พงษาวดารเมืองกลันตัน

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พงษาวดารเมืองกลันตัน
(ตามฉบับที่มีอยู่ในศาลาลูกขุน)

ได้ทราบว่า เดิมเมืองกลันตันเปนบ้านเล็กเมืองน้อยอยู่แต่พรรคพวกของตัว เมื่อตุวันมาโซเปนเจ้าเมืองตรังกานูตั้งบ้านเมืองเปนพากภูมขึ้นแล้ว ยกทัพมาตีเมืองกลันตันไปเปนหัวเมืองขึ้นเมืองตรังกานูวงษ์ตระกูลเจ้าเมืองกลันตันครั้งนั้นจะสาบสูญไปอย่างไรไม่ทราบ แต่ที่เมืองกลันตันมีที่ฝังศพอยู่ตำบลหนึ่ง ทำไว้มั่นคงงดงามดูจะเปนที่ฝังศพผู้ดีอยู่ แต่ทุกวันนี้หามีผู้ใดไปคำนับปีใหม่ตามธรรมเนียมแขกไม่ ที่ตำบลนั้นกับที่ฝังศพวงษ์ตระกูลพระยากลันตันทุกวันนี้ไกลกันประมาณ ๕ เส้น วงษ์ตระกูลพระยากลันตันก็ไม่ได้ไปคำนับ

วงษ์ตระกูลพระยากลันตันสะนิปากแดงทุกวันนี้ เดิมรายาทวอเปนพระยากลันตัน ก็ยังเปนหัวเมืองขึ้นเมืองตรังกานูอยู่ พระยา กลันตันรายาทวอเปนเจ้าเมืองมาช้านาน มีบุตรชายชื่อตุหวันหลงมะหมัด ๑ ชื่อตุหวันตำมะโหงง ๑ ชื่อตุหวันบาโหงย ๑ ชื่อตุหวันหลงษาลอ ๑ แต่ต่างมารดากัน ครั้นพระยากลันตันรายาทวอถึงแก่กรรมแล้ว บุตรหลานศรีตวันกรมการปฤกษาพร้อมกันให้เรียกชื่อศพพระยากลันตันรายาทวอว่า บาระหุมหลงยุนุ

บุตรหลานศรีสวันกรมการ พร้อมกันยกตุหวันหลงมะหมัดบุตร ผู้ใหญ่ของบาระหุมหลงยุนุขึ้นเปนพระยากลันตัน ยกตุหวันหลงษาลอขึ้นเปนรายามุดาเรียกพระยาบ้านทะเล ยกตุหวันตำมะโหงงเปนพระยาตำมะโหงง ตุหวันบาโหงยเปนพระยาบาโหงย เมืองกลันตันก็ยังเปนเมืองขึ้นเมืองตรังกานูอยู่ แต่ศักราชปีจำไม่ได้

ภายหลังพระยากลันตันมีความโกรธพระยาตรังกานู แล้วปฤกษาพี่น้องศรีตวันกรมการพร้อมกันจะทำต้นไม้ทองเงินเครื่องราชบรรณาการ ทูลเกล้า ฯ ถวาย ขอแยกเมืองกลันตันออกจากเมืองตรังกานู พระยา กลันตันทำต้นไม้ทองเงินเครื่องราชบรรณาการพร้อมแล้ว ส่งมาเมืองสงขลานำเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวาย ขออยู่ใต้บังคับเมืองสงขลาเหมือนเมืองตรังกานู พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ได้ทรงทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทแล้ว โปรดเกล้า ฯ ดำรัสว่า เมืองกลันตันกับเมืองตรังกานูพรมแดนต่อกันอยู่ เกิดวิวาทไม่เข้ากันแล้วจะมาอยู่ในบังคับเมืองสงขลาด้วยกัน ถ้าพระยากลันตันทำความชอบความดี เกินหน้าเมืองตรังกานู พระยาตรังกานูจะเห็นไปว่ากรุงเทพ ฯ ทำนุบำรุงเมืองกลันตัน พระยาตรังกานูจะมีความน้อยใจไม่รู้หาย จึงโปรดเกล้า ฯ ให้ยกเมืองกลันตันมาอยู่ในใต้บังคับเมืองนครศรีธรรมราชเมืองกลันตันจึงได้ขาดจากเมืองตรังกานูแต่นั้นมา

พระยากลันตันหลงมะหมัดไม่มีบุตร พระยาตำมะโหงงมีบุตรชายชื่อตุวันกอตา ๑ ชื่อตุวันนิกากับ ๑ ชื่อตุวันสนิปากแดง ๑ ชื่อตุวันมุสู ๑ สี่คน พระยาบาโหงยมีบุตรชายชื่อตุวันตะเงาะ ๑ รายามุดาพระยาบ้านทะเลมีบุตรชายชื่อตุวันปะษา ๑ ชื่อตุวันนุสู ๑ สองคน เมื่อพระยาตำมะโหงงตายแล้ว พระยากลันตันรับตุวันกอตา ตุวันนิกากับตุวันสนิปากแดง ตุวันมุสู ไปเลี้ยงรักษาไว้ พระยา กลันตันมีความรักตุวันสนิปากแดงมากกว่าพี่น้องทั้งปวง รายามุดาพระยาบ้านทะเลถึงแก่กรรมก่อนพระยากลันตัน ครั้นณปีจอสัมฤทธิศกแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยากลันตันถึงแก่กรรมอายุได้ ๙๓ ปี ได้เปนเจ้าเมืองว่าราชการอยู่ ๕๓ ปี ญาติพี่น้องศรีตวันกรมการปฤกษาพร้อมกันให้เรียกชื่อศพพระยากลันตันหลง มะหมัดว่า บาระหุมหลงมะหมัด พระราชทานเงินสลึงทำบุญในการศพ ๓๒๐๐ สลึง เปนเงิน ๑๐ ชั่ง

