พงษาวดารเมืองตรังกานู

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พงษาวดารเมืองตรังกานู
(ตามฉบับที่มีอยู่ในศาลาลูกขุน)

ได้ทราบว่าเดิมเมืองยะโฮเมืองตานีเมื่อยังเปนปรกติอยู่นั้นเจ้าเมือง ยะโฮมีน้องสาว ๒ คน ชื่อตนกูบุหลัน ๑ ตนกูบุหวัน ๑ เมืองตรังกานู ยังเปนบ้านเล็กเมืองน้อย มีบ้านเรือนเรี่ยรายตำบลละ ๒-๓ เรือนหาเปนภูมิ์บ้านเรือนไม่ เจ้าเมืองยะโฮจึงตั้งให้มะหมัดเปนเจ้าเมืองตรังกานูเกลี้ยกล่อมจีนแขกต่างเมืองมาตั้งบ้านเรือนทำมาหากินอยู่เมืองตรังกานูช้านาน

แลตุวันซาเอ็ดอาลีประสาผู้พี่ ตุวันมาโซผู้น้องร่วมมารดาเดียวกันแต่ต่างบิดาเปนเชื้อผู้ดีบุตรหลานเจ้าเมืองตานีไปอยู่ที่เมืองยะโฮช้านาน ตุวันมาโซรับอาษาเจ้าเมืองยะโฮไปตีเมืองลิงาได้ ตุวันมาโซจึงเอาปืนบาเรี่ยมทอง ๔ บอก สำหรับเมืองลิงาให้เจ้าเมืองยะโฮ ๆ มีความรักใคร่ตุวันซาเอ็ดอาลีประสาตุวันมาโซเปนอันมาก เจ้าเมืองยะโฮจึงยกตนกูบุหลันให้เปนภรรยาตนกูซาเอ็ดอาลีประสา ตนกูบุหวันให้เปนภรรยาตุวันมาโซอยู่ณเมืองยะโฮ

ครั้นอยู่มามะหมัดเจ้าเมืองตรังกานูถึงแก่กรรม วงษ์ตระกูลมะหมัดนั้นก็สาบสูญไป หาได้ปรากฏออกชื่อเสียงต่อมาไม่

ครั้งนั้นเจ้าเมืองยะโฮเห็นว่าตุวันมาโซเปนคนมีสติปัญญาดีกว่าตุวันซาเอ็ดอาบีประสาผู้พี่ เจ้าเมืองยะโฮให้ปืนแก่ตุวันมาโซ ๖ บอกแล้วตั้งให้ตุวันมาโซมาเปนเจ้าเมืองตรังกานู ตุวันซาเอ็ดอาลีประสาก็พาบุตรภรรยาไปอยู่กับพระยาตรังกานูมาโซด้วย พระยาตรังกานูมาโซตุวันซาเอ็ดอาลีประสาพากันยกกองทัพไปตีเมืองกลันตันได้ จึงยกเมืองกลันตันไปขึ้นแก่เมืองตรังกานู ครั้งนั้นลูกค้าชาวเมืองตรังกานูเมือง กลันตันได้เข้ามาค้าขายณกรุงเทพ ฯ สินค้าขาเข้ามีพิมเสน, หมาก, หวายตะค้า, สินค้าขาออกมีเกลือเปนต้น

เมื่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ กรมพระราชวังบวรสถานมงคลเสด็จพระราชดำเนินยกกองทัพออกไปประทับอยู่ที่เมืองสงขลา โปรดเกล้า ฯ ให้ยกกองทัพไปตีเมืองตานี

พระยาตรังกานูตกใจกลัวพระเดชานุภาพพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ พระยาตรังกานูมาโซ ตุวันซาเอ็ดอาลีประสาจึงจัดทำต้นไม้เงินทองเครื่องราชบรรณาการ กับของกำนันท่านเสนาบดีผู้ใหญ่ผู้น้อย ให้ศรีตวันกรมการคุมเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวาย ขอเปนเมืองประเทศราชข้าขอบขัณฑเสมากรุงเทพ ฯ พระยาตรังกานูมาโซมีบุตรชายชื่อ ตนกูแยนา ๑ ตนกูมะหมัด ๑ ตนกูบาระเฮม ๑ ตนกูอิตำ ๑ ตนกูกาเด ๑ ตนกูดุรมาน ๑ รวม ๖ หญิงชื่อตนกูละเมาะปลู ๑ รวม ๗ คน

ครั้นพระยาตรังกานูมาโซถึงแก่กรรมแล้ว บุตรหลานศรีตวันกรมการปฤกษาพร้อมกัน ให้เรียกชื่อศพพระยาตรังการนูมาโซว่าบาระหุมยางตะ เพราะไว้หนวด

