ผู้ใช้:2heures8/ทดลองเขียน

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
/2, /3

0[แก้ไข]

L'Assemblée nationale, voulant établir la Constitution française sur les principes qu'elle vient de reconnoître et de déclarer, abolit irrévocablement les institutions qui blessoient la liberté et l'égalité des droits.

มัชชาแห่งชาติ ปรารถนาจะสถาปนารัฐธรรมนูญฝรั่งเศสตามหลักการที่สมัชชาเพิ่งรับรองและประกาศมานั้น จึงล้มเลิกโดยไม่อาจเพิกถอนได้ซึ่งสถาบันทั้งหลายที่สร้างความเสียหายแก่เสรีภาพและความเสมอภาคทางสิทธิ

Il n'y a plus ni noblesse, ni pairie, ni distinctions héréditaires, ni distinctions d'ordres, ni régime féodal, ni justices patrimoniales, ni aucun des titres, dénominations et prérogatives qui en dérivaient, ni aucun ordre de chevalerie, ni aucune des corporations ou décorations, pour lesquelles on exigeoit des preuves de noblesse, qui supposoient des distinctions de naissance, ni aucune autre supériorité que celle des fonctionnaires publics dans l'exercice de leurs fonctions.

ไม่มีอีกแล้วซึ่งชนชั้นผู้ดี ไม่มีชนชั้นขุนนาง ไม่มีความแตกต่างเพราะการสืบตระกูล ไม่มีความแตกต่างระหว่างวรรณะ[1] ไม่มีระบอบศักดินา ไม่มีตุลาการทางพระราชทรัพย์[2] ไม่มีฐานันดรศักดิ์ ยศศักดิ์ หรืออภิสิทธิ์ใด ๆ ที่เกิดแต่สิ่งเหล่านั้น ไม่มีคณะอัศวินใด ๆ ไม่มีคณะบุคคลหรืออิสริยาภรณ์ใด ๆ ซึ่งให้พิสูจน์ความเป็นผู้ดีหรือส่อความแตกต่างทางชาติกำเนิด ไม่มีความสูงส่งอื่นใดนอกไปจากความสูงส่งของเจ้าหน้าที่สาธารณะในการปฏิบัติกิจหน้าที่ของตน

Il n'y a plus ni vénalité, ni hérédité d'aucun office public.

ไม่มีการซื้อขายหรือสืบทอดผ่านตระกูลซึ่งตำแหน่งหน้าที่สาธารณะอีก

Il n'y a plus, pour aucune partie de la nation, ni pour aucun individu, aucun privilege ni exception au droit commun de tous les Français.

ไม่มีเอกสิทธิ์หรือการยกเว้นกฎหมายที่ใช้ร่วมกันของปวงชนชาวฝรั่งเศสให้แก่ภาคส่วนใด ๆ ของชาติ หรือให้แก่ปัจเจกบุคคลใด ๆ อีก

Il n'y a plus ni jurandes, ni corporations de professions, arts et métiers.

ไม่มี ฌูว์ร็องด์[3] ไม่มีองค์กรวิชาชีพ ศิลปะ และหัตถกรรม อีก

La loi ne reconnoît plus ni vœux religieux, ni aucun autre engagement qui seroit contraire aux droits naturels ou à la Constitution.

กฎหมายไม่รับรองการปฏิญาณทางศาสนา หรือพันธะหน้าที่อื่นใดที่อาจขัดต่อสิทธิตามธรรมชาติหรือต่อรัฐธรรมนูญ อีก

1[แก้ไข]

T i t r e P r e m i e r.
Dispositions fondamentales
garanties
par la Constitution.
บทบัญญัติพื้นฐาน
ที่รัฐธรรมนูญ
รับประกัน

La Constitution garantit, comme droits naturels et civils:

รัฐธรรมนูญรับประกันให้เป็นสิทธิตามธรรมชาติและสิทธิของพลเมือง

1°. Que tous les citoyens sont admissibles aux places et emplois, sans autre distinction que celle des vertus et des talens.

1. ว่า พลเมืองทุกคนชอบจะได้รับการยอมรับเข้าสู่ตำแหน่งและการงาน โดยไม่มีความแตกต่างอื่นใดนอกจากด้านคุณธรรมและพรสวรรค์

2°. Que toutes les contributions seront réparties entre tous les citoyens, également, en proportion de leurs facultés.

2. ว่า ภาษีทุกอย่างจะแบ่งเก็บ[4] จากพลเมืองทุกคนอย่างเสมอภาคกันโดยคำนึงถึง[5] กำลังทรัพย์ของเขาเหล่านั้น

3°. Que les mêmes délits seront punis des mêmes peines, sans aucune distinction des personnes.

3. ว่า ความผิดอย่างเดียวกันจะถูกลงโทษอย่างเดียวกันโดยไม่มีความแตกต่างระหว่างบุคคล

La Constitution garantit pareillement, comme droits naturels et civils:

รัฐธรรมนูญรับประกันสิ่งต่อไปนี้ให้เป็นสิทธิตามธรรมชาติและสิทธิของพลเมืองเช่นกัน

La liberté à tout homme d'aller, de rester, de partir, sans pouvoir être arrêté, ni détenu, que selon les formes déterminées par la Constitution;

เสรีภาพของมนุษย์ทุกคนในการเดินทาง หยุดพัก และลาจาก โดยไม่อาจถูกจับกุมหรือคุมขังได้ เว้นแต่เป็นไปตามรูปแบบที่รัฐธรรมนูญกำหนด

La liberté à tout homme de parler, d'écrire, d'imprimer et publier ses pensées, sans que les écrits puissent être soumis à aucune censure ni inspection avant leur publication, et d'exercer le culte religieux auquel il est attaché;

เสรีภาพของมนุษย์ทุกคนในการพูด เขียน พิมพ์ หรือเผยแพร่ความคิดของตน โดยไม่ต้องนำข้อเขียนของตนไปให้ตรวจพิจารณาหรือตรวจสอบอย่างใด ๆ ก่อนเผยแพร่ และในการปฏิบัติตามลัทธิศาสนาที่ตนสังกัด

La liberté aux citoyens de s'assembler paisiblement et sans armes, en satisfaisant aux loix de police;

เสรีภาพของพลเมืองในการชุมนุมอย่างสันติและปราศจากอาวุธ ขณะเดียวกันก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อย

La liberté d'adresser aux autorités constituées des pétitions signées individuellement.