ณปีจอสัมฤทธิศก แต่บรรดาหลานแลญาติพี่น้องศรีตวันกรมการ ปฤกษาเห็นพร้อมกันว่า ตุวันสนิปากแดงเปนคนมีสติปัญญา บาระหุมหลงมะหมัดก็รักใคร่มาก ควรยกขึ้นเปนพระยากลันตันว่าราชการบ้านเมืองต่อไป ตุวันสนิปากแดงจึงจัดทำต้นไม้ทองเงินเครื่องราชบรรณาการแล้ว แต่งให้พระยาบาโหงย ตุวันมุสูน้องตุวันสนิปากแดง ตุวันปะษาบุตรรายามุดาพระยาบ้านทะเล กับศรีตวันกรมการถือใบบอกส่งต้นไม้ทองเงินเครื่องราชบรรณาการมาณเมืองนครศรีธรรม ราช เจ้าพระยานครศรีธรรมราช นำเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทถวายต้นไม้ทองเงินณกรุงเทพ ฯ

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทว่า ญาติพี่น้องศรีตวันกรมการปฤกษาพร้อมกันให้ตุวันสนิปากแดงเปนพระยากลันตัน ก็โปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งตุวันสนิปากแดงเปนพระยากลันตันตามที่ได้ปฤกษาพร้อมนั้น แล้วตั้งให้ตุวันกอตาพี่พระยากลันตันเปนพระยาสุนทรธิบดีศรีสุลต่านเดหวามหารายพระยา จางวาง ตั้งให้ตุวันสนิกากับพี่พระยากลันตันเปนตนกูศรีอินดาราประตามหามนตรี ตั้งให้ตุวันมุสูน้องพระยากลันตันเปนรายามุดา แต่บรรดาบุตรหลานบาระหุมหลงมะหมัดนั้นให้เรียกเปนตนกูทั้งสิ้น แต่พระยาบาโหงย ตนกูปะษานั้น หาได้โปรดตั้งให้มียศบรรดาศักดิ์ออกไปไม่ พระยาบาโหงย รายามุดา ตนกูปะษาเชิญท้องตราตั้งพระยากลันตัน พระยาจางวาง รายามุดา ตนกูศรีอินดาราออกไปถึงเมืองนครศรีธรรมราช เจ้าพระยานครศรีธรรมราชให้หลวงไชยพลภักดิ์กำกับไปถึงเมืองกลันตัน พระยาบาโหงยไม่ขึ้นเมืองกลันตันเลยไปอยู่เมืองปาหัง แต่รายามุดา ตนกูปะษา ขึ้นเมืองกลันตัน พระยากลันตันรับแห่ท้องตราแล้ว ตนกูปะษาไปฟังท้องตราวันหนึ่งแล้วไม่ไปหาพระยากลันตันอิก เพราะตนกูปะษามีความโทมนัศว่าเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลยกย่องพระยากลันตันจนได้เปนเจ้าเมืองแล้ว ตัวไม่ได้เปนที่มียศบ้างก็อายแก่พรรคพวกบ่าวไพร่ ประการหนึ่งรายามุดา ตนกูศรีอินดารา เก็บริบเอาที่ไร่นา สวนป่าไม้ ของตนกูปะษากับพวกตนกูปะษาไป ตนกูปะษาไปว่าแก่พระยากลันตัน ๆ ให้รายามุดา ตนกูศรีอินดารา คืนให้ก็ไม่ได้ประการหนึ่งเข้าสารซื้อออกไปแต่กรุงเทพ ฯ จะจำหน่ายก็ไม่ได้ ด้วยพระยากลันตัน รายามุดา ป่าวร้อยห้ามไพร่บ้านพลเมืองลูกค้าไม่ให้มาซื้อเข้าสารตนกูปะษา ๆ ก็ยิ่งมีความโทมนัศมากขึ้น

ณวันศุกรเดือน๔ขึ้น ๗ ค่ำปีจอสัมฤทธิศก ตนกูปะษามีหนังสือไปชักชวนพระยาบาโหงย ตนกูตะเงาะ ตนกูหลงฮามัดมาคิดพร้อมกันกับพวกบุตรตนกูศรีปัตรามหารายาทั้งปวง ตั้งค่ายรอบบ้านตนกูปะษาแลตามลำน้ำใหญ่ถึงตลาด ๑๐ ค่าย ฝ่ายใต้ตั้งค่ายถึงสุหัยปีนังกับทำค่ายล้อมบ้านพระยากลันตัน ๓ พวก ๆ ตนกูปะษาพวกหนึ่ง พวกตนกูหลงฮามัดพวกหนึ่ง ตนกูศรีปัตรามหารายาพวกหนึ่ง ฝ่ายพระยากลันตัน พระยาจางวาง รายามุดา ตนกูศรีอินดาราก็ตั้งค่ายสู้รบถึงยิงปืนใหญ่เล็กยังไม่แพ้ชนะกัน