แล้วบุตรหลานศรีตวันกรมการ มีใบบอกมายังเมืองสงขลาว่าพระยาตรังการนูถึงแก่กรรมแล้ว จะขอรับพระราชานตนกูแยนาบุตรที่ ๑ บาระหุมยางตะ เปนที่พระยาตรังการนูทำราชการฉลองพระเดชพระคุณต่อไป พระยาสงขลาบอกส่งต้นหนังสือเข้ามายังกรุงเทพ ฯ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ตั้งตนกูแยนาให้เปนที่พระยาตรังกานูสืบไป พระยาตรังกานูแยนามีบุตรชื่อ ตนกูอามัด ๑ ตนกูอับดุลมาน ๑ ตนกูสมะแอ ๑ ตนกูมังโซ ๑ สี่คน บุตรหญิงชื่อ ตนกูนิ ๑ ตนกูปะสา ๑ ตนกูมะติ เมาะจิ ๑ รวม ๓ คน การบ้านเมืองครั้งตนกูแยนาเปนเจ้าเมืองอยู่นั้นมั่งคั่งบริบูรณ์ ด้วยเมืองสิงคโปร์ยังเปนเมืองเล็กน้อย เรือลูกค้ามาค้าขายที่เมืองตรังกานูมาก พระยาตรังกานูแยนาว่าราชการเมืองอยู่ได้ ๑๖ ปีถึงแก่กรรม ตนกูมะหมัด ๑ ตนกูบาระเฮม ๑ ตนกูอิตำ ๑ ตนกูกาเด ๑ ตนกูดุรมาน ๑ รวม ๕ คนผู้น้องพระยาตรังกานู ตนกูอามัด ๑ ตนกูอับดุลมาน ๑ ตนกูสะมะแอ ๑ ตนกูมันโซ ๑ สี่คนผู้บุตรพระยาตรังกานู กับศรีตวันกรมการปฤกษาพร้อมกัน ให้เรียกชื่อศพพระยาตรังการนูแยนาว่า บาระหุมตาแดง

แล้วปฤกษากันว่า ควรจะยกตนกูอามัดบุตรที่ ๑ บาระหุมตาแดงให้ว่าราชการเมืองต่อไป จึงมีใบบอกมายังเมืองสงขลาตามธรรมเนียมเหมือนพระยาตรังกานูคนก่อน พระยาสงขลาบอกส่งต้นหนังสือเข้ามา ณกรุงเทพ ฯ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาไลยทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาททุกประการแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ตั้งตนกูอามัดเปนพระยาตรังกานู ตั้งตนกูดุระมานผู้น้องพระยาตรังการนูอามัดเปนที่รายามุดา ได้มอบเครื่องยศให้ศรีตวันกรมการคุมออกไปพระราชทานพรยาตรังกานู แลรายามุดาณเมืองตรังกานูโดยสมควร

พระยาตรังการนูรักษาบ้านเมืองเปนปรกติ ไม่ได้มีทัพศึกสลัดศัตรูสิ่งใด บ้านเมืองใกล้เคียงก็ไปมาค้าขายโดยสดวก เมืองสะระวะนั้นเปนเมืองเกาะเดิมเจ้าเมืองเปนมะลายู สินค้ามีพิมเสน สาคู ลูกค้า บรรทุกมาค้าขายณเมืองตรังกานูมิได้ขาด

ครั้นเซอเยมบรุกไปตีเมืองได้แล้ว เซอเยมบรุกก็ว่าราชการเมืองก็ขึ้นกับอังกฤษมาจนทุกวันนี้ ระยะทางที่จะไปมาที่เมืองตรังกานูประมาณ ๑๔-๑๕ วัน เมืองกุนเตียน เมืองสมปัก เมืองเกาะ ชาวเมืองเปนมลายู เมืองนี้ขึ้นแก่ชาติวิลันดาไม่มีสินค้าสิ่งใด ต้องมาซื้อสินค้าที่เมืองตรังกานูระยะทางที่จะไปมาเมืองตรังกานูประมาณ ๒๐ วัน

ครั้งนั้นหลวงโกชาอิศหากหลี เปนข้าหลวงออกไปจัดซื้อปืนบาเรียม หยุดพักณเมืองตรังกานู หลวงโกชาอิศหากก็ไปเมืองกะหลาป๋ากลับมาแวะที่เมืองตรังกานูฟังราชการอิกครั้งหนึ่ง ชาวเมืองตรังกานูซึ่งเข้ามาในกรุงเทพ ฯ มีแต่ศรีสวันกรมการที่คุมต้นไม้เงินทองกับพวกลูกค้าแต่ตนกูบุตรหลานเจ้าเมืองนั้นไม่มีผู้ใดได้เข้ามาณกรุงเทพ ฯ

พระยาตรังกานูอามัดมีบุตรชายชื่อ ตนกูเดาโหด ๑ ตนกูอุมา ๑ ตนกูมะมุด ๑ สามคน บุตรหญิงชื่อ ตนกูลีปอ ๑ รวม ๔ คน ตนกูลีปอเปนภรรยาเจ้าเมืองสิงคา มีบุตรคือ สุลต่านมะหะมุด ๑ ตนกูสะเปีย ๑ พระยาตรังกานูอามัดว่าราชการเมืองอยู่ ๑๘ ปีก็ถึงแก่กรรม รายามุดาอับดุลมาน ๑ ตนกูสะมะแอ ๑ ตนกูมังโซ ๑ สามคนผู้น้องพระยาตรังกานูอามัดกับบุตรหลานศรีตววันกรมการ ปฤกษาพร้อมกันว่าให้เรียกชื่อศพพระยาตรังกานูอามัดว่า บาระหุมริฝิ่น