เสรีภาพในการนำคำร้องทุกข์ที่ลงนามเป็นรายบุคคลมาเสนอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

Le pouvoir législatif ne pourra faire aucunes loix qui portent atteinte et mettent obstacle à l'exercice des droits naturels et civils consignés dans le présent titre, et garantis par la Constitution; mais comme la liberté ne consiste qu'à pouvoir faire tout ce qui ne nuit ni aux droits d'autrui, ni à la sûreté publique, la loi peut établir des peines contre les actes qui, attaquant ou la sûreté publique ou les droits d'autrui, seroient nuisibles à la société.

อำนาจนิติบัญญัติไม่อาจตรากฎหมายใด ๆ ที่สร้างความเสื่อมเสียหรือก่ออุปสรรคแก่การใช้สิทธิตามธรรมชาติและสิทธิของพลเมืองตามที่จดจารไว้ในลักษณะนี้และมีการรับประกันอยู่ในรัฐธรรมนูญ แต่เนื่องจากเสรีภาพประกอบไปด้วยอำนาจที่จะกระทำสิ่งทั้งหลายโดยไม่เป็นผลร้ายต่อสิทธิของผู้อื่นหรือต่อความมั่นคงสาธารณะเท่านั้น กฎหมายจึงสามารถบัญญัติโทษสำหรับการกระทำที่อาจส่งผลร้ายต่อสังคมเพราะประทุษร้ายต่อความมั่นคงสาธารณะหรือสิทธิของผู้อื่นได้

La Constitution garantit l'inviolabilité des propriétés, ou la juste et préalable indemnité de celles dont la nécessité publique, légalement constatée, exigerait le sacrifice.

รัฐธรรมนูญรับประกันว่า ทรัพย์สินนั้นจะล่วงละเมิดมิได้ หรือจะมีการให้ค่าทดแทนอย่างเป็นธรรมก่อน สำหรับบรรดาทรัพย์สินที่จะต้องสละเพื่อความจำเป็นสาธารณะตามที่กฎหมายรับรอง

Les biens destinés aux dépenses du culte et à tous services d'utilité publique, appartiennent à la nation, et sont, dans tous les temps, à sa disposition.

ทรัพย์ที่มุ่งหมายไว้เป็นค่าใช้จ่ายของลัทธิและไว้สำหรับบริการสาธารณประโยชน์ทั้งหมดนั้น ย่อมเป็นของชาติ และอยู่ในอำนาจของชาติที่จะจำหน่ายจ่ายโอนได้ทุกเมื่อ

La Constitution garantit les aliénations qui ont été ou qui seront faites suivant les formes établies par la loi.

รัฐธรรมนูญรับประกันการโอนทรัพย์สินที่ได้กระทำแล้วหรือจะได้กระทำขึ้นตามรูปแบบที่กฎหมายบัญญัติ

Les citoyens ont le droit d'élire ou choisir les ministres de leurs cultes.

พลเมืองมีสิทธิเลือกตั้งหรือเลือกสรรศาสนาจารย์ในลัทธิของตน

Il sera créé et organisé un établissement général de secours publics, pour élever les enfants abandonnés, soulager les pauvres infirmes, et fournir du travail aux pauvres valides qui n'auroient pu s'en procurer.

ให้จัดตั้งและจัดระเบียบอาคารกลางเพื่อการช่วยเหลือสาธารณะ สำหรับเลี้ยงดูเด็กที่ถูกทอดทิ้ง บรรเทาทุกข์ให้คนยากจนที่ทุพพลภาพ และจัดหางานให้คนยากจนที่แข็งแรงสมบูรณ์ดีแต่มิอาจหางานได้เอง

Il sera créé et organisé une instruction publique, commune à tous les citoyens, gratuite à l'égard des parties d'enseignement indispensables pour tous les hommes, et dont les établissements seront distribués graduellement dans un rapport combiné avec la division du royaume.

ให้จัดตั้งและจัดระเบียบการเรียนการสอนสาธารณะสำหรับพลเมืองทั้งหมดร่วมกัน โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาส่วนที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อมนุษย์ทั้งหลาย และมีอาคารซึ่งจะทยอยกระจายออกไปโดยสอดคล้องต้องกันกับการแบ่งส่วนราชอาณาจักร

Il sera établi des fêtes nationales, pour conserver le souvenir de la révolution française, entretenir la fraternité entre les citoyens, et les attacher à la Constitution, à la patrie et aux loix.

ให้สถาปนาเทศกาลประจำชาติเพื่อรักษาไว้ซึ่งความทรงจำเกี่ยวกับการปฏิวัติฝรั่งเศส บำรุงรักษาภราดรภาพในหมู่พลเมือง และยึดโยงพลเมืองไว้กับรัฐธรรมนูญ ปิตุภูมิ และกฎหมาย

Il sera fait un code de loix civiles communes à tout le royaume.

ให้จัดทำประมวลกฎหมายแพ่งสำหรับใช้ร่วมกันทั่วราชอาณาจักร

2[แก้ไข]

T i t r e I I.
De la division du royaume
et de l'état des citoyens.
ว่าด้วยการแบ่งส่วนราชอาณาจักร
และสถานะของพลเมือง
Article premier.

