กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พุทธศักราช 2484

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติชื่อบุคคล พุทธศักราช ๒๔๘๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ดั่งต่อไปนี้
ข้อ๑.การจดทะเบียนชื่อสกุล การเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อรอง หรือชื่อสกุล ให้ยื่นคำร้องตามแบบของกระทรวงมหาดไทย
ข้อ๒.เมื่อกรมการอำเภอได้รับคำร้อง หากพิจารณาเห็นว่าชื่อที่ขอนั้นขัดต่อมาตรา ๖[1] ก็ดี มาตรา ๘[2] ก็ดี ให้แจ้งให้ผู้ร้องทราบ
ข้อ๓.การประกาศให้สาธารณชนในท้องถิ่นทราบในกรณีขอจดทะเบียนชื่อสกุลหรือเปลี่ยนชื่อสกุลนั้น ให้กรมการอำเภอทำประกาศระบุชื่อผู้ร้อง ตำบลที่อยู่ และชื่อสกุลที่ขอจดทะเบียนหรือขอเปลี่ยน ปิดไว้ณที่ว่าการอำเภอ มีกำหนดสิบห้าวัน
ข้อ๔.ให้กรมการอำเภอเสนอเรื่องราวคำร้องไปยังคณะกรรมการจังหวัดเพื่อพิจารณาเสนอต่อไปยังกระทรวงมหาดไทย
ในกรณีที่เกี่ยวด้วยชื่อสกุลนั้น ให้เสนอไปพร้อมด้วยคำคัดค้าน ถ้ามี
ข้อ๕.เมื่อได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีให้ใช้ชื่อตามคำร้องก็ดี หรือรัฐมนตรีไม่อนุญาตก็ดี ให้คณะกรรมการอำเภอแจ้งให้ผู้ร้องทราบ
ข้อ๖.การขอรับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ราชทินนามเป็นชื่อสกุลตามความในมาตรา ๑๘ นั้น ให้ยื่นเรื่องราว ณ ที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อส่งต่อไปยังรัฐมนตรี และเมื่อได้รับพระบรมราชานุญาตแล้ว ให้ข้าหลวงประจำจังหวัดแจ้งให้ผู้ยื่นเรื่องราวทราบเพื่อรับหลักฐานไปดำเนินการจดทะเบียนต่อไป
ข้อ๗.ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการขอเปลี่ยนชื่อสกุลตามอัตราต่อไปนี้
(๑)ในกรณีที่ขอเปลี่ยนเพราะชื่อสกุลพ้องกับสกุลอื่น หรือมีคำหรือความหมายหยาบคายไม่สมควร หรือมีสำเนียงเป็นภาษาต่างประเทศ รายละ ๑ บาท (๒)ในกรณีที่ขอเปลี่ยนเพราะเหตุอื่นนอกจากที่ระบุใน (๑) รายละ ๒ บาท
ข้อ๘.ผู้ขอเปลี่ยนชื่อสกุลต้องวางเงินค่าธรรมเนียมดั่งระบุไว้ในข้อ ๗ แก่กรมการอำเภอซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้จดทะเบียนในเวลาที่ยื่นคำร้องขอเปลี่ยน
ข้อ๙.ถ้าในที่สุดคำร้องขอเปลี่ยนชื่อสกุลนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนได้ ให้คืนค่าธรรมเนียมแก่ผู้ยื่นคำร้อง
เชวงศักดิ์สงคราม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
พระราชบัญญัติชื่อบุคคล พุทธศักราช ๒๔๘๔ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๗ ตอนที่ ๗๒ หน้า ๑๓๘๕
- ↑ มาตรา๖การตั้งชื่อตัวหรือชื่อรองนั้น จะต้องไม่มุ่งหมายให้พ้องหรือคล้ายคลึงกับราชทินนามหรือชื่อสกุลของผู้อื่น
- ↑ มาตรา๘ชื่อสกุลนั้น
(๑)อย่าให้พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายคลึงกับพระนามพระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นพระองค์เจ้าขึ้นไป
(๒)อย่าให้พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายคลึงกับราชทินนาม
(๓)อย่าให้มีคำหรือความหมายหยาบคาย
(๔)อย่าให้ต้องเขียนเกินกว่าสิบพยัญชนะ เว้นแต่ในกรณีที่ใช้ราชทินนามเป็นชื่อสกุลตามความในมาตรา ๑๘
(๕)อย่าให้ซ้ำกับชื่อสกุลซึ่งได้จดทะเบียนไว้แล้ว
งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า
- "มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
- (1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
- (2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
- (3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
- (4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
- (5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"
Public domainPublic domainfalsefalse