บทเพลงปลุกใจ
หน้าตา
บทเพลงปลุกใจ
ของ หลวงวิจิตรวาทการ
สารบัญ
จากบทละครเรื่อง "เลือดสุพรรณ" พ.ศ. ๒๔๗๙
☆
| เลือดสุพรรณเคยหาญในการศึก | เหี้ยมฮึกกล้าสู้ไม่รู้หนี | |
| ไม่ครั่นคร้ามขามใจต่อไพรี | ผู้ใดมีมีดพร้าคว้ามารบ | |
| สร้อย … … มาด้วยกัน มาด้วยกัน | เลือดสุพรรณเอ๋ย | |
| เลือดสุพรรณ เข้าประจัน | อย่าได้พรั่นเลย | |
| อยู่ไม่สุขเขามารุกแดนตระหน่ำ | ให้ชอกช้ำแสนอนาถชาติไทยเอ๋ย | |
| เขาเฆี่ยนฆ่าเพราะว่าเห็นเป็นเชลย | จะนิ่งเฉยอยู่ทำไมพวกไทยเรา | |
| สร้อย … … มาด้วยกัน มาด้วยกัน | เลือดสุพรรณเอ๋ย | |
| เลือดสุพรรณ เข้าประจัน | อย่าได้พรั่นเลย | |
| อันเมืองไทยเป็นของไทยใช่ของอื่น | มาต่อสู้กู้คืนเถอะเราเอ๋ย | |
| ถึงตัวตายอย่าเสียดายชีวิตเลย | มาเถอะเหวยพวกเรามากล้าประจัญ | |
| สร้อย … … มาด้วยกัน มาด้วยกัน | เลือดสุพรรณเอ๋ย | |
| เลือดสุพรรณ เข้าประจัน | อย่าได้พรั่นเลย |
☆☆
พ.ศ. ๒๔๗๙
●
| (สร้อย) ราชสีมา เหมือนดังศิลา ที่ก่อกำแพง สยามจะเรือง | ||
| กระเดื่องเดชแรง ด้วยมีกำแพง คือราชสีมา | ||
| ชาวนคร ราชสีมา แต่โบราณ | เหี้ยมฮึก กล้าหาญ ยิ่งหนักหนา | |
| ศึกเสือ เหนือใต้ ที่ไหนมา | เลือดนคร ราชสีมา ไม่แพ้ใคร (สร้อย) | |
| แต่ก่อนกาล ท่านวีรสตรี | ท้าวสุรนารี ผู้เป็นใหญ่ | |
| กล้าหาญ ยอดยิ่ง ผู้หญิงไทย | มิ่งขวัญ ธงไชย ของเมืองเรา (สร้อย) | |
| มาพวกเรา ชาวนครราชสีมา | หน้าเดิน รีบมา สู้กับเขา | |
| หากศัตรู ไม่เกรง ข่มเหงเรา | สู้เขา สู้หัน อย่าพรั่นใจ (สร้อย) | |
จากบทละครเรื่อง "ราชมนู" พ.ศ. ๒๔๗๙
●
| มาพวกเรา พวกชาวอิสาน | สนุกสนาน สำราญบานใจ | |
| ทำมาหากิน อยู่ถิ่นแดนไกล | ทั้งกายทั้งใจ เป็นไทยทุกคน เอย | |
| มาพวกเรา อย่าเขลาอย่าคร้าน | กอบกิจการงาน โดยสามัคคี | |
| เสร็จงานก็เล่น เป็นประเพณี | มุ่งความงามดี กันทุกคน เอย | |
| มาพวกเรา พวกเราชาวไทย | เราต้องภูมิใจ เมืองไทยเมืองทอง | |
| เราสามัคคี เหมือนพี่เหมือนน้อง | อยู่ในปกครอง ศรีอยุธยา เอย | |
| มาพวกเรา พวกชาวสยาม | ขึ้นชื่อลือนาม เป็นชาติกล้าหาญ | |
| หากเรามีภัย เพราะใครรุกราน | ก็อาจกู้บ้าน- เมืองกลับได้ เอย |
จากบทละครเรื่อง "ราชมนู" พ.ศ. ๒๔๗๙
△
| (สร้อย) | แดนอิสาน เป็นของไทย เราใฝ่ใจรัก เตรียมให้พร้อมพรัก | ||
| เพื่อสู้ ศัตรูทั้งหลาย | |||
| อย่ามัวแต่หวังนั่งนิ่ง ทั้งหญิงทั้งชาย | |||
| ต้องขวนขวาย กอบกู้ ชูชาติไทย | |||