แล้วบุตรหลานศรีตวันกรมการ พร้อมกันเห็นควรยกรายามุดา อับดุลมานขึ้นว่าราชการบ้านเมืองต่อไป จึงมีใบบอกเข้ามายังเมืองสงขลา ๆ บอกเข้ามาณกรุงเทพ ฯ ขอรับพระราชทานรายามุดา อับดุลมานบุตรพระยาตรังกานูบาระหุมตาแดง เปนที่พระยาตรังกานู ทำราชการฉลองพระเดชพระคุณต่อไป ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ตั้งรายามุดาอับดุลมานเปนที่พระยาตรังกานู พระราชทานเครื่องยศบาระหุมริฝิ่น ให้แก่พระยาตรังกานูอับดุลมานต่อไป การบ้านเมืองก็เปนปรกติเหมือนแต่ก่อน พระยาตรังกานูอับดุลมาน มีบุตรชายชื่อตนกูอับดะละ ๑ พระยาตรังการนูอับดุลมานว่าราชการเมือง ได้ ๕ ปีก็ถึงแก่กรรม ตนกูสะมะแอ ตนกูมังโซ ผู้น้องกับบุตรหลานพระยาตรังกานูอับดุลมาน แลศรีสวันกรมการพร้อมกันเรียกชื่อศพพระยาตรังกานูอับดุลมานว่า บาระหุมอับดุลมาน แลศรีตวันกรมการ ปฤกษาพร้อมกัน ให้ตนกูเดาโหดบุตรพระยาตรังการนูบาระหุมริฝิ่นว่าราชการเมืองต่อไป ตนกูเดาโหดได้ว่าราชการเมืองอยู่เดือน ๑ ก็ถึงแก่กรรม ตนกูมังโซบุตรพระยาตรังการนูบาระหุมตาแดง กับตนกูอุมาบุตรพระยาตรังการนูบารหุมริฝิ่นชิงที่เปนเจ้าเมืองสู้รบกันอยู่ ๓ วันตนกู อุมาสู้ไม่ได้ พาสมัครพรรคพวกหนีไปอาไศรยอยู่เมืองสิงคา แล้วออกเที่วยเปนสลัดตีเรืออยู่ตามทะเล

ตนกูอุมาไปที่เมืองสงขลาครั้ง ๑ ได้พบปะพูดจากับพระยาสงขลา ( เซ่ง ) ๆ ว่าจะพรตนกูอุมาเข้ามายังกรุงเทพ ฯ ตนกูอุมาก็หาเข้ามาไม่ ตนกูมังโซได้ว่าราชการเมือง แล้วมีใบบอกมายังเมืองสงขลา ๆ ก็บอกนำเข้ามาณกรุงเทพ ฯ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ตั้งตนกูมังโซเปนพระยาตรังกานู แต่เครื่องยศนั้นเมื่อรบกับตนกูอุมาหายไป จึงไม่ได้มอบเครื่องยศกับตนกูมังโซซึ่งเปนพระยาตรังกานู ครั้นเมื่อสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ยกกองทัพไปตีเมืองตานี ครอบครัวเมืองตานีแตกหนีไปอาไศรยอยู่ เมืองตรังกานู พระยาตรังการนูหาพามาส่งกองทัพไม่

สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่จึงให้พระราชวังสรรค์ หลวงโกชาอิศหาก หลีคุมเรือรบ ๘ ลำไปเมืองตรังกานูต่อว่าแก่พระยาตรังกานูว่า พระยาตรังกานูเปนข้าขอบขัณฑเสมากรุงเทพ ฯ พระยาตรังกานูคบครอบครัวหัวเมืองตานีพวกขบถไว้ไม่ส่งกองทัพนั้น พระยาตรังกานูมีความผิดข้อ ๑ แลพระยาตรังกานูแต่งให้ปังลิมาไปช่วยพระยาตานีรบต่อกองทัพกรุงเทพ ฯ ก็มีความผิดอิกข้อ ๑ ให้พระยาตรังกานูส่งตัวปังลิมาดามิด ปังลิมามะมุด ปังลิมาแปะ ปังลิมาอามัด ชาวเมืองตานีกับสมัคพรรคพวกครอบครัวมาให้สิ้น ถ้าพระยาตรังกานูไม่ส่งจะจับพระยาตรังกานูทำโทษเสมอขบถ พระยาตรังกานูรู้สึกตัวกลัวผิดแล้วจึงให้อุรังกายอคุมพวกครัวเมืองตานีกับปืนบาเรียมทองของพระยาตรังการนูคู่ ๑ ตามพระราชวังสรรค์มาส่งสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่ที่เมืองสงขลา สมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่จึงยกโทษให้พระยาตรังกานูครั้ง ๑ พระยาตรังกานูมังโซมีบุตรชาย ๒ คนชื่อตนกูมะหมัด ๑ ตนกูเงาะ ๑ พระยาตรังกานูมังโซว่าราชการเมืองอยู่ได้ ๗ ปีถึงแก่กรรม แล้วบุตรหลานศรีตวันกรมการพร้อมกันได้เรียกชื่อศพพระยาตรังกานูมังโซว่า บาระหุมมังโซ