พระยากลันตันมีใบบอกมายังเมืองนครศรีธรรมราช ณวัน ๑ เดือน ๖ ขึ้น ๘ ค่ำปีกุนเอกศก แต่ครั้งนั้นพระยาศรีพิพัฒน์เปนแม่ทัพ ยกทัพกรุงเทพ ฯ ออกไปช่วยเมืองไทรบุรีรบตนกูมัศสาอัดหลานเจ้า พระยาไทรบุรีเปนขบถ พระยาศรีพิพัฒน์พักกองทัพอยู่เมืองสงขลาเมืองนครศรีธรรมราชจึงได้นำใบบอกไปปฤกษาพระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพ ณเมืองสงขลา พระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพแต่งให้หลวงศรเสนีนายไพร่ ถือหนังสือไปด้วยเรือแกล้วกลางสมุท ห้ามปรามพระยากลันตันตนกูปะษามิให้วิวาทกัน หลวงศรเสนีไปถึงเมืองกลันตันณวันพุฒเดือน ๖ แรม ๑๐ ค่ำปีกุนเอกศก

ฝ่ายพระยาบาโหงยรู้ว่า หลวงศรเสนีพาเรือแกล้วกลางสมุทไปถึงเมืองกลันตันก็กลัวตัวมีความผิดอยู่ จึงชักชวนตนกูตะเงาะ ตนกูหลงฮามัดกับสมัคพรรคพวกนายไพร่หนีไปอยู่ที่บ้านสลง แขวงเมืองตรังกานู หลวงศรเสนีหาได้พบตัวพูดจาไม่

หลวงศรเสนีว่ากล่าวห้ามปราม พระยากลันตัน ตนกูปะษาก็หยุดรบกันแล้ว หลวงศรเสนีพาตัวตนกูปะษาขึ้นมาหาพระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพณเมืองสงขลา พระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพว่ากล่าวสั่งสอนตนกูปะษาก็มีความอ่อนน้อมให้ทานบนว่าไม่วิวาทกับพระยากลันตัน

พระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพจึงให้หลวงศรเสนีถือใบบอกพาตนกูปะษา กับสมัคพรรคพวก มาด้วยเรือแกล้วกลางสมุทเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทกรุงเทพ ฯ ตนกูปะษารับสารพาพผิดไม่คิดวิวาทกับพระยากลันตันต่อไป ขอกลับออกไปทำราชการอยู่ด้วยพระยากลันตันตามเดิม

เจ้าพนักงานนำคำให้การทานบนตนกูปะษา ขึ้นกราบบังคมทูลพระ กรุณา แลนำตนกูปะษาเข้าเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท มีพระราชปฏิ สันถารแก่ตนกูปะษาหลายประการ แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้มีท้องตราถึงพระยาศรีพิพัฒน์ฉบับหนึ่ง พระยากลันตัน พระยาจางวาง รายามุดาฉบับหนึ่ง ให้หลวงศรเสนีพาตนกูปะษากลับออกไปหาพระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพณเมืองสงขลา พระยาศรีพิพัฒน์แม่ทัพได้มีหนังสือถึงพระยากลันตันฉบับหนึ่ง ให้ตนกูปะษาเชิญท้องตราไปณเมือง กลันตัน ตนกูปะษากับพวกไปถึงเมืองกลันตันณวันอาทิตย์เดือน ๑ แรม ๘ ค่ำปีกุนเอกศก ตนกูปะษาให้คนไปบอกพระยากลันตัน พระยาจางวาง รายามุดา ๆ ให้ศรีตวันกรมการนายไพร่มารับแห่ท้องตราแลหนังสือพระยาศรีพิพัฒน์ไปบ้านพระยากลันตันตามธรรมเนียม ตนกูปะษาไปหาพูดจากับพระยากลันตัน พระยาจางวาง รายามุดาเรียบร้อยเปนปรกติ พระยากลันตันแบ่งแขวงขึ้นเมืองกลันตันให้แก่ตนกูปะษา ๕ ตำบล ที่ไร่นาผู้คนซึ่งเกี่ยวข้องอยู่แต่ก่อนพระยากลันตันได้คืนให้เสร็จแล้ว ไพร่บ้านพลเมืองก็เรียบร้อยดี