| แดนอิสานของไทย ชาวอิสานเป็นไทย ไทยต้องจำ | |||
| บ้านเมืองเหมือนเรือ ในเมื่อทวนน้ำ | |||
| อย่ากลัวกระแสน้ำไหล ช่วยกันพาย ช่วยกันจ้ำ | |||
| กิจการงานใดใด คนไทยต้องคว้ามาทำ | |||
| อย่าหวังในน้ำแรงของต่างแดน เอย (สร้อย) | |||
| จำเถอะนะเราจำ จำเถอะนะต้องจำ จำใส่ใจ | |||
| ชาวอิสานเป็นไทย เราต้องช่วยไทย | |||
| อย่ามัวพะวงหลงใหล ว่าชาติไหนเขาจะช่วย | |||
| พวกเราอย่าหนีศัตรู ต้องอยู่สู้กันจนม้วย | |||
| ตายไหตายด้วย กับพวกไทยเราเอย (สร้อย) | |||
△△
จากบทละครเรื่อง "ราชมนู" พ.ศ. ๒๔๗๙
♠
| (สร้อย) รักเมืองไทย ชูชาติไทย ทะนุบำรุงให้รุ่งเรือง สมเป็นเมืองของไทย | ||
| เราชาวไทย เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย | ไม่เคยอ่อนน้อม เราไม่ยอมแพ้ใคร | |
| ศัตรูใจกล้า มาแต่ทิศใด | ถ้าข่มเหงไทย คงได้เห็นดี (สร้อย) | |
| เราชาวไทย เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย | เรารักเพื่อนบ้าน เราไม่รานรุกใคร | |
| แต่รักษาสิทธิ์ อิสระของไทย | ใครทำช้ำใจ ไทยจะไม่ถอยเลย (สร้อย) | |
| เราชาวไทย เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย | ถ้าถูกข่มเหง แล้วไม่เกรงผู้ใด | |
| ดั่งงูตัวนิด มีพิษเหลือใจ | เรารักเมืองไทย ยิ่งชีพเราเอย (สร้อย) | |
จากบทละครเรื่อง "พระเจ้ากรุงธนฯ" พ.ศ. ๒๔๘๐
♠
| บ้านเมืองของเรา เขามารุกราน | เราก็ชายชาติทหาร ไฉนจึงยอมแพ้เขา | |
| เขตแดนของไทย ดวงใจของเรา | ใครหลู่ดูเบา กลัวเขาทำไม | |
| กรุงศรีอยุธยา สิ้นชาตาแล้วหรือ | คนดีมีฝีมือ หายไปทางไหน | |
| เมืองของเรา เขาทำช้ำใจ | พวกเราไปไหน ไม่มาต้านทาน |
จากบทละครเรื่อง "พระเจ้ากรุงธนฯ" พ.ศ. ๒๔๘๐
♣
| (สร้อย) | กรุงศรีอยุธยา ราชธานีไทย | ถึงเคยแตกแหลกไป ก็ไม่สิ้นคนดี | ||
| เราจะรบศัตรู ต่อสู้ไพรี | เราจะกู้เกียรติศรี- อยุธยาไว้เอย | |||
| อยุธยารุ่งเรืองกระเดื่องนาม | เมืองงามธรรมชาติช่วยสนอง | |||
| บริบูรณ์ลุ่มน้ำและลำคลอง | ท้าวอู่ทองทรงสร้างให้ชาวไทย (สร้อย) | |||
| ครั้งโบราณแพ้พะม่าเป็นข้าเขา | พระนเรศวรเจ้าทรงกู้ได้ | |||
| ไล่ศัตรูไปให้พ้นแผ่นดินไทย | ศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี (สร้อย) | |||
| ชาวศรีอยุธยามาด้วยกัน | เลือดไทยใจมั่นไม่พรั่นหนี | |||
| ชีวิตเราขอน้อมยอมพลี | ไว้เกียริตศรีอยุธยาคู่ฟ้าดิน (สร้อย) |