ตนกูมะหมัดผู้บุตรว่าราชการเมือง ให้ศรีตวันกรมการคุมต้นไม้ เงินทองเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวาย ไม่ทันมรสุม เรือค้างลมว่าวอยู่ที่เมืองชุมพร ต่อเดือน ๓ เดือน ๔ จึงได้เข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวาย จึงโปรดเกล้า ฯ ตั้งตนกูมะหมัดเปนที่พระยาตรังกานู ว่าราชการเมืองอยู่ได้ ๓ ปีเศษ ณปีกุนเอกศกจุลศักราช ๑๒๐๑ ปี ตนกูอุมาบุตรพระยาตรังกานูบาระหุมริฝินพาสมัคพรรคพวกมาเรือ ๒๐ ลำ คนชายหญิงประมาณ ๒๐๐ คน ยกเข้ามาเมืองตรังกานูรบกับพระยาตรังกานู ๆ สู้ไม่ได้ หนีไปอาไศรยอยู่เมืองกลันตัน พระยาตรังกานูมะหมัดถึงแก่กรรมที่เมืองกลันตัน

ศรีตวันกรมการพร้อมใจกันให้ตนกูอุมาว่าราชการเมืองแล้ว ณปีชวดโทศก ตนกูอุมาบอกส่งต้นไม้เงินทองแลเครื่องราชบรรณาการให้อุรังกายอเดวาหวันอิษา เจะมะหมัด นักกุดาซาโมะ คุมเข้ามาณเมือง สงขลา พระยาสงขลานำบอกเข้ามา แต่ตนกูอุมามีใบบอกเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวายอิกฉบับหนึ่งว่า ตนกูอุมาขอเปนที่เจ้าเมืองตรังกานู ตนกูมะมุดผู้น้องเปนที่รายามุดา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวก็โปรดเกล้า ฯ ตั้งให้ตนกูอุมาเปนที่พระยาตรังกานู ให้ตนกูมะมุดเปนที่รายามุดา โปรดเกล้า ฯ ให้จัดเครื่องยศพระยาตรังกานูพานทองเครื่องในพร้อม คนโททองคำ กระโถนทองคำ สัปทน มอบให้อุรังกายอคุมออกไปพระราชทานณเมืองตรังกานู

ณปีมะแมเอกศกจุลศักราช ๑๒๒๑ ปี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินด้วยกระบวนเรือพระที่นั่งกลไฟทอด พระเนตรหัวเมืองปักษ์ใต้ชายทเลไปถึงเมืองตานี เมื่อเสด็จประทับ ณพลับพลาแหลมสนเมืองสงขลา พระยาตรังกานูแต่งให้ตนกูโนะซึ่งเปนญาติพี่น้องมาแทนตัว เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทถวายสิ่งของตามธรรมเนียม โปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพนัางานถามวงษ์ตระกูลตนกูโนะเปนพี่น้องอย่างไรกับพระยาตรังกานู ตนกูโนะแจ้งว่าตนกูโนะเปนบุตรพระยาตรังกานูมาโซด้วย แต่ต่างมารดากันกับพระยาตรังกานูบาระหุมตาแดง ตนกูโนะมีบุตรชายชื่อ ตนกูสหาก ๑ ตนกูจิ ๑ สองคนแลสุลต่านมหะมุดบิดาเปนเจ้าเมืองสิงคา มารดาชื่อตนกูริบอบุตรพระยา ตรังกานูอะมัดซึ่งเรียกบาระหุมริฝินนั้น เมื่อบิดาถึงแก่กรรมสุลต่าน มหะมุดได้เปนเจ้าเมืองสิงคาไม่ประพฤติการทำนุบำรุงบ้านเมืองวิลันดาไม่ชอบจึงไล่ออกจากเมืองสิงคา สุลต่านมหะมุดจึงมาอาไศรยอยู่ที่เมืองสิงคโปร์ ครั้นภายหลังสุลต่านมหะมุดมาอยู่เมืองปาหัง ได้มาเยี่ยมพระยาตรังกานูเนือง ๆ ณปีวอกโทศก แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สุลต่านมหะมุดให้แจะแดงมะหมัดถือหนังสือมาทางสิงคโปร์เข้ามากรุงเทพฯ ว่าจะขอเข้าเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ณปีระกาตรศก สุลต่านมหะมุดให้แจะแดงมะหมัดถือหนังสือเข้ามาอิกฉบับหนึ่งความเหมือนกัน จึงโปรดเกล้า ฯ ให้นายเกิดหลวงโกชา อิศหากออกไปลงเรือที่เมืองสงขลาไปสืบสวนดูจนถึงเมืองปาหัง ครั้นนายเกิดหลวงโกชาอิศหากกับล่ามกรมการเมืองสงขลาไปถึงเมืองตรังกานูพบสุลต่านมหะมุดอยู่ที่เมืองตรังกานู พระยาตรังกานูให้สุลต่าน มหะมุดเข้ามากับหลวงโกชาอิศหาก ด้วยเรือเมืองสงขลาถึงกรุงเทพ ฯ เดือน ๗ ปีระกาตรีศก สุลต่านมหะมุดพักอยู่ที่ตึกริมพระราชวังเดิม