Le royaume est un et indivisible: son territoire est distribué en quatre-vingt-trois départemens, chaque département en districts, chaque district en cantons.

มาตราแรก

าชอาณาจักรเป็นอันหนึ่งอันเดียวและแบ่งแยกมิได้ ดินแดนของราชอาณาจักรนั้นให้แบ่งส่วนออกเป็นจังหวัดแปดสิบสามแห่ง จังหวัดแต่ละแห่งแบ่งส่วนออกเป็นอำเภอ อำเภอแต่ละแห่งแบ่งส่วนออกเป็นตำบล

II. Sont citoyens français:

2. พลเมืองฝรั่งเศส ได้แก่

Ceux qui sont nés en France, d'un pere français;

บรรดาผู้ถือกำเนิดในฝรั่งเศสจากบิดาที่เป็นชาวฝรั่งเศส

Ceux qui, nés en France, d'un pere étranger, ont fixé leur résidence dans le royaume;

บรรดาผู้ถือกำเนิดในฝรั่งเศสจากบิดาที่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งได้กำหนด[6] ที่อยู่ของตนในราชอาณาจักรแล้ว

Ceux qui, nés en pays étranger d'un pere français, sont venus s'établir en France et ont prêté le serment civique;

บรรดาผู้ถือกำเนิดในต่างประเทศจากบิดาที่เป็นชาวฝรั่งเศส ได้มาลงหลักปักฐานในฝรั่งเศส และได้สาบานตนเป็นพลเมืองแล้ว

Enfin ceux qui, nés en pays étranger, et descendant, à quelque degré que ce soit, d'un français ou d'une française expatriés pour cause de religion, viennent demeurer en France et prêtent le serment civique.

ประการสุดท้าย บรรดาผู้ถือกำเนิดในต่างประเทศ และเป็นผู้สืบสันดาน ไม่ว่าในชั้นใด ของชายหรือหญิงชาวฝรั่งเศสซึ่งได้สละสัญชาติเดิมด้วยสาเหตุทางศาสนา เข้ามาพำนักในฝรั่งเศส และสาบานตนเป็นพลเมือง

III. Ceux qui, nés hors du royaume, de parens étrangers, résident en France, deviennent citoyens français, après cinq ans de domicile continu dans le royaume, s'ils y ont en outre acquis des immeubles, ou épousé une française, ou formé un établissement d'agriculture ou de commerce, et s'ils ont prêté le serment civique.

3. บรรดาผู้อยู่อาศัยในฝรั่งเศส โดยถือกำเนิดนอกราชอาณาจักรจากบิดามารดาที่เป็นชาวต่างชาติ ย่อมกลายเป็นพลเมืองฝรั่งเศสหลังจากที่ตั้งภูมิลำเนาในราชอาณาจักรมาแล้วห้าปีติดต่อกัน ถ้าผู้นั้นยังได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ในราชอาณาจักร หรือได้สมรสกับหญิงฝรั่งเศส หรือได้ก่อตั้งอาคารการเกษตรหรือการค้า และถ้าผู้นั้นได้สาบานตนเป็นพลเมืองแล้วด้วย

IV. Le pouvoir législatif pourra, pour des considérations importantes, donner à un étranger un acte de naturalisation, sans autres conditions que de fixer son domicile en France, et d'y prêter le serment civique.

4. เมื่อมีข้อพิจารณาอันสำคัญ อำนาจนิติบัญญัติจะมอบตราสารการแปลงสัญชาติให้แก่ชาวต่างชาติก็ได้ โดยไม่มีเงื่อนไขอื่นใดนอกจากการที่ผู้นั้นจะต้องกำหนด[6] ภูมิลำเนาของตนในฝรั่งเศส และจะต้องสาบานตนเป็นพลเมืองที่นั่น

V. Le serment civique est: Je jure d'être fidele à la nation, à la loi et au roi, et de maintenir de tout mon pouvoir la Constitution du royaume, décrétée par l'Assemblée nationale constituante aux années 1789, 1790 et 1791.

5. คำสาบานตนเป็นพลเมืองมีดังนี้ ข้าพเจ้าขอสาบานว่า จะซื่อตรงต่อชาติ ต่อกฎหมาย และต่อพระมหากษัตริย์ และด้วยกำลังทั้งหมดของข้าพเจ้า จะธำรงรักษารัฐธรรมนูญที่สภาร่างรัฐธรรมนูญแห่งชาติตราขึ้นในปี 1789, 1790, และ 1791

VI. La qualité de citoyen français se perd:

6. คุณสมบัติของพลเมืองฝรั่งเศสย่อมสิ้นลง

1°. Par la naturalisation en pays étranger;

1. เมื่อแปลงสัญชาติในต่างประเทศ

2°. Par la condamnation aux peines qui emportent la dégradation civique, tant que le condamné n'est pas réhabilité;

2. เมื่อถูกพิพากษาลงโทษซึ่งมีการลดฐานะพลเมืองรวมอยู่ ตราบใดที่ผู้ต้องคำพิพากษายังไม่ได้รับการคืนฐานะ

3°. Par un jugement de contumace, tant que le jugement n'est pas anéanti;

3. เมื่อถูกพิพากษาว่า จงใจขัดคำสั่งศาล ตราบใดที่คำพิพากษานั้นยังไม่ถูกเพิกถอน

4°. Par l'affiliation à tout ordre de chevalerie étranger, ou à toute corporation étrangère qui supposeroit, soit des preuves de noblesse, soit des distinctions de naissance, ou qui exigeroit des vœux religieux.