จากบทละครเรื่อง "ศึกถลาง" พ.ศ. ๒๔๘๐
♣
| ถลางของเราใครเข้ามาย่ำ | จะตีกระหน่ำให้มันพ่ายแพ้ไป | |
| ถลางเป็นถิ่นของไทย | ไล่ศัตรูออกไป ไชโย | |
| เลือดไทยใจเด็ดไม่เข็ดขาม | สงครามแกล้วกล้าจะหาไหน | |
| สละชีพเพื่อชาติจนขาดใจ | ไม่ให้ศัตรูมาดูแคลน | |
| ชาติใดใจหาญรุกรานมา | จะเคี่ยวฆ่ามันให้ยับนับแสน | |
| ก่อกรรมทำทุกข์รุกเขตแดน | แก้แค้นให้พ้นแผ่นดินไทย |
จากบทละครเรื่อง "ศึกถลาง" พ.ศ. ๒๔๘๐
◆
| บางสมัยไทยด้อยจวนย่อยยับ | ไทยกลับแก้ฟื้นคืนได้ | |
| เพราะไทยใจสมัครรักเป็นไทย | เต็มใจต่อสู้หมู่ไพรี | |
| มาเถอะเหวยยกมาทั่วสากล | ไทยจะทนสู้ตายไม่พ่ายหนี | |
| ถ้าแม้นมันมีชัยพวกไพรี | ให้ได้แต่ปฐพีไม่มีคน | |
| หาเช้ากินค่ำยามสงบ | เกิดศึกก็รบไม่ย่อย่น | |
| ชาติใดใจกล้ามาประจญ | ทุกคนยอมตายให้บ้านเมือง | |
| มาเถิดชาวไทยทั้งหญิงชาย | ไว้ลายให้โลกเขาลือเลื่อง | |
| ไว้เกียรติกรุงสยามนามประเทือง | ให้รุ่งเรืองวัฒนาชั่วฟ้าดิน |
จากบทละครเรื่อง "ศึกถลาง" พ.ศ. ๒๔๘๐
◆
| ตื่นเถิดชาวไทย อย่าหลับไหลลุ่มหลง | ชาติจะเรืองดำรง ก็เพราะเราทั้งหลาย | |
| ถ้ามัวหลับหลง เราก็คงละลาย | เราต้องเร่งขวนขวาย ตื่นเถิดชาวไทย | |
| บ้านเมือง ยามเพื่องฟุ้งรุ่งเรือง | ก็อย่าลืมขวนขวาย | |
| เผลอตัวศึกมา เราจะพากันตาย | จำไว้เถอะสหาย ตื่นเถิดชาวไทย | |
| ชาติไทย เราไม่น้อมยอมใคร | จะสู้จนชีพสลาย | |
| หวังผดุงแหลมทอง เราพี่น้องหญิงชาย | อย่าให้ชาติสูญหาย ตื่นเถิดชาวไทย |
จากบทละครเรื่อง "ศึกถลาง" พ.ศ. ๒๔๘๐
★
| (สร้อย) ศึกถลาง ปางศัตรูมาย่ำ ด้วยกำลังทางน้ำ ไทยยังไม่แน่นหนา | ||
| ศึกถลางปางนี้ไทยต้องจำ | กำลังรบทางน้ำต้องรีบหา | |
| เมื่อศัตรูเหี้ยมฮึกศึกมีมา | ถึงไทยกล้าขาดอาวุธก็สุดกัน (สร้อย) | |
| เขตสยามทางทะเลยาวไม่น้อย | ต้องมีเรือรบคอยเป็นรั้วกั้น | |
| หากมัวรออยู่บนฝั่งตั้งประจัญ | คงตายก่อนไม่ทันได้รบเลย (สร้อย) | |
| เมื่อนาวีข้าศึกมาโจมจู่ | ต้องมีเรือออกไปสู้ไม่อยู่เฉย | |
| พวกชาวไทยอย่าได้ไว้ใจเลย | เรานี้เคยถูกเจ็บจึงต้องจำ (สร้อย) | |
จากบทละครเรื่อง "ศึกถลาง" พ.ศ. ๒๔๘๐
★
| (สร้อย) | แหลมทองไทยเข้าครองเป็นแดนไทย | รักกันไว้เราพวกไทยในแดนทอง | |
| แหลมทองไทยเข้าครองเป็นแดนไทย | แล้วย้ายแยกแตกกันไปเป็นสาขา | ||
| ไทยสยามอยู่แม่น้ำเจ้าพระยา | และปิงวังยมนาน่านนที (สร้อย) | ||
| โขงสาครไทยก็จองครองที่ดิน | สาลวินไทยใหญ่อยู่เป็นที่ | ||