ณวัน ๒ เดือน ๑๑ ขึ้น ๒ ค่ำปีชวดโทศก พระยากลันตันมีใบบอกมายังเมืองนครศรีธรรมราชฉบับหนึ่ง หลวงศรีปะตุกาอาหลีซึ่งไปฟังราชการอยู่ณเมืองกลันตันบอกมาฉบับหนึ่ง เจ้าพระยานครศรีธรรมราชบอกนำส่งเข้ามาณกรุงเทพ ฯ มีความว่า เดิมพระยากลันตันให้ทำบาญชีเก็บส่วยจะทำต้นไม้ทองเงิน ใช้คนไปบอกพระยาจางวาง รายามุดา ตนกูศรีอินดารา ให้มารับตราบาญชีก็ไม่มา ภายหลังว่าให้แบ่งแขวงให้เสร็จก่อน พระยากลันตันจึงแบ่งแขวงให้พระยาจางวางเท่ากับพระยากลันตัน รายามุดาส่วนหนึ่ง ตนกูศรีอินดาราส่วนหนึ่งบรรดาส่วยในเมืองก็แบ่งให้เหมือนกัน ภายหลังคนร้ายก็เข้าอยู่ด้วยพระยาจางวาง รายามุดา ตนกูศรีอินดารามาก ทำข่มเหงฟันแทงราษฎร ๆ มาฟ้องหลายราย พระยากลันตันว่ากล่าวก็ไม่ได้ พระยาจางวางใช้ให้รายามุดามาขอตราชื่อบารหุมต่อพระยากลันตัน ๆ ว่าให้มาขอต่อเจ้าพระยานครศรีธรรมราช พระยาจางวางว่าถ้าไม่ให้ตราจะทำให้วุ่นไม่ให้สบาย พระยาจางวางทำตราหนึงสือออกชื่อสุลต่าน กลันตัน พระยากลันตันกับพระยาจางวางไม่ไว้ใจกัน พระยา กลันตัน พระยาจางวางขุดคุทำสนามเพลาะสูง ๓ ศอก ๔ ศอกรอบบ้าน ทั้งสองบ้าน แลบ่าวพระยาจางวาง รายามุดา ตนกูศรีอินดารา ทำข่มเหงฟันแทงบ่าวพระยากลันตันเนือง ๆ พระยากลันตันเหลือที่จะอดทนแล้ว ขอให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชหาตัวพระยาจางวางมาไว้ที่เมืองนครศรีธรรมราช ราชการที่เมืองกลันตันจะได้เรียบร้อย

เจ้าพนักงานนำข้อความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา ความทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทแล้วโปรดเกล้า ฯ ดำรัสว่า พระยากลันตันพระยาจางวาง รายามุดา ตนกูศรีอินดาราเปนพี่น้องกัน แต่ก่อนว่ารักใคร่กันจะช่วยกันรักษาบ้านเมืองให้เรียบร้อย จึงได้ตั้งแต่งมียศบรรดาศักดิ์ออกไป ครั้นเหตุการเปนขึ้นเล็กน้อยจะรีบเอาตัวมายึดไว้ก็ยังไม่ควร จะเปนไปว่าเห็นแก่พระยากลันตันฝ่ายเดียว ต่อไปภายน่าจะสมานกันยาก จึงโปรดเกล้าฯ มีท้องตราออกไปถึงเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ว่าให้เจ้าพระยานครศรีธรรมราชมีหนังสือขู่ว่ากล่าวให้แขงแรง ให้กรมการถือไปถึงพระยากลันตัน พระยาจางวาง สักครั้งหนึ่งก่อน การเห็นจะพอสงบไปได้ เจ้าพระยานครศรีธรรม ราชจึงมีหนังสือให้หลวงประเทศสงครามถือไปถึงพระยากลันตันพระยาจางวาง รายามุดา ตนกูศรีอินดารา ทราบความแล้ว พระยาจางวางว่าการสิ่งใดจะปฤกษาให้แก่พระยากลันตัน ถ้าผู้ใดทำผิดก็ให้ทำตามโทษ แลครั้งนั้นพระยาจางวางทำบุญเข้าแขก บุตรพระยาจางวางก็ไปหาพูดจาเปนปรกติ แต่กิริยาพระยาจางวางกับพระยา กลันตันไม่วางใจกันสนิท

ณวันอาทิตย์เดือนเก้าขึ้นสิบสองค่ำปีฉลูตรีศก ตนกูปะษาเข้ามากรุงเทพ ฯ กล่าวโทษพระยาจางวาง รายามุดา ตนกูศรีอินดารา กูสะริมะ ว่าเก็บเอาที่นาสวนป่าไม้เรือนของตนกูปะษาพวกตนกูปะษาอิก ๑๙ เจ้าของ ตนกูปะษาได้บอกพระยากลันตันๆบังคับให้ คืนให้ตนกูปะษาแลพรรคพวก พระยาจางวาง รายามุดา ตนกูศรีอินดารา กูสะริมะ หาคืนให้ไม่ ฝ่ายพระยากลันตันก็บอกกล่าวโทษตนกูปะษาว่า ตนกูปะษาคิดไม่ตรงกับพระยากลันตัน ตนกูปะษาใช้คนไปคิดกับพระยาบาโหงย ตนกูหลงฮามัด ตนกูดาเระ ณเมืองตรังกานู ตนกูดาเระให้คนไปคิดกับรายา ๆ ฝ่ายเมืองลิงา ช่วยตนกูปะษาทำร้ายเมืองกลันตัน ครั้นถามตนกูปะษา ๆ ว่าเมื่อตนกูปะษาเข้ามาณกรุงเทพ ฯ ตนกูหลงฮามัดมีหนังสือมาว่า ขอให้ช่วยคิดอ่านให้ตนกูหลงฮามัดได้กลับมาอยู่เมืองกลันตันเท่านั้น ตนกูปะษาจะได้ คิดทำร้ายเหมือนหนังสือบอกพระยากลันตันหามิได้ เจ้าพนักงานนำใบบอกพระยากลันตันแลคำให้การทานบนตนกูปะษา ขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา ความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว

ทรงพระราชดำริห์เห็นว่าพระยากลันตัน ตนกูปะษา ไม่สามัคคีรศ จะสมัคสมานให้ดีกันอิกก็จะดีกันแต่ปาก ใจต่อใจร้าวฉานกันแล้วที่ไหนจะดีกันได้ จะต้องแยกบ้านเมืองจึงจะมีความศุขทั้งสองฝ่าย ครั้งนั้นพระยาตานีถึงแก่กรรม จึงโปรดให้เลื่อนพระยาหนองจิกไปเปนพระยาตานี ให้พูดจาเกลี้ยกล่อมให้ตนกูปะษาพาสมัคพรรคพวกมาอยู่เมืองหนองจิกใกล้เมืองสงขลา จึงจะสิ้นอริวิวาทแก่กันเมืองหนองจิกเปนเมืองน้อยพวกตนกูปะษามาอยู่มาก บ้านเมืองจะได้บริบูรณ์มั่งคั่งขึ้น ตนกูปะษารับยอมมาอยู่เมืองหนองจิก จึงโปรดเกล้า ฯ ให้มีท้องตราถึงเจ้าพระยานครศรีธรรมราช พระยาสงขลาพระยากลันตัน ให้พระยาไชยาท้ายน้ำเปนข้าหลวงพาตนกูปะษาออกไปเมืองกลันตัน แบ่งครอบครัวสมัคพรรคพวกตนกูปะษาขึ้นมาเมืองหนองจิก พระยาไชยาท้ายน้ำไปจากกรุงเทพ ฯ ณวันอาทิตย์เดือนสิบเด็ดแรมสสามค่ำปีฉลูตรีศก ถึงเมืองกลันตันณวันเสาร์เดือนยี่ขึ้นสิบเอ็ดค่ำปีฉลูตรีศก

ณวันพุฒเดือนห้าแรมสี่ค่ำปีขานจัตวาศก พระยาไชยาท้ายน้ำปีใบบอกให้หลวงพิพิธภักดีถือเข้ามาว่า พระยาไชยาท้ายน้ำได้เตือนตนกูปะษาที่จะให้พาสมัคพรรคพวกมาเมืองหนองจิก ตนกูปะษาว่าคนที่จะมานั้นยังติดไร่นาอยู่ ต่อเดือน ๖ เก็บเข้าในนาแล้วจึงจะได้มา ตนกูปะษาของหนังสือพระยาไชยาท้ายน้ำไปเกลี้ยกล่อมพระยาบาโหงย ตนกูหลงฮามัดณเมืองตรังกานูได้มาถึงเมืองกลันตันณวัน พุฒเดือนห้าขึ้นห้าค่ำปีขานจัตวาศก เปนจำนวนคนตัวนาย ๑๔ ไพร่ ๒๐๐ แขกเมืองตรังกานูมาด้วย ๒๐ รวม ๒๓๔ คน พักอยู่น่าบ้านตนกูปะษาพระยาไชยาท้ายน้ำได้ ให้พระยาบาโหงย ตนกูหลงฮามัด ถือน้ำพระพิพัฒสัตยาทูลเกล้า ฯ ถวาย แล้วพูดว่ากล่าวจะให้พระยาบาโหงย ตนกูหลงฮามัดมาอยู่เมืองหนองจิกก็อิดเอื้อนอยู่ดูจะไม่สมัคมา ฝ่ายตนกูปะษาก็บิดพลิ้วเชือนแชไป ตนกูปะษาเขียนหนังสือสัญญามาให้ พระยาไชยาท้ายน้ำมีความว่า ถ้าตนกูปะษาได้เปนเจ้าเมืองกลันตันจะให้เงินพระยาไชยาท้ายน้ำ ๑๐๐๐๐ เหรียญ ขุนสำเร็จภาษาล่าม ๕๐๐ เหรียญ เจ้าพนักงานนำหนังสือบอกพระยาไชยาท้ายน้ำ กราบบังคมทูลพระกรุณาความทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้มีท้องตราถึงเจ้าพระยานครศรีธรรมราชฉบับหนึ่ง ถึงพระยาสงขลาฉบับหนึ่งว่า เมื่อตนกูปะษาเข้ามาณกรุงเทพ ฯ นั้นพระยากลันตันก็บอกกล่าวโทษเข้ามา ครั้นถามตนกูปะษา ๆ ก็ไม่รับ แล้วตนกูปะษาว่าพระยากลันตันบอกกล่าวโทษเข้ามา เปนความมหันตโทษไม่จริง จะทำราชการอยู่ในบังคับพระยากลันตันต่อไปไม่ได้ ขอพาสมัคพรรคพวกมาอยู่เมืองหนองจิก จึงโปรดเกล้า ฯ ให้พระยาไชยาท้ายน้ำ เปนข้าหลวงออกมาแบ่งครอบครัวเมืองกลันตันมาอยู่เมืองหนองจิก ครั้นมาถึงเมืองกลันตันขอหนังสือพระยาไชยาท้ายน้ำไปเกลี้ยกล่อมพระยาบาโหงย ตนกูหลงฮามัดมาแล้ว ตนกูปะษาคิดกลับกลายจะไม่ไปเมืองหนองจิก ประการหนึ่งพระยาจางวางก็เกิดอริวิวาทกับพระยากลันตัน ตนกูปะษากับพระยาจางวางจะคิดการอย่างไรก็เดินถึงกัน แต่ข้าหลวงมีอยู่ที่เมืองกลันตัน พระยาจางวางจึงจะทำเปนคนดีอยู่กับพระยากลันตัน ถ้าไม่แยกตนกูปะษากับสมัคพรรคพวกมาเสียให้ได้ ก็จะก่อเหตุใหญ่รบกับพระยากลันตันอิก การก็ยืดยาวไป ให้เกณฑ์ไพร่เมืองนคร เมืองสงขลา เมืองละสองพัน ให้พระยาเสนหามนตรี พระสุนทรรักษ์คุมลงไปสมทบกับพระยาไชยาท้ายน้ำณเมืองกลันตัน พระยากลันตัน พระยาจางวาง ตนกูปะษา เห็นไพร่พลกองทัพยกมามาก พระยากลันตัน พระยาจางวาง ตนกูปะษา จะได้เกรงอำนาจการจึงจะสำเร็จได้แต่เมื่อจะยกไปนั้นให้กิติศัพท์ฦาว่า สิ้นเทศกาลนาแล้วถึงกำหนดตนกูปะษาจะพาครอบครัวสมัคพรรคพวกขึ้นมาเมืองหนองจิก เจ้าพระยานคร พระยาสงขลา ให้พระยาเสนหามนตรี พระสุนทรนุรักษ์ลงมาช่วยพระยาไชยาท้ายน้ำรับครอบครัวตนกูปะษาจ่ายเสบียงอาหารมิให้ขัดสน