เมื่อสุลต่านมหะมุดเข้าเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทครั้งนั้น เสด็จออกแขกเมืองอย่างใหญ่ณพระที่นั่งอนันตสมาคม สุลต่านมหะมุดพักอยู่ณกรุงเทพ ฯ ปีหนึ่ง ตนกูสะเปียได้ถวายตัวทำราชการอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ณเดือนเจ็ดปีจอจัตวาศก สุลต่านมหะมุดกราบถวายบังคมลาออกไปเมืองตรังกานู โปรดเกล้า ฯ ให้เรือกลไฟชื่อมหาพิไชยเทพออกไปส่งณเมืองตรังการนู ครั้งนั้นบรรดาหราเจ้าเมืองปาหังกับหวันอามัดเกิดวิวาทรบกันอยู่ณเมืองปาหัง การซึ่งวิวาทรบกันที่เมืองปาหังนั้น หวันอามัดแพ้หนีมาอยู่ในแขวงเมืองตรังกานู ครั้นรวบรวมไพร่พลได้แล้วกลับออกไปรบกับบรรดาหราอิก บรรดาหราเมืองปาหังสงไสยว่าพระยาตรังกานูสุลต่านมหะมุดให้กำลัง บรรดาหราจึงมีหนังสือฟ้องไปยังเจ้าเมืองสิงคโปร์ ๆ มีหนังสือถึงกงสุลให้ต่อว่ากับท่านเสนาบดีให้เร่งจัดเรือไปรับสุลต่านกหะมุดกลับมาเสีย ท่านเสนาบดีตอบว่าสุลต่านมหะมุดมิใช่คนในบังคับไทยแลเทศกาลนี้คลื่นใหญ่เรือเข้าปากน้ำเมืองตรังกานูไม่ได้ กงสุลอังกฤษไม่ยอม ว่าเมื่อปาหังเกิดรบกันเพราะไทยให้กำบังแลเรือรบไปส่งสุลต่านมหะมุดณเมืองตรังกานู ลูกค้าเมืองสิงคโปร์ขาดประโยชน์มาก ให้ท่านเสนาบดีไทยไปรับสุลต่านมหะมุดมาให้ได้ จึงโปรดเกล้า ฯ ให้พระอนุรักษ์โยธาเปนข้าหลวง มิศเตอร์เอมเปนกับตันไปด้วยเรือกลไฟชื่อศรีอยุธยาเดช ไปรับสุลต่านมหะมุดเมืองตรังกานู เมื่อเดือน ๑๒ ปีจอจัตวาศก

แลก่อนเรือศรีอยุทธยาเดชยังไม่ถึงเมืองตรังกานูนั้น เจ้าเมืองสิงคโปร์ ให้เรือรบชื่อโกเกชมารับสุลต่านมหะมุดมาส่งณกรุงเทพ ฯ เรือรบมาถึงเมืองตรังกานูวันอังคารเดือน ๑๒ แรม ๕ ค่ำ ปีจอจัตวาศก สุลต่านมหะมุดไม่ยอมมา พระยาตรังกานูจะจัดเรือเมืองตรังกานูเข้ามาส่งสุลต่านมหะมุดณกรุงเทพ ฯ นายเรือรบไม่ยอม แล้วนายเรือรบออกไปณเรือรบ จึงได้ยิงป้อมเมืองตรังกานูด้วยปืนอัมสตรองตั้งแต่บ่ายโมงหนึ่งจนกลางคืนสามสิบหกนัด รุ่งขึ้นวันพุฒเดือน ๑๒ แรม ๖ ค่ำปีจอจัตวาศก เรือรบแอบฝั่งเข้าไปยิงอิก ๖ นัด แล้วเรือรบกลับไปเมืองสิงคโปร์

เรือศรีอยุทธยาเดชไปถึงเมืองตรังกานูวันอังคารเดือน๑ขึ้น๔ ค่ำ ปีจอจัตวาศก สุลต่านมหะมุดหนีไปอยู่ที่ปะสุ เรือศรีอยุทธยาเดชตามไปที่ปะสุก็พบ สุลต่านมหะมุดก็ยอมจะเข้ามากรุงเทพ ฯ แต่เวลานั้นคลื่นใหญ่เรือสุลต่านมหะมุดแลครอบครัวสุลต่านมหะมุดออกมาเรือศรีอยุทธยาเดชไม่ได้ พระอนุรักษ์โยธาจึงสั่งให้สุลต่านมหะมุดเดินบกมาณเมืองสงขลา เรือศรีอยุทธยาเดชมาถึงกรุงเทพ ฯ ณวันอังคารขึ้น ๓ ค่ำเดือน ๒ ปีจอจัตวาศก สุลต่านมหะมุดก็ไม่มาณเมืองสงขลา โปรดให้หลวงศรีมหาราชาเปนนานเรือกลไฟชื่อสงครามครรชิตลงไปสืบ ตามพบสุลต่านมหะมุดที่ปะสุรับเข้ามาถึงกรุงเทพ ฯ เดือน ๕ ปีกุนเบญจศก ท่านเสนาบดีได้มีหนังสือฟ้องเรือรบที่มายิงเมืองตรังกานูต่อเสนาบดีผู้ว่าราชการต่างประเทศณกรุงลอนดอน

