศักราช ๑๖๘๐ ตรงกับปีมีจุลศักราช ๑๐๓๒ สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสยามได้แต่งทูตออกไปเจริญทางพระราชไมตรีณกรุงฝรั่งเศส ครั้งแรกไปโดยทางเคป ออฟ คุดโฮป ตั้งแต่ออกปากน้ำเจ้า พระยาไปแล้วก็ไม่ได้ข่าว สูญไปทีเดียว