ข้ามไปเนื้อหา

บทเพลงปลุกใจ

จาก วิกิซอร์ซ
บทเพลงปลุกใจ
ของ หลวงวิจิตรวาทการ

จากบทละครเรื่อง "เลือดสุพรรณ" พ.ศ. ๒๔๗๙
เลือดสุพรรณเคยหาญในการศึก เหี้ยมฮึกกล้าสู้ไม่รู้หนี
ไม่ครั่นคร้ามขามใจต่อไพรี ผู้ใดมีมีดพร้าคว้ามารบ
สร้อย … … มาด้วยกัน มาด้วยกัน เลือดสุพรรณเอ๋ย
เลือดสุพรรณ เข้าประจัน อย่าได้พรั่นเลย
อยู่ไม่สุขเขามารุกแดนตระหน่ำ ให้ชอกช้ำแสนอนาถชาติไทยเอ๋ย
เขาเฆี่ยนฆ่าเพราะว่าเห็นเป็นเชลย จะนิ่งเฉยอยู่ทำไมพวกไทยเรา
สร้อย … … มาด้วยกัน มาด้วยกัน เลือดสุพรรณเอ๋ย
เลือดสุพรรณ เข้าประจัน อย่าได้พรั่นเลย
อันเมืองไทยเป็นของไทยใช่ของอื่น มาต่อสู้กู้คืนเถอะเราเอ๋ย
ถึงตัวตายอย่าเสียดายชีวิตเลย มาเถอะเหวยพวกเรามากล้าประจัญ
สร้อย … … มาด้วยกัน มาด้วยกัน เลือดสุพรรณเอ๋ย
เลือดสุพรรณ เข้าประจัน อย่าได้พรั่นเลย
พ.ศ. ๒๔๗๙
(สร้อย) ราชสีมา เหมือนดังศิลา ที่ก่อกำแพง สยามจะเรือง
กระเดื่องเดชแรง ด้วยมีกำแพง คือราชสีมา
ชาวนคร ราชสีมา แต่โบราณ เหี้ยมฮึก กล้าหาญ ยิ่งหนักหนา
ศึกเสือ เหนือใต้ ที่ไหนมา เลือดนคร ราชสีมา ไม่แพ้ใคร (สร้อย)
แต่ก่อนกาล ท่านวีรสตรี ท้าวสุรนารี ผู้เป็นใหญ่
กล้าหาญ ยอดยิ่ง ผู้หญิงไทย มิ่งขวัญ ธงไชย ของเมืองเรา (สร้อย)
มาพวกเรา ชาวนครราชสีมา หน้าเดิน รีบมา สู้กับเขา
หากศัตรู ไม่เกรง ข่มเหงเรา สู้เขา สู้หัน อย่าพรั่นใจ (สร้อย)
จากบทละครเรื่อง "ราชมนู" พ.ศ. ๒๔๗๙
มาพวกเรา พวกชาวอิสาน สนุกสนาน สำราญบานใจ
ทำมาหากิน อยู่ถิ่นแดนไกล ทั้งกายทั้งใจ เป็นไทยทุกคน เอย
มาพวกเรา อย่าเขลาอย่าคร้าน กอบกิจการงาน โดยสามัคคี
เสร็จงานก็เล่น เป็นประเพณี มุ่งความงามดี กันทุกคน เอย
มาพวกเรา พวกเราชาวไทย เราต้องภูมิใจ เมืองไทยเมืองทอง
เราสามัคคี เหมือนพี่เหมือนน้อง อยู่ในปกครอง ศรีอยุธยา เอย
มาพวกเรา พวกชาวสยาม ขึ้นชื่อลือนาม เป็นชาติกล้าหาญ
หากเรามีภัย เพราะใครรุกราน ก็อาจกู้บ้าน- เมืองกลับได้ เอย
จากบทละครเรื่อง "ราชมนู" พ.ศ. ๒๔๗๙
(สร้อย) แดนอิสาน เป็นของไทย เราใฝ่ใจรัก เตรียมให้พร้อมพรัก
เพื่อสู้ ศัตรูทั้งหลาย
อย่ามัวแต่หวังนั่งนิ่ง ทั้งหญิงทั้งชาย
ต้องขวนขวาย กอบกู้ ชูชาติไทย
แดนอิสานของไทย ชาวอิสานเป็นไทย ไทยต้องจำ
บ้านเมืองเหมือนเรือ ในเมื่อทวนน้ำ
อย่ากลัวกระแสน้ำไหล ช่วยกันพาย ช่วยกันจ้ำ
กิจการงานใดใด คนไทยต้องคว้ามาทำ
อย่าหวังในน้ำแรงของต่างแดน เอย (สร้อย)
จำเถอะนะเราจำ จำเถอะนะต้องจำ จำใส่ใจ
ชาวอิสานเป็นไทย เราต้องช่วยไทย