ที่เมืองปาหังนั้นโตะบรรดาหราตาย หวันอามัดตีได้เมืองปาหัง หวันอามัดบุตรโตะบรรดาหราที่ตายหนี พาครอบครัวมาอยู่ที่กะมาหมันแขวงเมืองตรังกานู แล้วมาอยู่เมืองกลันตันแต่งเรือแล้วกลับไปเมืองสิงคโปร์

สุลต่านมหะมุดอยู่ณกรุงเทพ ฯ รู้ว่า หวันอามัดได้เมืองปาหังแล้ว สุลต่านมหะมุดขอลาออกไปเมืองสิงคโปร์ ท่านเสนาบดีจึงได้มีหนังสือปฤกษากับกงสุลอังกฤษ กงสุลวิลันดา ๆ ตอบมาว่าความเมืองตรังกานูยังไม่แล้วจะให้สุลต่านมหะมุดไปไม่ได้ ณวันอาทิตย์ เดือน ๑๒ ขึ้น ๕ ค่ำปีกุนเบญจศกเวลากลางคืนสุลต่านมหะมุดหายไป ณวันเสาร์เดือน ๕ แรม ๘ ค่ำปีชวดฉศก สุลต่านมหะมุดมีหนังสือฝากเรือเจ้าพระยาเข้ามาฉบับหนึ่งว่า สุลต่านมหะมุดไปอยู่เมืองปาหังแล้ว ขอให้ส่งบุตรภรรยาออกไป ท่านเสนาบดีตอบว่าให้เรือเข้ามารับจึงจะส่งออกไป

ณวันเสาร์เดือน ๙ แรม ๑๐ ค่ำปีชวดฉศก อุรังกายอเดหวาผู้คุมต้นไม้ทองเงินเมืองตรังกานูให้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า พระยาตรังกานูมีหนังสือมาว่า สุลต่านมหะมุดป่วยถึงแก่กรรมที่เมืองปาหังเมื่อณวันอาทิตย์เดือน ๘ ขึ้น ๕ ค่ำปีชวดฉศก แล้วให้อุรังกายอเดหวารับตนกูตะเงาะผู้บุตรแลภรรยาสุลต่านมหะมุดออกไปเมืองตรังกานู จึงโปรดเกล้า ฯ ให้มีท้องตราส่งบุตรภรรยาสุลต่านมหะมุดออกไปเมืองตรังกานู นายไพร่ชายหญิงใหญ่น้อยรวม ๓๖ คน

ความซึ่งฟ้องด้วยเรื่องยิงเมืองตรังกานูนั้นเสนาบดีกรุงลอนดอนตัดสินว่า เจ้าเมืองสิงคโปร์บังคับให้เรือรบไปยิงเมืองตรังกานูนั้นผิดควรคอเวอนแมนต์ไทย คิดเอาเงินค่าไปรับสุลต่านมหะมุดแลเบี้ยเลี้ยง สุลต่านมหะมุดกับบ่าวไพร่ทั้งหมด ความจบอยู่แต่เพียงนี้ ครั้งนั้นคอเวอนแมนต์อังกฤษเรียกเจ้าเมืองสิงคโปร์กลับแล้ว เปลี่ยนเจ้าเมืองมาเปนใหม่

ครั้นณปีฉลูสัปตศก จุลศักราช ๑๒๒๗ ปี แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาตรังกานูมีใบบอกมาว่า รายามุดาถึงแก่กรรม พระยาตรังกานูขอรับพระราชทานตนกูปะสาบุตรรายามุดาเปนรายามุด า จึงโปรดเกล้า ฯ ตั้งให้ตนกูปะสาบุตรรายามุดามะมุด เปนพระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดาตามพระยาตรังกานูขอเข้ามา พระราชทานเสื้อเข้มขาบ ๑ ผ้าโพกขลิบทอง ๑ ผ้าปูมเขมร ๑ แต่เครื่องยศครอบทอง คนโททอง กะโถนทอง สัประทนคันหนึ่ง ให้เรียกเอากับพระยาตรังกานู ด้วยรายามุดาถึงแก่กรรมแล้วเครื่องยศนั้นอยู่กับพระยาตรังกานู ตั้งจีนเต็กหลีพี่น้องพระศรีบุญเลี้ยงเปนหลวงอภัยพงษ์ภักดีผู้ช่วยราชการ เมื่อตั้งนั้นโปรดเกล้า ฯ ให้พระยาราชวังสรรค์จางวางอาษาจาม หลวงโกชาอิศหาก เชิญนามสัญญาบัตรแลเสื้อผ้า ออกไปด้วยเรือกลไฟรบชื่อยงยศอโยชฌิยาพระราชทานให้พระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดา หลวงอภัยพงษ์ภักดี ผู้ช่วยราชการณเมืองตรังกานู