4. เมื่อเข้าร่วมคณะอัศวินต่างชาติคณะใด ๆ หรือบริษัทต่างชาติบริษัทใด ๆ ซึ่งส่อถึงการพิสูจน์ความเป็นผู้ดีหรือความแตกต่างทางชาติกำเนิด หรือซึ่งจะต้องมีการปฏิญาณทางศาสนา

VII. La loi ne considere le mariage que comme contrat civil.

7. กฎหมายมองว่า การสมรสเป็นเพียงสัญญาทางแพ่ง

Le pouvoir législatif établira, pour tous les habitants, sans distinction, le mode par lequel les naissances, mariages et décès seront constatés; et il désignera les officiers publics qui en recevront et conserveront les actes.

ให้อำนาจนิติบัญญัติจัดวางแบบวิธีที่จะหยั่งทราบการเกิด การสมรส และการตาย สำหรับผู้อยู่อาศัยทุกคนโดยไม่มีความแตกต่าง และให้อำนาจนิติบัญญัติระบุตัวเจ้าพนักงานสาธารณะที่จะรับและเก็บรักษาตราสาร

VIII. Les citoyens français, considérés sous le rapport des relations locales qui naissent de leurs réunions dans les villes et dans de certains arrondissements du territoire des campagnes, forment les communes.

8. พลเมืองฝรั่งเศสย่อมก่อตัวเป็นตำบล เมื่อพิจารณาในด้านความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่น ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มกันในเมืองและในเขตพื้นที่ชนบทบางเขต

Le pouvoir législatif pourra fixer l'étendue de l'arrondissement de chaque commune.

อำนาจนิติบัญญัติจะกำหนดขอบเขตตำบลแต่ละแห่งก็ได้

IX. Les citoyens qui composent chaque commune, ont le droit d'élire à temps, suivant les formes déterminées par la loi, ceux d'entr'eux qui, sous le titre d'officiers municipaux, sont chargés de gérer les affaires particulières de la commune.

9. ในเวลาอันควร[7] พลเมืองซึ่งประกอบกันเป็นตำบลแต่ละแห่งมีสิทธิเลือกตั้งคนทั้งหลายในหมู่พวกตนให้เป็นผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการกิจการเฉพาะของตำบลในตำแหน่งเจ้าพนักงานเทศบาลตามรูปแบบที่กฎหมายกำหนด

Il pourra être délégué aux officiers municipaux, quelques fonctions relatives à l'intérêt général de l'état.

กิจหน้าที่บางอย่างซึ่งเกี่ยวข้องกับประโยชน์ทั่วไปของรัฐนั้น จะมอบหมายให้เจ้าพนักงานเทศบาลก็ได้

X. Les règles que les officiers municipaux seront tenus de suivre, dans l'exercice, tant des fonctions municipales, que de celles qui leur auront été déléguées pour l'intérêt général, seront fixées par les loix.

ระเบียบที่เจ้าพนักงานเทศบาลจะต้องกระทำตามในการปฏิบัติกิจหน้าที่ทั้งที่เป็นของเทศบาลและที่ได้รับมอบหมายมาเพื่อประโยชน์ทั่วไปนั้น ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

3[แก้ไข]

T i t r e I I I.
Des pouvoirs publics.
ว่าด้วยอำนาจสาธารณะ
Article premier.

La souveraineté est une, indivisible, inaliénable et imprescriptible. Elle appartient à la nation; aucune section du peuple, ni aucun individu, ne peut s'en attribuer l'exercice.

มาตราแรก

อำนาจอธิปไตยเป็นอันหนึ่งอันเดียว แบ่งแยกมิได้ ถ่ายโอนแก่กันมิได้ และไม่มีกำหนดอายุความ อำนาจนั้นเป็นของชาติ ไม่ว่าประชาชนส่วนใด หรือปัจเจกบุคคลใด ก็ไม่อาจอ้างว่า การใช้อำนาจนั้นเป็นสิทธิ์ขาดของตน

II. La nation, de qui seule émanent tous les pouvoirs, ne peut les exercer que par délégation.

2. ชาติ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาหนึ่งเดียวของอำนาจทั้งปวงนั้น จะใช้อำนาจเหล่านั้นได้ก็แต่โดยการมอบหมาย

La Constitution française est représentative: les représentans sont le corps législatif et le roi.

รัฐธรรมนูญฝรั่งเศสเป็นแบบมีผู้แทน ผู้แทน ได้แก่ องค์กรนิติบัญญัติ และพระมหากษัตริย์

III. Le pouvoir législatif est délégué à une Assemblée nationale, composée de représentans temporaires, librement élus par le peuple, pour  être exercé par elle, avec la sanction du roi, de la manière qui sera déterminée ci-après.

3. อำนาจนิติบัญญัตินั้น มอบหมายให้แก่สมัชชาแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนชั่วคราวที่ประชาชนเลือกตั้งมาโดยเสรี เพื่อให้สมัชชาใช้อำนาจนั้นโดยพระราชานุมัติของพระมหากษัตริย์ ตามวิธีการที่จะได้กำหนดถัดจากนี้

IV. Le gouvernement est monarchique. Le pouvoir exécutif est délégué au roi, pour être exercé, sous son autorité, par des ministres et autres agents responsables, de la manière maniere qui sera déterminée ci-après.

4. การปกครองเป็นแบบมีพระมหากษัตริย์ อำนาจบริหารนั้น มอบหมายให้แก่พระมหากษัตริย์ เพื่อให้เสนาบดีและพนักงานอื่น ๆ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบ ใช้อำนาจนั้นภายใต้พระเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์ ตามวิธีการที่จะได้กำหนดถัดจากนี้

V. Le pouvoir judiciaire est délégué à des juges élus à temps par le peuple.

5. อำนาจตุลาการนั้น มอบหมายให้แก่ตุลาการซึ่งประชาชนเลือกตั้งมาในเวลาอันควร[7]

3.1[แก้ไข]

C h a p i t r e P r e m i e r.
De l'Assemblée nationale législative.
ว่าด้วยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
Article premier.