| ไทยอิสลามอยู่ลำน้ำตานี | ต่อลงไปไทยก็มีอยู่เหมือนกัน (สร้อย) | ||
| ขอพวกเราชาวไทยของแดนทอง | หมายใจปองผูกรักสมัครมั่น | ||
| ไทยสยามมุ่งจิตคิดสัมพันธ์ | ผูกไมตรีทั่วกันในแหลมทอง (สร้อย) |
จากบทละครเรื่อง "เจ้าหญิงแสนหวี" พ.ศ. ๒๔๘๑
♥
| ความรักอันใด | แม้รักเท่าไหน | ยังไม่ยั่งยืน | ||||
| เช่นรักคู่รัก แม้รักดั่งกลืน ยังอาจขมขื่น ขึ้นได้ภายหลัง | ||||||
| แต่ความรักชาติ | รักแสนพิศวาท | รักสุดกำลัง | ||||
| ก่อเกิดมานะ ยอมสละชีวัง รักจนกระทั่ง หมดเลือดเนื้อเรา | ||||||
| ชีวิตร่างกาย | เราไม่เสียดาย | ตายแล้วก็เผา | ||||
| ทุกสิ่งยอมคลาด เว้นแต่ชาติของเรา ไม่ให้ใครเข้า เหยียบย่ำทำลาย | ||||||
จากบทละครเรื่อง "เจ้าหญิงแสนหวี" พ.ศ. ๒๔๘๑
♥
| ไทยน้อยไทยใหญ่ | แม้อยู่ห่างไกล | คงเป็นไทยด้วยกัน | ||
| ต้องมุ่งความดี | ต้องสมานไมตรี | ไม่มีเดียดฉันท์ | ||
| รักยิ่งกว่าสหาย | เพราะว่าเราเป็นสาย | โลหิตเดียวกัน | ||
| พี่น้องเก่าแก่ | มาแต่ปางบรรพ์ | |||
| ร่วมทุกข์สุขสันต์ | อยู่เป็นชาติไทย | |||
| ตั้งภูมิลำเนา | แต่ชาติอื่นเขา | มาแย่งเอาไป | ||
| ไทยจึงต้องจร | ย้ายถิ่นรื้อถอน | ลงมาทางใต้ | ||
| จึ่งพบแดนทอง | ไทยเราเข้าจอง | ยึดถือมั่นไว้ | ||
| เข้าอยู่ครอบครอง | ดินทองของไทย | |||
| ไทยน้อยไทยใหญ่ | ชาติไทยด้วยกัน |
จากบทละครเรื่อง "มหาเทวี" พ.ศ. ๒๔๘๑
▲
| เลือดไทยไหลริน | ทาแผ่นดินไว้ชื่อ | |
| ให้โลกรู้ร่ำลือ | ว่าเลือดไทยกล้าหาญ |
| เลือดไทยไหลหลั่ง | ดุจน้ำเต็มฝั่ง | ไหลดั่งท้องธาร | ||
| ท่วมแผ่นดินทอง | บ้านพี่เมืองน้อง | กันทุกถิ่นฐาน |
| เลือดไทยเจ้าเอ๋ย | ไหลเลยมานี่ | ปรองดองน้องพี่ | อย่ามีร้าวราน | |||
| โลหิตสายเดียว | กลมเกลียวกันไว้ | อย่าแตกแยกไป | เป็นหลายลำธาร |
จากบทละครเรื่อง "มหาเทวี" พ.ศ. ๒๔๘๑
▲
| ถิ่นของเราต้องถนอมล้อมรั้วบ้าน | ศัตรูหาญมาสู่ต้องสู้เขา | |
| มิให้ใครแย่งแผ่นดินถิ่นของเรา | ใครขืนเข้าเราสู้จนสุดแรง | |
| มาพวกเราเตรียมพร้อมยอมสมัคร | ถนอมรักชาติไทยอย่าหน่ายแหนง | |
| จนถึงเลือดหยาดสุดจะยุทธ์แย้ง | ต้องแสดงใจหาญผลาญศัตรู | |
| เมื่อสิ้นชาติแผ่นดินก็สิ้นคิด | เรามายอมเสียชีวิตดีกว่าอยู่ | |
| ยอมสูญชาติอย่าเป็นทาสของศัตรู | มา มาสู้ ไว้ลายชาติไทยเรา |
■
| ใต้ร่มธงไทยร่มเย็น เหมือนดังอยู่ใน | ร่มโพธิ์ร่มไทร ที่มีกิ่งใบแน่นหนา | ||
