ประกาศยกเลิกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยคำนำนามเด็ก พ.ศ. 2464

เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี เสนาบดีกระทรวงวัง รับพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า ตั้งแต่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยคำนำนามเด็กมาแล้วนั้น ได้ทรงทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทว่า มีบุคคลบางจำพวกได้บังเกิดความเข้าใจผิดคิดเห็นไปต่าง ๆ นา ๆ ล้วนผิดเพี้ยนจากความตั้งพระราชหฤทัยดีซึ่งได้แสดงปรากฎในพระราชกฤษฎีกานั้นทุกประการ
แท้จริงเมื่อก่อนที่ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยคำนำนามสัตรี พ.ศ. ๒๔๖๐ และ ๒๔๖๔ นั้น การใช้คำนำนามเด็กหาได้มีเปนระเบียบโดยแน่นอนอย่างใดไม่ เด็กลูกสามัญชนมักใช้เรียกกันว่า “หนูนั่น หนูนี่” บ้าง “เด็กนั่น เด็กนี่” บ้าง แลส่วนเด็กที่เปนบุตระบุตรีของผู้มีบรรดาศักดิ์ มักใช้เรียกกันว่า “คุณ” โดยเหตุที่ทรงพระราชดำริห์ว่า คำว่า “คุณ” ไม่ควรใช้ให้พร่ำเพรื่อฟั่นเฝือ จึงได้ทรงพระราชดำริห์ให้ใช้คำว่า “นายน้อย” และ “นางน้อย” ขึ้นแทน ส่วนคำนำนามเด็กผู้เปนบุตระบุตรีของสามัญชนที่มีใช้อยู่ว่า “หนู” หรือ “เด็ก” นั้น ทรงพระราชดำริห์ว่า คำว่า “หนู” เปนศัพท์ที่เพี้ยนมาจากภาษาจีนว่า “อินู” ไม่สมควรใช้สำหรับเปนคำนำนามเด็กที่เปนเชื้อชาติสยามแท้ จึงได้ทรงยกเลิกเสีย ให้คงใช้คำว่า “เด็ก” ซึ่งเปนคำไทยแท้นั้นแต่คำเดียว
แต่เมื่อมีผู้มิได้รู้จริงแลมิได้ใฝ่ใจสอบสวนถึงมูลเดิมแห่งความเปลี่ยนแปลงนั้นนั้น เกิดมีความเข้าใจผิดคิดเห็นมากมายไปเกินกว่าความตั้งพระราชหฤทัยแท้จริงฉนี้ จึงมาทรงพระราชดำริห์ใคร่ครวญดูว่า การที่จะใช้คำนำนามเด็กว่ากระไรนั้น แท้จริงก็มิใช่เปนสิ่งที่สำคัญในทางรัฐประศาสน์ คือมิได้เปลี่ยนแปลงสถิติหรือนิติธรรมของกรุงสยามอย่างใด ๆ เลย มิควรที่จะให้บังเกิดเปนข้อที่ทำให้ใคร ๆ เก็บไปเดือดร้อนรำคาญจนต้องเปลืองเวลาคิดไปต่าง ๆ ให้เสียเวลาที่ควรใช้ประกอบอาชีพให้เปนประโยชน์ดีกว่า
เมื่อมาปรากฎขึ้นว่า พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยคำนำนามเด็กนั้นมิได้ให้คุณความสดวกสมพระราชประสงค์ แต่ตรงกันข้ามกลับเปนเครื่องทำให้เปลืองเวลาและความคิดของข้าแผ่นดินเช่นนี้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยคำนำนามเด็ก พ.ศ. ๒๔๖๔ นั้นเสียแต่บัดนี้เปนต้นไป
ประกาศมาณวันที่ ๗ พฤศจิกายน พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ เปนปีที่ ๑๒ ในรัชกาล.
งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า
- "มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
- (1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
- (2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
- (3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
- (4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
- (5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"
Public domainPublic domainfalsefalse