หลวงพิพิธภักดีรับท้องตรากราบถวายบังคมลาไปจากกรุงเทพ ฯ ณวันจันทรเดือนหกแรมแปดค่ำปีขานจัตวาศก วางท้องตราเมืองนคร ศรีธรรมราช เมืองสงขลา แล้วไปเมืองกลันตัน พระสุนทรนุรักษ์คุมไพร่เมืองสงขลาไปถึงเมืองกลันตัน ณวันพุฒเดือนแปดอุตราสาธขึ้นสี่ค่ำปีขานจัตวาศก พระยาเสนหามนตรีคุมไพร่เมืองนครศรีธรรมราชไปถึงเมืองกลันตัน ณวันเสาร์เดือนแปดอุตราสาธแรมแปดค่ำปีขานจัตวาศก ได้ปฤกษาราชการเมืองกลันตันพร้อมด้วยพระยาไชยาท้ายน้ำ ว่ากล่าวตนกูปะษาก็อ่อนน้อมยอมมาเมืองหนองจิก ณวันจันทร์เดือนสิบขึ้นแปดค่ำปีขานจัตวาศก ตนกูปะษาได้พาครอบครัวออกเดินมาจากเมืองกลันตันเปน๑๓๘๘ครัวชายหญิงใหญ่น้อย ๖๘๖๓ คน การซึ่งรับส่งตนกูปะษาครั้งนี้ พระยาตรังกานูจัดเรือช่วยรับส่งตนกูปะษา ๓๐ ลำ ช้างเมืองสงขลา ๕๐ ช้าง ตนกูปะษา ๕ รวม ๕๕ ช้าง แม่กองละไมเมืองสายคุมไพร่ ๑๐๐ คนนำไปน่าพระยาระแงะคุมไพร่ ๑๐๐ คนไปข้างหลัง พระยาไชยาท้ายน้ำไปส่งถึงบ้านตุมปัต ให้ขุนหมื่นไปส่งจนพ้นเขตรแดนเมืองกลันตัน พระยาบาโหงย ตนกูหลงฮามัด กลับไปรับครอบครัวณเมืองตรังกานูตามตนกูปะษามาอยู่ที่เมืองหนองจิกด้วยกัน พระยาบาโหงย ๑ ตนกูหลงฮามัด ๑ ถึงแก่กรรมณเมืองหนองจิก เมื่อตนกูปะษามาจากเมืองกลันตันแล้ว ดูกิริยาพระยาจางวาง รายมุดา ตนกูศรีอินดารา ก็อ่อนน้อมต่อพระยากลันตัน พระยาเสนหามนตรี จึงหาตัว พระยาจางวาง รายามุดา ตนกูศรีอินดารา มาณค่ายแล้วยึดตัวไว้ว่าจะพาเข้ามาณกรุงเทพ ฯ พระยาจางวาง รายามุดา ตนกูศรีอินดารา ก็ยอมจะเข้ามาโดยปรกติ พระยากลันตันจึงได้มาอ้อนวอนขอ รายามุดา ตนกูศรีอินดารา ต่อพระยาเสนหามนตรีไว้ช่วยทำราชการที่เมืองกลันตัน พระยาเสนหามนตรีเห็นว่า รายามุดา ตนกูศรีอินดารา เปนผู้น้อยก็ให้พระยากลันตันไว้ พระยาเสนหามนตรีพา พระยาจางวาง ๑ ตนกูสุหลง ๑ ตนกูกะจิ ๑ ตนกูสะนิ ๑ แขก ๕ ไพร่ ๓๓ รวม ๔๒ คน กับหวันหะนุ เจะหวัง แขกในพระยากลันตันให้คุมทองคำทรายหนัก ๒ ชั่งแขก ของถวายเข้ามาด้วยพระยาเสนหามนตรี ถึงเมืองนครศรีธรรมราชณวันอังคารเดือนสิบเอ็ดแรมสิบสามค่ำปีขานจัตวาศก เจ้าพระยานครศรีธรรมราชจึงมีใบบอกให้พระยาเสนหามนตรีพาพระยาจางวาง นายไพร่ ๔๒ คน กับหวันหะนุ เจะหวัง เข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้พระยาจางวางกับสมัครพรรคพวกออกไปอยู่ณเมืองนครศรีธรรมราช