L'Assemblée nationale formant le corps législatif, est permanente, et n'est composée que d'une chambre.

มาตราแรก

สมัชชาแห่งชาติ ซึ่งก่อตัวเป็นองค์กรนิติบัญญัติ มีความเป็นถาวร และประกอบด้วยสภาเพียงสภาเดียว

II. Elle sera formée, tous les deux ans, par de nouvelles élections.

องค์กรนั้น ให้ก่อตัวขึ้นทุกสองปีด้วยการเลือกตั้งใหม่

Chaque période de deux années formera une législature.

ทุก ๆ ระยะเวลาสองปี ให้เป็นสมัยนิติบัญญัติหนึ่งสมัย

III. Les dispositions de l'article précédent n'auront pas lieu à l'égard du prochain corps législatif, dont les pouvoirs cesseront le dernier jour d'avril 1793.

3. บทบัญญัติมาตราก่อนนี้มิให้ใช้บังคับเกี่ยวกับองค์กรนิติบัญญัติชุดถัดไปซึ่งจะหมดอำนาจลงในวันสิ้นเดือนเมษายน 1793

IV. Le renouvellement du corps législatif se fera de plein droit.

4. การก่อตัวขึ้นใหม่ขององค์กรนิติบัญญัติ ย่อมเกิดขึ้นเองด้วยผลของกฎหมาย[8]

V. Le corps législatif ne pourra être dissous par le roi.

5. พระมหากษัตริย์จะทรงยุบองค์กรนิติบัญญัติไม่ได้

3.1.1[แก้ไข]

S e c t i o n P r e m i e r e.
Nombre des représentans. Bases de la
représentation.
จำนวนผู้แทน หลักพื้นฐานของ
การเป็นผู้แทน
Article premier.

Le nombre des représentans au corps législatif est de sept cent quarante-cinq, à raison des quatre-vingt-trois départemens dont le royaume est composé, et indépendamment de ceux qui pourroient être accordés aux colonies.

มาตราแรก

จำนวนของผู้แทนในองค์กรนิติบัญญัติ ได้แก่ เจ็ดร้อยสี่สิบห้าคน ตามอัตราส่วนของจังหวัดทั้งแปดสิบสามแห่งที่ประกอบกันเป็นราชอาณาจักร กับที่เหลือต่างหากจากนั้นซึ่งอาจยกให้แก่อาณานิคม

II. Les représentans seront distribués entre les quatre-vingt-trois départemens, selon les trois proportions du territoire, de la population et de la contribution directe.

2. ผู้แทนนั้นให้กระจายไปในจังหวัดทั้งแปดสิบสามแห่ง ตามสัดส่วนสามประการ คือ ดินแดน ประชากร และภาษีทางตรง

III. Des sept cent quarante-cinq représentans, deux cent quarante-sept sont attachés au territoire.

3. ในผู้แทนเจ็ดร้อยสี่สิบห้าคนนั้น สองร้อยสี่สิบเจ็ดคนสังกัดดินแดน

Chaque département en nommera trois, à l'exception du département de Paris, qui n'en nommera qu'un.

จังหวัดแต่ละแห่งให้เสนอได้สามชื่อ เว้นแต่จังหวัดปารีสที่ให้เสนอได้เพียงชื่อเดียว

IV. Deux cent quarante-neuf représentans sont attribués à la population.

ผู้แทนสองร้อยสี่สิบเก้าคน ได้มาจากประชากร

La masse totale de la population active du royaume, est divisée en deux cent quarante-neuf parts, et chaque département nomme autant de députés qu'il a de parts de population.

หมู่ประชากรตื่นตัวทั้งหมดในราชอาณาจักรแบ่งออกเป็นสองร้อยสี่สิบเก้ากลุ่ม และจังหวัดแต่ละแห่งเสนอชื่อตัวแทนได้มากเท่ากับกลุ่มประชากรที่ตนมี

V. Deux cent quarante-neuf représentans sont attachés à la contribution directe.

ผู้แทนสองร้อยสี่สิบเก้าคน ให้ยึดโยงกับภาษีทางตรง

La somme totale de la contribution directe du royaume, est de même divisée en deux cent quarante-neuf parts, et chaque département nomme autant de députés qu'il paie de parts de contribution.

ผลรวมภาษีทางตรงทั้งหมดในราชอาณาจักรย่อมแบ่งออกเป็นสองร้อยสี่สิบเก้าส่วนเช่นกัน และจังหวัดแต่ละแห่งย่อมเสนอชื่อตัวแทนได้มากเท่ากับส่วนภาษีที่ตนจ่าย

3.1.2[แก้ไข]

S e c t i o n I I.
Assemblées primaires. Nomination des
électeurs.
สมัชชาชั้นต้น การเสนอชื่อ
ผู้เลือกตั้ง
Article premier.

Pour former l'Assemblée nationale législative, les citoyens actifs se réuniront, tous les deux ans, en assemblées primaires, dans les villes et dans les cantons.

มาตราแรก

ให้พลเมืองตื่นตัวรวมกลุ่มกันขึ้นในเมืองและในตำบลเป็นสมัชชาชั้นต้นเพื่อจัดตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

Les assemblées primaires se formeront de plein droit le second dimanche de mars, si elles n'ont pas été convoquées plutòt par les fonctionnaires publics déterminés par la loi.