อย่ามัวพะวงหลงใหล ว่าชาติไหนเขาจะช่วย
พวกเราอย่าหนีศัตรู ต้องอยู่สู้กันจนม้วย
ตายไหตายด้วย กับพวกไทยเราเอย (สร้อย)
จากบทละครเรื่อง "ราชมนู" พ.ศ. ๒๔๗๙
(สร้อย) รักเมืองไทย ชูชาติไทย ทะนุบำรุงให้รุ่งเรือง สมเป็นเมืองของไทย
เราชาวไทย เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย ไม่เคยอ่อนน้อม เราไม่ยอมแพ้ใคร
ศัตรูใจกล้า มาแต่ทิศใด ถ้าข่มเหงไทย คงได้เห็นดี (สร้อย)
เราชาวไทย เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย เรารักเพื่อนบ้าน เราไม่รานรุกใคร
แต่รักษาสิทธิ์ อิสระของไทย ใครทำช้ำใจ ไทยจะไม่ถอยเลย (สร้อย)
เราชาวไทย เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย ถ้าถูกข่มเหง แล้วไม่เกรงผู้ใด
ดั่งงูตัวนิด มีพิษเหลือใจ เรารักเมืองไทย ยิ่งชีพเราเอย (สร้อย)
จากบทละครเรื่อง "พระเจ้ากรุงธนฯ" พ.ศ. ๒๔๘๐
บ้านเมืองของเรา เขามารุกราน เราก็ชายชาติทหาร ไฉนจึงยอมแพ้เขา
เขตแดนของไทย ดวงใจของเรา ใครหลู่ดูเบา กลัวเขาทำไม
กรุงศรีอยุธยา สิ้นชาตาแล้วหรือ คนดีมีฝีมือ หายไปทางไหน
เมืองของเรา เขาทำช้ำใจ พวกเราไปไหน ไม่มาต้านทาน
จากบทละครเรื่อง "พระเจ้ากรุงธนฯ" พ.ศ. ๒๔๘๐
(สร้อย) กรุงศรีอยุธยา ราชธานีไทย ถึงเคยแตกแหลกไป ก็ไม่สิ้นคนดี
เราจะรบศัตรู ต่อสู้ไพรี เราจะกู้เกียรติศรี- อยุธยาไว้เอย
อยุธยารุ่งเรืองกระเดื่องนาม เมืองงามธรรมชาติช่วยสนอง
บริบูรณ์ลุ่มน้ำและลำคลอง ท้าวอู่ทองทรงสร้างให้ชาวไทย (สร้อย)
ครั้งโบราณแพ้พะม่าเป็นข้าเขา พระนเรศวรเจ้าทรงกู้ได้
ไล่ศัตรูไปให้พ้นแผ่นดินไทย ศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี (สร้อย)
ชาวศรีอยุธยามาด้วยกัน เลือดไทยใจมั่นไม่พรั่นหนี
ชีวิตเราขอน้อมยอมพลี ไว้เกียริตศรีอยุธยาคู่ฟ้าดิน (สร้อย)
จากบทละครเรื่อง "ศึกถลาง" พ.ศ. ๒๔๘๐
ถลางของเราใครเข้ามาย่ำ จะตีกระหน่ำให้มันพ่ายแพ้ไป
ถลางเป็นถิ่นของไทย ไล่ศัตรูออกไป ไชโย
เลือดไทยใจเด็ดไม่เข็ดขาม สงครามแกล้วกล้าจะหาไหน
สละชีพเพื่อชาติจนขาดใจ ไม่ให้ศัตรูมาดูแคลน
ชาติใดใจหาญรุกรานมา จะเคี่ยวฆ่ามันให้ยับนับแสน
ก่อกรรมทำทุกข์รุกเขตแดน แก้แค้นให้พ้นแผ่นดินไทย
จากบทละครเรื่อง "ศึกถลาง" พ.ศ. ๒๔๘๐
บางสมัยไทยด้อยจวนย่อยยับ ไทยกลับแก้ฟื้นคืนได้
เพราะไทยใจสมัครรักเป็นไทย เต็มใจต่อสู้หมู่ไพรี
มาเถอะเหวยยกมาทั่วสากล ไทยจะทนสู้ตายไม่พ่ายหนี
ถ้าแม้นมันมีชัยพวกไพรี ให้ได้แต่ปฐพีไม่มีคน
หาเช้ากินค่ำยามสงบ เกิดศึกก็รบไม่ย่อย่น