| ชาติไทยใหญ่หลวง แต่กระจัดกระจาย | ถูกแแยกแบ่งย้าย ไปอยู่หลายสาขา | ||
| เชิญพวกพ้อง พี่น้องมา พร้อมกัน | เชิญอยู่ในร่มธงไทย | ||
| เลือดเนื้อเผ่าไทย | นี้ควรจะมีสมานฉันท์ | ||
| เหมือนน้องพี่ | ชาติเนื้อเรามีสายเดียวเกี่ยวพัน | ||
| ใต้ร่มธงไตร ร่มเหมือนดังโพธิ์ไทร | ใต้ร่มธงไทย เย็นเหมือนใต้แสงจันทร์ | ||
จากบทละครเรื่อง "มหาเทวี" พ.ศ. ๒๔๘๑
■
| (สร้อย) กรุงสยามสำแดงแหล่งไทย | พี่น้องห่างไกล พร้อมใจเป็นมิตรไมตรี | |
| กรุงสยามสำแดงแหล่งเสรี | ว่าไทยมีความเป็นไทยใช่ทาสเขา | |
| เมื่อชาติไทยลงมาในสยามเรา | ก็หวังเอาความเป็นไทยไว้ในมือ (สร้อย) | |
| ส่วนพวกไทยที่กระจายอยู่ต่างถิ่น | ต่างจะยินดีรับยอมนับถือ | |
| ไทยสยามรุ่งเรืองจนเลื่องลือ | สยามคือพี่ชายไทยทั้งมวล (สร้อย) |
จากบทละครเรื่อง "เบญจเพส" พ.ศ. ๒๔๘๑
♣
| ที่ดินป่าดงเป็นของเรา | หักร้างถางเอาเป็นนาไร่ | |
| หาสะเบียงเลี้ยงตัวไม่กลัวใคร | ดีกว่าเป็นโจรไพรคนเกลียดกลัว | |
| หน้านาทำนาหาพืชหว่าน | เก็บเกี่ยวขึ้นลานป่าวร้องทั่ว | |
| ช่วยแรงกันได้หลายสิบครัว | มาเถิดอย่ามัวอยู่เป็นโจร |
จากบทละครเรื่อง "น่านเจ้า" พ.ศ. ๒๔๘๒
♣
| (สร้อย) | รักไทย | รักความเป็นไทย | ของไทย | |||
| ยิ่งชีวิตจิตใจ | รักเหลือ | เลือดเนื้อต้องพลี |
| แดนของไทยเคยเป็นแดนรุ่งเรือง | ตั้งเป็นเมืองอยู่ในกลางทวีปใหญ่ | |
| แต่ถูกรุกถอยร่นลงเรื่อยไป | จนกลายเป็นชาวใต้ไปทุกที (สร้อย) | |
| มาตั้งแคว้นน่านเจ้าไทยเข้าครอง | แต่พี่น้องยังกระจายอยู่หลายที่ | |
| หากรวมไทยได้มาทั่วทั้งปถพี | ชาติเรานี้จะเป็นไทยใหญ่ยิ่งนัก (สร้อย) |
จากบทละครเรื่อง "น่านเจ้า" พ.ศ. ๒๔๘๒
| เดิน | เดิน | เดิน | อย่ายอมแพ้ใคร | ชาติไทยต้องเดิน | |||||
| เดิน | เดิน | เดิน | ถ้าหวังก้าวหน้า | เราต้องพากันเดิน | |||||
| เดิน | เดิน | เดิน | อย่าท้อทางไกล | ขอให้ไทยเจริญ | |||||
| มาเพื่อนไทย มาร่วมน้ำใจ สมานฉันท์ ไปตายดาบหน้า เพื่อนไทยจงมา | |||||||||
| ให้พร้อมเพรียงกัน พบหนามเราจะฝ่า พบป่าเราจะฟัน พบแม่น้ำขวางกั้น | |||||||||
| เราจะวายข้ามไป | |||||||||
| เดิน | เดิน | เดิน | … | ||||||
| ไชโย ไชยะ ให้ไทยชนะ ตลอดปลอดภัย ไชโย ไชโย | |||||||||
| ใครขวางทางเดิน เราจักต้องเชิญ เขาหลีกทางไป | |||||||||
| พบเสือเราจะสู้ พบศัตรูเราจะฆ่า พบอะไรขวางหน้า เราจะฝ่าฟันไป | |||||||||