ให้สมัชชาชั้นต้นเป็นอันจัดตั้งขึ้นในวันอาทิตย์ที่สองของเดือนมีนาคมโดยผลของกฎหมาย[8] ถ้าเจ้าหน้าที่สาธารณะตามที่กฎหมายกำหนดมิได้เรียกประชุมไปก่อนแล้ว

II. Pour être citoyen actif, il faut:

2. การจะเป็นพลเมืองตื่นตัวนั้น ต้อง

Être né ou devenu français;

ได้เกิดหรือกลายมาเป็นชาวฝรั่งเศส

Être âgé de vingt-cinq ans accomplis;

มีอายุยี่สิบห้าปีบริบูรณ์แล้ว

Être domicilié dans la ville ou dans le canton depuis le temps déterminé par la loi;

มีภูมิลำเนาอยู่ในเมืองหรือในตำบลนับแต่เวลาที่กฎหมายกำหนด

Payer, dans un lieu quelconque du royaume, une contribution directe au moins égale à la valeur de trois journées de travail, et en représenter la quittance;

จ่ายภาษีทางตรงเท่ากับมูลค่าการทำงานสามวันเป็นอย่างน้อย พร้อมทั้งแสดงใบเสร็จ ไม่ว่าจ่ายที่ใดในราชอาณาจักร

N'être pas dans un état de domesticité, c'est-à-dire, de serviteur à gages;

มิได้อยู่ในสถานะประจำบ้านเรือน กล่าวคือ การรับจ้างเป็นคนใช้

Être inscrit dans la municipalité de son domicile, au rôle des gardes nationales;

ได้ขึ้นทะเบียนในบัญชีทหารรักษาชาติ ณ เทศบาลที่ตนมีภูมิลำเนา

Avoir prêté le serment civique.

ได้สาบานตนเป็นพลเมืองแล้ว

III. Tous les six ans, le corps législatif fixera le minimum et le maximum de la valeur de la journée de travail, et les administrateurs des départemens en feront la détermination locale pour chaque district.

3. มูลค่าขั้นต่ำและขั้นสูงของการทำงานหนึ่งวันนั้น ให้องค์กรนิติบัญญัติระบุ และให้ผู้บริหารจังหวัดประกาศกำหนดในระดับท้องถิ่นสำหรับอำเภอแต่ละแห่ง ทุก ๆ หกปี

IV. Nul ne pourra exercer les droits de citoyen actif dans plus d'un endroit, ni se faire représenter par un autre.

4. สิทธิของพลเมืองตื่นตัวนั้น ห้ามผู้ใดใช้ในท้องที่มากกว่าหนึ่งแห่ง หรือให้ผู้อื่นใช้แทนตน

V. Sont exclus de l'exercice des droits de citoyen actif,

5. การใช้สิทธิพลเมืองตื่นตัวนั้น เป็นอันงดสำหรับ

Ceux qui sont en état d'accusation.

บรรดาผู้อยู่ในสถานะผู้ต้องหา

Ceux qui, après avoir été constitués en état de faillite ou d'insolvabilité, prouvé par pièces authentiques, ne rapportent pas un acquit général de leurs créanciers.

บรรดาผู้ถูกจัดให้อยู่ในสถานะล้มละลายหรือมีหนี้สินล้นพ้นตัวซึ่งพิสูจน์ด้วยเอกสารอันถูกต้องแท้จริงแล้ว ไม่รายงานการได้รับปลดหนี้เป็นการทั่วไปจากเจ้าหนี้ของตน

VI. Les assemblées primaires nommeront des électeurs, en proportion du nombre des citoyens actifs domiciliés dans la ville ou le canton.

6. ให้สมัชชาชั้นต้นเสนอชื่อผู้เลือกตั้งโดยคำนึงถึง[5] จำนวนพลเมืองตื่นตัวที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเมืองหรือตำบลนั้น

Il sera nommé un électeur à raison de cent citoyens actifs, présents ou non, à l'assemblée.

ณ สมัชชา ให้เสนอชื่อผู้เลือกตั้งหนึ่งคนต่ออัตราส่วนพลเมืองตื่นตัวหนึ่งร้อยคน ไม่ว่าจะมาประชุมหรือไม่

Il en sera nommé deux depuis cent cinquante-un jusqu'à deux cent cinquante; et ainsi de suite.

สำหรับคนที่หนึ่งร้อยห้าสิบเอ็ดไปจนถึงสองร้อยห้าสิบ ให้เสนอได้สองชื่อ และจากนั้นก็เหมือน ๆ กันต่อ ๆ ไป

VII. Nul ne pourra être nommé électeur, s'il ne réunit aux conditions nécessaires pour être citoyen actif, savoir: dans les villes au dessus de six mille ames, celle d'être propriétaire ou usufruitier d'un bien évalué, sur les rôles de contribution, à un revenu égal à la valeur locale de deux cents journées de travail; ou d'être locataire d'une habitation évaluée, sur les mêmes rôles, à un revenu égal à la valeur de cent cinquante journées de travail.

7. ห้ามเสนอชื่อผู้ใดเป็นผู้เลือกตั้ง ถ้าผู้นั้นไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการเป็นพลเมืองตื่นตัว กล่าวคือ สำหรับเมืองที่มีราษฎรมากกว่าหกพันชีวิต ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ถือสิทธิเก็บกินในทรัพย์ที่ได้รับการประเมินตามบัญชีภาษีว่า มีอากร[9] เท่ากับมูลค่าการทำงานสองร้อยวันในท้องถิ่น หรือต้องเป็นผู้เช่าที่อยู่อาศัย[10] ที่ได้รับการประเมินตามบัญชีอย่างเดียวกันว่า มีอากรเท่ากับมูลค่าการทำงานหนึ่งร้อยห้าสิบวัน

Dans les villes au dessous de six mille ames, celle d'être propriétaire ou usufruitier d'un bien évalué, sur les rôles de contribution, à un revenu égal à la valeur locale de cent cinquante journées de travail; ou d'être locataire d'une habitation évaluée, sur les mêmes rôles, à un revenu égal à la valeur de cent journées de travail.