ครั้นณปีเสงเอกศกจุลศักราช ๑๒๓๑ พระยาตรังกานูแต่งให้ตนกูมหะมัดอาริฟิน เปนทูตคุมเครื่องราชบรรณาการออกไปกรุงลอนดอน ตนกูหะมัดอาริฟินหาได้เฝ้าสมเด็จพระนางเจ้ากวินวิกตอเรียไม่ ตนกูมหะมัดอาริฟินได้เฝ้าปรินสออฟเวล เครื่องราชบรรณาการส่งให้หลอดกลาเรนดอน ตนกูมหะมัดอาริฟินกลับมาถึงเมืองตรังกานูวันอังคารเดือน ๓ ขึ้น ๑๕ ค่ำปีมเสงเอกศก แต่การนั้นคอเวอนแมนต์อังกฤษไม่รับ หลอดกลาเรนดอนตอบหนังสือลงวันพฤหัศบดีเดือน ๑๒ ขึ้น ๘ ค่ำฉบับหนึ่ง ลงวันศุกรเดือน ๑๒ ขึ้น ๙ ค่ำปีมะเสงเอกศกฉบับหนึ่ง หนังสือมิศเตอร์ฮามันถึงตนกูมหะมัดอาริฟิน ลงวัน พฤหัศบดีเดือน ๕ ขึ้น ๗ ค่ำปีมะเมียโทศกฉบับหนึ่ง หนังสือสามฉบับนี้ส่งมาถึงกงสุลเยเนอราลอังกฤษณกรุงเทพ ฯ ให้ส่งมายังคอเวอนแมนต์สยาม จะได้ส่งให้พระยาตรังกานู ตนกูมหะมัดอาริฟิน ท่านเสนาบดีได้รับแปลความไว้แล้วส่งถึงพระยาตรังกานู ตนกูมหะมัดอาริฟิน

ณปีชวดอัฐศกศักราช ๑๒๓๙ แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระยาอัษฎงคตทิศรักษาผู้ว่าการกงสุลฝ่ายสยามณเมืองสิงคโปร์มีหนังสือบอกมาว่า พระยาตรังกานูถึงแก่อนิจกรรมณวันเสาร์เดือน ๖ แรม ๒ ค่ำปีชวดอัฐศก ความทราบฝ่าลอองธุลีพระบาทแล้ว มีท้องตราโปรดเกล้า ฯ ให้หลวงศรีมหาราชาข้าหลวง หมื่นจำนงภาษาล่าม พระยาสมบัติภิรมย์เมืองสงขลาเชิญไปด้วยเรือรบชื่อสยามมกุฎไชยชิตเยี่ยมศพพระยาตรังกานูพระราชทานเงินทำบุญในการศพตามธรรมเนียมเจ้าเมืองประเทศราช ๓๒๐๐ สลึง เปนเงิน ๑๐ ชั่ง มอบราชการบ้านเมืองให้พระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดาบังคับบัญชาปกครองบุตรหลานต่อไป เรือรบใช้จักรออกจากกรุงเทพ ฯ ณวันพฤหัสบดีเดือน ๘ ขึ้น ๑๕ ค่ำปีชวดอัฐศกแล้วพ้นไปเปลี่ยนเรือพิทยัมรณยุทธอยู่รักษาเมืองภูเก็จ หลวงศรีมหาราชาข้าหลวงกับล่ามกลับแต่เมืองตรังกานู มาด้วยเรือพิทยัม รณยุทธถึงกรุงเทพ ฯ ณวันอังคารเดือน ๘ แรม ๑๐ ค่ำปีชวดอัฐศกราชการบ้านเมืองเรียบร้อยหามีเหตุสิ่งใดไม่ พระยาตรังกานูอุมาว่าราชการเมืองมาได้ ๓๗ ปีไม่มีบุตร บุตรหลานศรีตวันกรมการเรียกชื่อศพพระยาตรังกานูอุมาว่าบารหุมอุมา พระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดาพร้อมด้วยบุตรหลานพี่น้องทำต้นไม้ทองเงินเครื่องราชบรรณา การ แต่งให้อุรังกายอศรีตวันกรมการคุมเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวายตามกำหนดปี ถึงกรุงเทพ ฯ ณวันอังคารเดือน ๙ ขึ้น ๔ ค่ำปีชวดอัฐศก พระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดาจึงมีหนังสือบอกข่าวพระยาตรังกานูถึงแก่อนิจกรรม