ตนกูปะษาอยู่ณเมืองหนองจิกได้ ๓ ปี ณปีมะเสงสัปตศก จุลศักราช ๑๒๐๗ ปี พระยาตานีป่วยถึงแก่กรรม จึงโปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งตนกูปะษาเปนที่พระยาตานี ตนกูเปนพระพิพิธภักดีผู้ช่วยราชการพระยาตานีจึงพาสมัคพรรคพวกไปอยู่เมืองตานีบ้าง ยังตกค้างอยู่เมืองหนองจิกบ้าง พระยาตานีกับพระยากลันตัน กลับมีความนับถือรักใคร่กันเหมือนแต่ก่อน พระยาตานีได้ขอตนกูจีบุตรหญิงของพระยา กลันตัน ให้เปนภรรยาตนกูปูแตะบุตรพระยาตานีคนหนึ่ง ครั้นแต่งงานแล้วตนกูปูแตะรับมาอยู่ณเมืองตานี

ณปีฉลูเบญจศกจุลศักราช ๑๒๑๕ แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระ จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยายะหริ่งป่วยถึงแก่กรรม โปรดเกล้า ฯ ตั้งให้พระยาจางวางไปเปนที่พระยายะหริ่ง ตั้งตนกูสุหลงบุตรผู้ใหญ่เปนที่หลวงสุนทรรายาผู้ช่วยราชการเมืองยะหริ่ง พระยายะหริ่งจึงพาบุตรกับแขกนายไพร่ไปอยู่เมืองยะหริ่ง ครั้นพระยายะหริ่งป่วยถึงแก่กรรมแล้ว หลวงสุนทรรายาบุตรหลานพาสมัคพรรคพวกกลับไปอยู่ด้วยพระยากลันตันณเมืองกลันตัน

ณปีมะโรงอัฐศกจุลศักราช ๑๒๑๘ พระยาตานีตนกูปะษาป่วยถึงแก่กรรม พระยาตานีมีบุตรชายชื่อ ตนกูปูเตะ ๑ ตนกูมะเดาะ ๑ ตนกูนีดอระฮัน ๑ ตนกูสบาสุ ๑ รวม ๔ คนอยู่ณเมืองตานี โปรดเกล้า ฯ ตั้งให้ตนกูปูเตะบุตรผู้ใหญ่เปนที่พระยาตานี ทำราชการแทนบิดาสืบต่อไป พระยาตานีแลภรรยาได้ไปมาเยี่ยมเยียนพระยากลันตันมิได้ขาด พระยากลันตันได้รับบุตรพระยาตานี ชื่อตนกูปะษาซึ่งเปนหลานนั้นไปอยู่เมืองกลันตัน พระยาตานีได้บุตรหญิงพระพิพิธภักดี เปนภรรยาคนหนึ่ง

ณปีมะแมเอกศกจุลศักราช ๑๒๒๑ ปี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ด้วยกระบวนเรือพระที่นั่งกลไฟ ทอดพระเนตรหัวเมืองปักษ์ใต้ชายทะเลไปถึงเมืองตานีเมื่อเสด็จประทับณพลับพลาแหลมสนเมืองสงขลา พระยากลันตันพา ตนกูปะษาผู้บุตรเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทถวายตัว จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามสัญญาบัตร ตั้งตนกูปะษาเปนที่พระรัษฎาธิบดีบุตรบุรุษย์พิเสศ ผู้ช่วยราชการเมืองกลันตัน

ณปีมะเสงเอกศกจุลศักราช ๑๒๓๑ ในรัชกาลที่ ๕ ฯ พณ ฯ เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน จัดเรือกลไฟชื่อประพาศอุดรสยามให้หลวงโกชาอิศหาก เปนข้าหลวงออกไปรับพระรัษฎาธิบดีบุตรบุรุษย์พิเสศเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท เรือประพาศอุดรสยามไปจากกรุงเทพ ฯ ณวันพฤหัศบดีเดือนเจ็ดขึ้นสองค่ำปีมะเสงเอกศก กลับมาถึงกรุงเทพ ฯ วันอาทิตย์เดือนเจ็ดแรมสิบสองค่ำปีมะเสงเอกศก เปนจำนวนคนเมืองกลันตัน พระรัษฎาธิบดีบุตรบุรุษย์พิเสศ ๑ ตนกูพี่น้อง ๔ ศรีตวันกรมการ ๓๒ กับตันจีน ๒ ไพร่จีน ๗ ไพร่แขก ๒๐ รวม ๗๐ คนเข้ามาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท

ณวันจันทร์เดือนแปดขึ้นหกค่ำปีมะเสงเอกศก โปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามสัญญาบัตรให้พระรัษฎาธิบดีบุตรบุรุษย์พิเสศ เปนพระยารัษฎาธิบดีบุตรบุรุษย์พิเสศ ประเทศราชนฤบดินทร์สุรินทรวิวังษา ผู้ว่าราชการแทนพระยากลันตัน พระราชทานดาบฝักทองเล่ม ๑ โปรดเกล้า ฯ ให้เรือประพาศอุดรสยาม ไปส่งพระรัษฎาธิบดีบุตรบุรุษย์พิเสศออกจากกรุงเทพ ฯ ณวันพุฒเดือนแปดบุรพาสาธขึ้นแปดค่ำปีมะเสงเอกศก กลับมาถึงกรุงเทพ ฯ ณวันเสาร์เดือนแปดอุตราสาธขึ้นสองค่ำปีมะเสงเอกศก

ณปีชวดอัฐศกจุลศักราช ๑๒๓๘ กำหนดแขกเมืองประเทศราชส่งต้นไม้ทองเงินเครื่องราชบรรณาการเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวาย พระยา กลันตันแต่งให้หวันบาหยา นายไพร่คุมต้นไม้ทองเงินเครื่องราชบรรณา การเข้ามา แลมีใบบอกมาว่าพระยากลันตันแก่ชราขอมอบราชการบ้านเมืองให้พระยารัษฎาธิบดีบุตรบุรุษย์พิเสศ ทำต้นไม้ทองเงินจัดเครื่องราชบรรณาการแทนพระยากลันตันต่อไป

ครั้นแขกเมืองกราบถวายบังคมลา โปรดเกล้า ฯ มีท้องตราพระคชสีห์ตอบถึงพระยากลันตันว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระราชดำริห์เห็นว่าพระยากลันตันแก่ชราแล้ว จะทรงพระมหากรุณาชุบเลี้ยงพระยารัษฎาธิบดีบุตรบุรุษย์พิเสศขึ้นเปนเจ้าเมือง จะโปรดเกล้า ฯ เพิ่มยศพระยากลันตันขึ้นเปนจางวางเมืองกลันตัน ให้พระยากลันตันปฤกษาญาติพี่น้องศรีตวันกรมการ ถ้าเห็นดีพร้อมกันก็ให้มีหนังสือบอกเข้ามาให้ทรงทราบ

พระยากลันตัน รายามุดา พระยารัษฎาธิบดีบุตรบุรุษย์พิเสศจึงมีหนังสือบอกให้หวันมุดานายไพร่ ถือมาทางเมืองนครศรีธรรม ราช ๆ ส่งเข้ามาถึงกรุงเทพ ฯ มีความว่าพระยากลันตัน รายามุดา พระยารัษฎาธิบดีบุตรบุรุษย์พิเสศ ปฤกษาญาติพี่น้องเห็นชอบพร้อมกันแล้ว แต่พระยากลันตันสั่งหวันมุดามานอกหนังสือบอกให้กราบเรียน ฯ พณ ฯ ที่สมุหพระกลาโหมว่า ซึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้เพิ่มยศบรรดาศักดิ์ขึ้นนั้นพระเดชพระคุณเปนล้นเกล้าฯ แต่อักษรว่าจางวางนั้นขอเปลี่ยนให้เปนอย่างอื่น

ฯ พณ ฯ ที่สมุหพระกลาโหมได้ทราบแล้ว นำขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณา ความทราบฝ่าลอองธุลีพระบาท จึงโปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพนักงานกรมพรอาลักษณ์ แต่งนามลงในสัญญาบัตร ว่าพระยาเดชานุชิตมหิศรายานุกูลวิบูลย์ภักดี ศรีสุลต่านมะหมัดรัตนธาดามหาปธานาธิการ ผู้กำกับดูแลผิดแลชอบในราชการเมืองกลันตันเสร็จแล้ว จึงโปรดเกล้า ฯ ให้พระอมรวิไสยสรเดชเจ้ากรมทหารปืนใหญ่ กับพระยาราชวังสรรค์จางวางกรมอาษาจาม พระเสนหามนตรีผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราช เปนข้าหลวงไปด้วยเรือรบชื่อพิทยัม รณยุทธ เชิญสัญญาบัตรแลท้องตราตั้งพระยากลันตันเปนที่พระยาเดชานุชิต พระยารัษฎาธิบดีบุตรบุรุษย์พิเสศเปนที่พระยากลันตัน ณเมืองกลันตัน เรือรบใช้จักรออกจากกรุงเทพ ฯ ณวันอาทิตย์เดือน ๔ แรม ๕ ค่ำปีชวดอัฐศก พระราชทานตั้งเสร็จแล้วกลับมาถึงกรุงเทพ ฯ ณวันพฤหัศบดีเดือน ๖ ขึ้น ๗ ค่ำปีฉลูนพศก