ในเมืองที่มีราษฎรน้อยกว่าหกพันชีวิต ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ถือสิทธิเก็บกินในทรัพย์ที่ได้รับการประเมินตามบัญชีภาษีว่า มีอากร[9] เท่ากับมูลค่าการทำงานหนึ่งร้อยห้าสิบวันในท้องถิ่น หรือเป็นผู้เช่าที่อยู่อาศัยที่ได้รับการประเมินตามบัญชีอย่างเดียวกันว่า มีอากรเท่ากับมูลค่าการทำงานหนึ่งร้อยวัน

Et dans les campagnes, celle d'être propriétaire ou usufruitier d'un bien évalué, sur les rôles de contribution, à un revenu égal à la valeur locale de cent cinquante journées de travail; ou d'être fermier ou métayer de biens évalués, sur les mêmes rôles, à la valeur de quatre cents journées de travail.

และในชนบท ต้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ถือสิทธิเก็บกินในทรัพย์ที่ได้รับการประเมินตามบัญชีภาษีว่า มีอากร[9] เท่ากับมูลค่าการทำงานหนึ่งร้อยห้าสิบวันในท้องถิ่น หรือเป็น แฟร์มีเยร์[11] หรือ เมเตเย[12] แห่งทรัพย์ที่ได้รับการประเมินตามบัญชีเดียวกันว่า มีมูลค่าเป็นการทำงานสี่ร้อยวัน

A l'égard de ceux qui seront en même temps propriétaires ou usufruitiers d'une part, et locataires, fermiers ou métayers de l'autre, leurs facultés à ces divers titres seront cumulées jusqu'au taux nécessaire pour établir leur éligibilité.

สำหรับบรรดาผู้ที่บทบาทหนึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้ถือสิทธิเก็บกิน และอีกบทบาทหนึ่งเป็นผู้เช่า แฟร์มีเยร์[11] หรือ เมเตเย[12] ในเวลาเดียวกัน ให้นำทรัพย์สินของผู้นั้นในบทบาทต่าง ๆ นี้มาคำนวณรวมกันจนถึงอัตราที่จำเป็นต่อการกำหนดคุณลักษณะของผู้นั้น

3.1.3[แก้ไข]

S e c t i o n I I I.
Assemblées électorales. Nomination des
représentans.
Article premier.

Les électeurs nommés en chaque département se réuniront pour élire le nombre des représentans dont la nomination sera attribuée à leur département, et un nombre de suppléants égal au tiers de celui des représentans.

Les assemblées électorales se formeront de plein droit le dernier dimanche de mars, si elles n'ont pas été convoquées plus tôt par les fonctionnaires publics déterminés par la loi.

II. Les représentans et les suppléants seront élus à la pluralité absolue des suffrages, et ne pourront être choisis que parmi les citoyens actifs du département.

III. Tous les citoyens actifs, quel que soit leur état, profession ou contribution, pourront être élus représentans de la nation.

IV. Seront néanmoins obligés d'opter, les ministres et les autres agens agents du pouvoir exécutif révocables à volonté, les commissaires de la trésorerie nationale, les percepteurs et receveurs des contributions directes, les préposés à la perception et aux régies des contributions indirectes et des domaines nationaux, et ceux qui, sous quelque dénomination que ce soit, sont attachés à des emploix de la maison militaire et civile du Roi.

Seront également tenus d'opter les administrateurs, sous-administrateurs, officiers municipaux, et commandants des gardes nationales.

V. L'exercice des fonctions judiciaires sera incompatible avec celles de représentant de la nation, pendant toute la durée de la législature.

Les juges seront remplacés par leurs suppléants, et le roi pourvoira, par des brevets de commission, au remplacement de ses commissaires auprès des tribunaux.

VI. Les membres du corps législatif pourront être réélus à la législature suivante, et ne pourront l'être ensuite qu'après l'intervalle d'une législature.

VII. Les représentans nommés dans les départemens, ne seront pas représentans d'un département particulier, mais de la nation entière, et il ne pourra leur être donné aucun mandat.

S e c t i o n I V.
Tenue et régime des assemblées primaire
et électorales.
Article premier.

Les fonctions des assemblées primaires et électorales se bornent à élire; elles se sépareront aussitôt après les élections faites, et ne pourront se former de nouveau que lorsqu'elles seront convoquées, si ce n'est au cas de l'Article premier de la Section II et de l'Article premier de la Section III ci-dessus.

II. Nul citoyen actif ne peut entrer ni donner son suffrage dans une assemblée, s'il est armé.

III. La force armée ne pourra être introduite dans l'intérieur sans le vœu exprès de l'assemblée, si ce n'est qu'on y commît des violences; auquel cas, l'ordre du président suffira pour appeler la force publique.

IV. Tous les deux ans, il sera dressé, dans chaque district, des listes, par cantons, des citoyens actifs, et la liste de chaque canton y sera publiée et affichée deux mois avant l'époque de l'assemblée primaire.

Les réclamations qui pourront avoir lieu, soit pour contester la qualité des citoyens employés sur la liste, soit de la part de ceux qui se prétendront omis injustement, seront portées aux tribunaux pour y être jugées sommairement.

La liste servira de regle pour l'admission des citoyens dans la prochaine assemblée primaire, en tout ce qui n'aura pas été rectifié par des jugements rendus avant la tenue de l'assemblée.

V. Les assemblées électorales ont le droit de vérifier la qualité et les pouvoirs de ceux qui s'y présenteront, et leurs décisions seront exécutées provisoirement, sauf le jugement du corps législatif lors de la vérification des pouvoirs des députés.