ชาติใดใจกล้ามาประจญ ทุกคนยอมตายให้บ้านเมือง
มาเถิดชาวไทยทั้งหญิงชาย ไว้ลายให้โลกเขาลือเลื่อง
ไว้เกียรติกรุงสยามนามประเทือง ให้รุ่งเรืองวัฒนาชั่วฟ้าดิน
จากบทละครเรื่อง "ศึกถลาง" พ.ศ. ๒๔๘๐
ตื่นเถิดชาวไทย อย่าหลับไหลลุ่มหลง ชาติจะเรืองดำรง ก็เพราะเราทั้งหลาย
ถ้ามัวหลับหลง เราก็คงละลาย เราต้องเร่งขวนขวาย ตื่นเถิดชาวไทย
บ้านเมือง ยามเพื่องฟุ้งรุ่งเรือง ก็อย่าลืมขวนขวาย
เผลอตัวศึกมา เราจะพากันตาย จำไว้เถอะสหาย ตื่นเถิดชาวไทย
ชาติไทย เราไม่น้อมยอมใคร จะสู้จนชีพสลาย
หวังผดุงแหลมทอง เราพี่น้องหญิงชาย อย่าให้ชาติสูญหาย ตื่นเถิดชาวไทย
จากบทละครเรื่อง "ศึกถลาง" พ.ศ. ๒๔๘๐
(สร้อย) ศึกถลาง ปางศัตรูมาย่ำ ด้วยกำลังทางน้ำ ไทยยังไม่แน่นหนา
ศึกถลางปางนี้ไทยต้องจำ กำลังรบทางน้ำต้องรีบหา
เมื่อศัตรูเหี้ยมฮึกศึกมีมา ถึงไทยกล้าขาดอาวุธก็สุดกัน (สร้อย)
เขตสยามทางทะเลยาวไม่น้อย ต้องมีเรือรบคอยเป็นรั้วกั้น
หากมัวรออยู่บนฝั่งตั้งประจัญ คงตายก่อนไม่ทันได้รบเลย (สร้อย)
เมื่อนาวีข้าศึกมาโจมจู่ ต้องมีเรือออกไปสู้ไม่อยู่เฉย
พวกชาวไทยอย่าได้ไว้ใจเลย เรานี้เคยถูกเจ็บจึงต้องจำ (สร้อย)
จากบทละครเรื่อง "ศึกถลาง" พ.ศ. ๒๔๘๐
(สร้อย) แหลมทองไทยเข้าครองเป็นแดนไทย รักกันไว้เราพวกไทยในแดนทอง
แหลมทองไทยเข้าครองเป็นแดนไทย แล้วย้ายแยกแตกกันไปเป็นสาขา
ไทยสยามอยู่แม่น้ำเจ้าพระยา และปิงวังยมนาน่านนที (สร้อย)
โขงสาครไทยก็จองครองที่ดิน สาลวินไทยใหญ่อยู่เป็นที่
ไทยอิสลามอยู่ลำน้ำตานี ต่อลงไปไทยก็มีอยู่เหมือนกัน (สร้อย)
ขอพวกเราชาวไทยของแดนทอง หมายใจปองผูกรักสมัครมั่น
ไทยสยามมุ่งจิตคิดสัมพันธ์ ผูกไมตรีทั่วกันในแหลมทอง (สร้อย)
จากบทละครเรื่อง "เจ้าหญิงแสนหวี" พ.ศ. ๒๔๘๑
ความรักอันใด แม้รักเท่าไหน ยังไม่ยั่งยืน
เช่นรักคู่รัก แม้รักดั่งกลืน ยังอาจขมขื่น ขึ้นได้ภายหลัง
แต่ความรักชาติ รักแสนพิศวาท รักสุดกำลัง
ก่อเกิดมานะ ยอมสละชีวัง รักจนกระทั่ง หมดเลือดเนื้อเรา
ชีวิตร่างกาย เราไม่เสียดาย ตายแล้วก็เผา
ทุกสิ่งยอมคลาด เว้นแต่ชาติของเรา ไม่ให้ใครเข้า เหยียบย่ำทำลาย
จากบทละครเรื่อง "เจ้าหญิงแสนหวี" พ.ศ. ๒๔๘๑
ไทยน้อยไทยใหญ่ แม้อยู่ห่างไกล คงเป็นไทยด้วยกัน
ต้องมุ่งความดี ต้องสมานไมตรี ไม่มีเดียดฉันท์
รักยิ่งกว่าสหาย เพราะว่าเราเป็นสาย โลหิตเดียวกัน
พี่น้องเก่าแก่ มาแต่ปางบรรพ์
ร่วมทุกข์สุขสันต์ อยู่เป็นชาติไทย
ตั้งภูมิลำเนา แต่ชาติอื่นเขา มาแย่งเอาไป
ไทยจึงต้องจร ย้ายถิ่นรื้อถอน ลงมาทางใต้