| เดิน | เดิน | เดิน | อย่ายอมแพ้ใคร | ชาติไทยต้องเดิน | |||||
| เดิน | เดิน | เดิน | ถ้าหวังก้าวหน้า | เราต้องพากันเดิน | |||||
| เดิน | เดิน | เดิน | อย่าท้อทางไกล | ขอให้ไทยเจริญ | |||||
จากบทละครเรื่อง "น่านเจ้า" พ.ศ. ๒๔๘๒
| (สร้อย) | รวมไทย ร่วมใจ | รักษาอำนาจชาติไทย | ||
| เทอดไทย ทูนไทย | ด้วยน้ำใจมั่นคง | |||
| สามัคคีระหว่างไทยคงได้ผล | ไทยทุกคนรวมทั้งชาติและศาสนา | |||
| เสมือนหนึ่งได้เกิดกำเนิดมา | จากบิดามารดาคนเดียวกัน | (สร้อย) | ||
| ถ้ารวมไทยได้สิ้นทุกถิ่นแคว้น | คงจะเป็นปึกแผ่นสามารถมั่น | |||
| ขอให้ไทยสามัคคีดีต่อกัน | จึ่งจะจรรโลกไทยให้รุ่งเรือง | (สร้อย) |
จากบทละครเรื่อง "อนุสาวรีย์ไทย" พ.ศ. ๒๔๘๒
♠
| สร้อย | ไว้เกียรติกรรมกร | ผู้เป็นอุปกรณ์ของชาติ | ||
| หมายผดุงมุ่งมาตร์ | จะช่วยชาติชูไทย | |||
| รักเกียรติกรรมกร | จะเป็นความถาวร แก่ไทย | |||
| งานหนักเราก็เอา | งานเบาเราก็สู้ | |||
| งานทุกอย่างเรารู้ | ไม่ยอมแพ้ชาติไหน | |||
| ถือเกียรติกรรมกร | มิได้มัวนั่งนอนหย่อนใจ | |||
| สร้อย | ||||
| หวังบำรุงบ้านเมือง | ให้รุ่งเรืองเสมอเพื่อน | |||
| มิต้องคอยใครเตือน | ไม่ว่างานอย่างไหน | |||
| รักเกียรติกรรมกร | จะเป็นความถาวร แก่ไทย | |||
| สร้อย | ||||
| ตั้งแต่เช้าถึงค่ำ | เราตรากตรำทำงาน | |||
| เพื่อประโยชน์แก่บ้าน | เมืองของเราชาวไทย | |||
| รักเกียรติกรรมกร | จะเป็นความถาวร แก่ไทย | |||
♠
- พิมพ์ที่โรงพิมพ์ส่วนท้องถิ่น กรมการปกครอง ถนนพหลโยธิน นครหลวงฯ โทร. ๗๑๔๖๔
- นายศักดิ์ศิลป์ สุขะจาติ ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา พ.ศ. ๒๕๑๕
งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า
- ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
- ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
- ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
- เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
- เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณางานนั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
- ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
- ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
- แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก
Public domainPublic domainfalsefalse