VI. Dans aucun cas et sous aucun prétexte, le roi, ni aucun des agents nommés par lui, ne pourront prendre connaissance des questions relatives หน้า:Constitution française (1791).pdf/26

z[แก้ไข]

z1[แก้ไข]

  1. Boïelle & V. Payen-Payne (1903, p. 387) ว่า คำนาม "ordre" แปลว่า "class" หรือ "tribe" (นอกเหนือไปจากความหมายอื่น ๆ) จึงแปลว่า "วรรณะ" ซึ่งสำนักงานราชบัณฑิตยสภา (ม.ป.ป.) นิยามว่า "ชั้นชน"
  2. ศาลในสังคมที่ผู้ปกครองไม่แยกแยะระหว่างทรัพย์สินส่วนตัวกับทรัพย์สินของบ้านเมือง และถือว่า กิจการและทรัพยากรของบ้านเมืองเป็นของตน (Quimpo, 2007) เป็นระบอบที่เรียกว่า "patrimonialism" ซึ่งนิธิ เอียวศรีวงศ์ (2559) เสนอให้เรียกว่า "ลัทธิรัฐราชสมบัติ"
  3. สภาวิชาชีพที่ควบคุมกิจการและบริษัทห้างร้านทางการค้า (Favier, n.d.)
  4. cnrtl (2012d) ว่า คำกริยา "répartir" โดยทั่วไปหมายถึง แบ่งปันหรือแบ่งส่วนในระหว่างคนต่าง ๆ (artager, diviser quelque chose entre diverses personnes) และในทางเศรษฐกิจหรือการเมือง หมายถึง แบ่งปริมาณหรือยอดรวมเพื่อกำหนดสัดส่วน (diviser une quantité, une somme globale pour déterminer une quotité) ส่วน Boïelle & V. Payen-Payne (1903, p. 482) ว่า คำกริยา "répartir" โดยทั่วไปแปลว่า แบ่งส่วน, กระจาย, หรือแบ่งสรร (to divide, to distribute, to portion out) และจะแปลว่า ประเมิน (to assess) ก็ได้ เช่น "répartir les contributions" แปลว่า ประเมินภาษี (to assess taxes)
  5. 5.0 5.1 cnrtl (2012c) ว่า สำนวน "en proportion de" (แปลตรงตัวว่า ต่อสัดส่วนของ) หมายความว่า โดยคำนึงถึง หรือโดยสัมพันธ์กับ (eu égard à, par rapport à)
  6. 6.0 6.1 คำกริยา "fixer" โดยปรกติแปลว่า กำหนดหรือตั้งไว้(ให้แน่นอน มั่นคง หรือถาวร) และ cnrtl (2012b) ว่า ถ้าใช้กับสถานที่ จะแปลว่า เลือกให้(สถานที่นั้น)เป็นถิ่นที่อยู่ถาวร (choisir comme lieu d'habitation durable) ก็ได้
  7. 7.0 7.1 cnrtl (2012e) ว่า สำนวน "à temps" (แปลตรงตัวว่า ณ เวลา) หมายความว่า ในเวลาที่สมควร, ในเวลาที่จำเป็น, ตามเวลาที่กำหนด, ทันท่วงที (dans le temps voulu, au moment nécessaire, pour un temps fixé, assez tôt) ในแง่หนึ่งพอจะเทียบได้กับสำนวนไทยว่า "เป็นเวลา" (เช่น "กินยาให้เป็นเวลา") หรือ "ตามเวลา" (เช่น "รถไฟมาตามเวลา")
  8. 8.0 8.1 cnrtl (2012a) ว่า สำนวน "de plein droit" (แปลตรงตัวว่า โดยกฎหมายเต็มที่ หรือโดยสิทธิเต็มที่) หมายความว่า โดยไม่มีเหตุให้คัดค้าน หรือโดยไม่ต้องไปพึ่งอำนาจศาลหรือเจ้าหน้าที่เป็นต้น (sans qu'il puisse y avoir matière à contestation, sans qu'il soit nécessaire de recourir à la justice, à l'autorité, etc)
  9. 9.0 9.1 9.2 Boïelle & V. Payen-Payne (1903, p. 491) ว่า คำนาม "revenu" สามารถหมายถึง อากร(แผ่นดิน) (revenue), รายได้(ส่วนบุคคล) (income), ค่าเช่า (rent), หรือกำไร (profit) ก็ได้
  10. Boïelle & V. Payen-Payne (1903, p. 285) ว่า นอกจากที่อยู่อาศัยแล้ว คำนาม "habitation" ยังสามารถหมายถึง โรงเรือน (tenement), เรือกสวนไร่นา (plantation), หรือนิคม (settlement) ก็ได้
  11. 11.0 11.1 ในการปกครองระบอบเก่า (Ancien Régime) มีสัญญาเช่าที่เรียกว่า "อาแฟร์มาฌ" (affermage) รัฐบาลเป็นคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า "บาเยอร์" (bailleur) และเอกชนเข้าเป็นคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า "แฟร์มีเยร์" (fermier) โดยบาเยอร์ให้แฟร์มีเยร์เช่าสิทธิที่จะเก็บภาษีบางประเภทจากประชาชน และสามารถยึดถือภาษีนั้นไว้เองได้ ส่วนแฟร์มีเยร์ต้องจ่ายค่าเช่าสิทธินั้นให้แก่ท้องพระคลัง สัญญาเช่นนี้ในภาษาอังกฤษเรียกว่า "แท็กซ์ฟาร์มิง" (Tax farming, 2020)
  12. 12.0 12.1 ในการปกครองระบอบเก่า (Ancien Régime) มีสัญญาเช่าที่เรียกว่า "เมเตยาฌ" (métayage) โดยคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า "บาเยอร์" (bailleur) เป็นเจ้าของที่ดิน นำที่ดินนั้นออกให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า "เมเตเย" (métayer) เช่าใช้ทำการเกษตรหรือเลี้ยงสัตว์เป็นต้น เมเตเยจ่ายค่าเช่าเป็นผลผลิตบางส่วนที่ได้จากการใช้ที่ดินนั้น ผลผลิตส่วนที่เหลือตกเป็นของเมเตเยเอง (Editors of Encyclopaedia Britannica, 2020)

z2[แก้ไข]