จึ่งพบแดนทอง ไทยเราเข้าจอง ยึดถือมั่นไว้
เข้าอยู่ครอบครอง ดินทองของไทย
ไทยน้อยไทยใหญ่ ชาติไทยด้วยกัน
จากบทละครเรื่อง "มหาเทวี" พ.ศ. ๒๔๘๑
เลือดไทยไหลริน ทาแผ่นดินไว้ชื่อ
ให้โลกรู้ร่ำลือ ว่าเลือดไทยกล้าหาญ
เลือดไทยไหลหลั่ง ดุจน้ำเต็มฝั่ง ไหลดั่งท้องธาร
ท่วมแผ่นดินทอง บ้านพี่เมืองน้อง กันทุกถิ่นฐาน
เลือดไทยเจ้าเอ๋ย ไหลเลยมานี่ ปรองดองน้องพี่ อย่ามีร้าวราน
โลหิตสายเดียว กลมเกลียวกันไว้ อย่าแตกแยกไป เป็นหลายลำธาร
จากบทละครเรื่อง "มหาเทวี" พ.ศ. ๒๔๘๑
ถิ่นของเราต้องถนอมล้อมรั้วบ้าน ศัตรูหาญมาสู่ต้องสู้เขา
มิให้ใครแย่งแผ่นดินถิ่นของเรา ใครขืนเข้าเราสู้จนสุดแรง
มาพวกเราเตรียมพร้อมยอมสมัคร ถนอมรักชาติไทยอย่าหน่ายแหนง
จนถึงเลือดหยาดสุดจะยุทธ์แย้ง ต้องแสดงใจหาญผลาญศัตรู
เมื่อสิ้นชาติแผ่นดินก็สิ้นคิด เรามายอมเสียชีวิตดีกว่าอยู่
ยอมสูญชาติอย่าเป็นทาสของศัตรู มา มาสู้ ไว้ลายชาติไทยเรา
ใต้ร่มธงไทยร่มเย็น เหมือนดังอยู่ใน ร่มโพธิ์ร่มไทร ที่มีกิ่งใบแน่นหนา
ชาติไทยใหญ่หลวง แต่กระจัดกระจาย ถูกแแยกแบ่งย้าย ไปอยู่หลายสาขา
เชิญพวกพ้อง พี่น้องมา พร้อมกัน เชิญอยู่ในร่มธงไทย
เลือดเนื้อเผ่าไทย นี้ควรจะมีสมานฉันท์
เหมือนน้องพี่ ชาติเนื้อเรามีสายเดียวเกี่ยวพัน
ใต้ร่มธงไตร ร่มเหมือนดังโพธิ์ไทร ใต้ร่มธงไทย เย็นเหมือนใต้แสงจันทร์
จากบทละครเรื่อง "มหาเทวี" พ.ศ. ๒๔๘๑
(สร้อย) กรุงสยามสำแดงแหล่งไทย พี่น้องห่างไกล พร้อมใจเป็นมิตรไมตรี
กรุงสยามสำแดงแหล่งเสรี ว่าไทยมีความเป็นไทยใช่ทาสเขา
เมื่อชาติไทยลงมาในสยามเรา ก็หวังเอาความเป็นไทยไว้ในมือ (สร้อย)
ส่วนพวกไทยที่กระจายอยู่ต่างถิ่น ต่างจะยินดีรับยอมนับถือ
ไทยสยามรุ่งเรืองจนเลื่องลือ สยามคือพี่ชายไทยทั้งมวล (สร้อย)
จากบทละครเรื่อง "เบญจเพส" พ.ศ. ๒๔๘๑
ที่ดินป่าดงเป็นของเรา หักร้างถางเอาเป็นนาไร่
หาสะเบียงเลี้ยงตัวไม่กลัวใคร ดีกว่าเป็นโจรไพรคนเกลียดกลัว
หน้านาทำนาหาพืชหว่าน เก็บเกี่ยวขึ้นลานป่าวร้องทั่ว
ช่วยแรงกันได้หลายสิบครัว มาเถิดอย่ามัวอยู่เป็นโจร
จากบทละครเรื่อง "น่านเจ้า" พ.ศ. ๒๔๘๒
(สร้อย) รักไทย รักความเป็นไทย ของไทย
ยิ่งชีวิตจิตใจ รักเหลือ เลือดเนื้อต้องพลี
แดนของไทยเคยเป็นแดนรุ่งเรือง ตั้งเป็นเมืองอยู่ในกลางทวีปใหญ่
แต่ถูกรุกถอยร่นลงเรื่อยไป จนกลายเป็นชาวใต้ไปทุกที (สร้อย)
มาตั้งแคว้นน่านเจ้าไทยเข้าครอง แต่พี่น้องยังกระจายอยู่หลายที่
หากรวมไทยได้มาทั่วทั้งปถพี ชาติเรานี้จะเป็นไทยใหญ่ยิ่งนัก (สร้อย)
จากบทละครเรื่อง "น่านเจ้า" พ.ศ. ๒๔๘๒
เดิน เดิน เดิน อย่ายอมแพ้ใคร ชาติไทยต้องเดิน
เดิน เดิน เดิน ถ้าหวังก้าวหน้า เราต้องพากันเดิน
เดิน เดิน เดิน อย่าท้อทางไกล ขอให้ไทยเจริญ
มาเพื่อนไทย มาร่วมน้ำใจ สมานฉันท์ ไปตายดาบหน้า เพื่อนไทยจงมา
ให้พร้อมเพรียงกัน พบหนามเราจะฝ่า พบป่าเราจะฟัน พบแม่น้ำขวางกั้น
เราจะวายข้ามไป
เดิน เดิน เดิน
ไชโย ไชยะ ให้ไทยชนะ ตลอดปลอดภัย ไชโย ไชโย
ใครขวางทางเดิน เราจักต้องเชิญ เขาหลีกทางไป
พบเสือเราจะสู้ พบศัตรูเราจะฆ่า พบอะไรขวางหน้า เราจะฝ่าฟันไป
เดิน เดิน เดิน อย่ายอมแพ้ใคร ชาติไทยต้องเดิน
เดิน เดิน เดิน ถ้าหวังก้าวหน้า เราต้องพากันเดิน
เดิน เดิน เดิน อย่าท้อทางไกล ขอให้ไทยเจริญ
จากบทละครเรื่อง "น่านเจ้า" พ.ศ. ๒๔๘๒
(สร้อย) รวมไทย ร่วมใจ รักษาอำนาจชาติไทย
เทอดไทย ทูนไทย ด้วยน้ำใจมั่นคง
สามัคคีระหว่างไทยคงได้ผล ไทยทุกคนรวมทั้งชาติและศาสนา
เสมือนหนึ่งได้เกิดกำเนิดมา จากบิดามารดาคนเดียวกัน (สร้อย)
ถ้ารวมไทยได้สิ้นทุกถิ่นแคว้น คงจะเป็นปึกแผ่นสามารถมั่น
ขอให้ไทยสามัคคีดีต่อกัน จึ่งจะจรรโลกไทยให้รุ่งเรือง (สร้อย)
จากบทละครเรื่อง "อนุสาวรีย์ไทย" พ.ศ. ๒๔๘๒
สร้อย ไว้เกียรติกรรมกร ผู้เป็นอุปกรณ์ของชาติ
หมายผดุงมุ่งมาตร์ จะช่วยชาติชูไทย
รักเกียรติกรรมกร จะเป็นความถาวร แก่ไทย
งานหนักเราก็เอา งานเบาเราก็สู้
งานทุกอย่างเรารู้ ไม่ยอมแพ้ชาติไหน
ถือเกียรติกรรมกร มิได้มัวนั่งนอนหย่อนใจ
สร้อย
หวังบำรุงบ้านเมือง ให้รุ่งเรืองเสมอเพื่อน
มิต้องคอยใครเตือน ไม่ว่างานอย่างไหน
รักเกียรติกรรมกร จะเป็นความถาวร แก่ไทย
สร้อย
ตั้งแต่เช้าถึงค่ำ เราตรากตรำทำงาน
เพื่อประโยชน์แก่บ้าน เมืองของเราชาวไทย
รักเกียรติกรรมกร จะเป็นความถาวร แก่ไทย

  • พิมพ์ที่โรงพิมพ์ส่วนท้องถิ่น กรมการปกครอง ถนนพหลโยธิน นครหลวงฯ โทร. ๗๑๔๖๔
  • นายศักดิ์ศิลป์ สุขะจาติ ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา พ.ศ. ๒๕๑๕

งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า

ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
  2. ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
    1. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
    2. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณางานนั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  2. แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก

Public domainPublic domainfalsefalse