มิศเตอร์นอกเอเยนต์แลกงสุลเยเนราลอังกฤษ มีหนังสือลงวันพุฒเดือน ๘ แรม ๑๓ ค่ำปีชวดอัฐศกมายัง ฯ พณ ฯ ที่สมุหพระกระลาโหมฉบับหนึ่งมีความว่า คอเวอนเนอร์เมืองสิงคโปร์มีหนังสือมายังกงสุลว่า สุลต่านเมืองตรังกานูถึงแก่อนิจกรรมแล้ว ให้กงสุลถามคอเวอนแมนต์สยามว่า คอเวอนแมนต์สยามจะตั้งเชื้อวงษ์ของสุลต่านเปนสุลต่านต่อไป หรือคอเวอนแมนต์สยามจะตั้งเชื้อวงษ์ไหนเปนสุลต่านเมืองตรังกานู ฯ พณ ฯ ที่สมุหพระกระลาโหมมีหนังสือตอบลงวันเสาร์เดือน ๙ ขึ้นค่ำหนึ่งปีชวดอัฐศก ไปยังท่านเอเยนต์แลกงสุลเยเนอราลอังกฤษว่า พระยาตรังกานูถึงแก่อนิจกรรมแล้วบ้านเมืองว่างอยู่ ท่านเสนาบดีปฤกษาพร้อมกันเห็นว่า พระยาตรังกานูไม่มีบุตร มีแต่พระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดาผู้หลานก็เปนผู้ใหญ่ในวงษ์ตระกูล จะได้ปกครองญาติพี่น้องศรีตวันกรมการไพร่บ้านพลเมืองต่อไป จึงให้หลวงศรีมหาราชาเจ้ากรมอาษาจามเปนข้าหลวงไปด้วยเรือรบชื่อสยามมกุฎไชยชิต มอบราชการบ้านเมืองเมืองตรังกานูให้พระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดา บังคับบัญชาให้ถูกต้องตามธรรมเนียมเมืองประเทศราชสืบมาแต่ก่อนแล้ว

ณปีชวดอัฐศกศักราช ๑๒๓๘ โปรดเกล้า ฯ มีท้องตราถึงพระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดาฉบับหนึ่งว่า พระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดาเปนผู้ใหญ่ในวงษ์ตระกูล จะโปรดเกล้า ฯ ตั้งให้พระไชเยนทร์ ฤทธิรงค์รายามุดาเปนที่พระยาตรังกานู แต่เมืองประเทศราชต้องมีรายามุดา ให้พระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดาปฤกษาบุตรหลานญาติพี่น้องจะเห็นผู้ใดควรเปนรายามุดาได้ ก็ให้พระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดามีหนังสือบอกเข้ามา จะได้ตั้งให้เปนรายามุดาช่วยรักษาบ้านเมืองทนุบำรุงญาติพี่น้องศรีตวันกรมการไพร่บ้านพลเมืองให้อยู่เย็นเปนศุข พระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดาจึงมีหนังสือบอกมาขอตนกูประสามุดาผู้บุตรอายุ ๑๒ ปีเปนที่รายามุดา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้า ฯ ให้พระอมรวิไสยสรเดชเจ้ากรมทหารปืนใหญ่ บุตรท่านอรรคมหาเสนาธิบดีซึ่งมีตระกูลใหญ่ กับพระยาราชวังสรรค์จางวางกรมอาษาจาม พระยาสมบัติภิรมย์ที่ ๒ เมืองสงขลา เปนข้าหลวงไปด้วยเรือรบชื่อพิทยัมรณยุทธ เชิญสัญญาบัตรตั้งพระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดา เปนที่พรยาตรังกานูฉบับหนึ่ง ใส่ถุงเข้มขาบพื้นม่วงระบายแพรสีเขียว ตั้งตนกูประสามุดาเปนที่พระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดาฉบับหนึ่ง ใส่ถุงเข้มขาบพื้นแดงระบายแพรสีเขียว แต่เครื่องยศนั้นให้ข้าหลวงเรียกเอาพานทองคำ คนโททองคำ กระโทนทองคำ เครื่องยศพระยาตรังกานูคนเก่า มาพระราชทานพรยาตรังกานูคนใหม่ ให้เอาเครื่องยศพระไชเยนทร์ ฤทธิรงค์รายามุดาครอบทองคำ มาพระราชทานพระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดาคนใหม่ ข้าหลวงใช้จักรเรือพิทยัมรณยุทธออกจากกรุงเทพ ฯ ณวันอาทิตย์เดือน ๔ แรม ๕ ค่ำปีชวดอัฐศก ศักราช ๑๒๓๘

อนึ่งณปีชวดอัฐศกศักราช ๑๒๓๘ ตนกูสะเปียน้องสุลต่านมหะมุด ซึ่งกราบถวายบังคมลาออกไปอยู่ด้วยพระยาตรังกานูอุมาผู้ลุง ณปีมะเมียโทศกนั้น มีหนังสือมาทูลเกล้า ฯ ถวายฉบับหนึ่งว่า ตนกูสะเปียได้เปนภรรยาตนกูหลงบุตรตนกูเดน ๆ เปนบุตรพระยาตรังกานูกาโหดอยู่ณเมืองตรังกานูแล้ว ตนกูสะเปียขอเงินทำศาลา โปรดเกล้า ฯ พระราชทาน ๒๐๐ เหรียญฯพณฯ ที่สมุหพระกระลาโหมให้ ๕๐ เหรียญ รวม ๒๕๐ เหรียญ

ครั้นณวันพฤหัศบดีเดือน ๖ ขึ้น ๗ ค่ำปีฉลูนพศก พระอมรวิไสยสรเดชกับพระยาราชวังสรรค์ ซึ่งเชิญสัญญาบัตรท้องตรานำตั้งออกไปพระราชทานพระยาตรังกานู พระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดา ณเมืองตรังกานูนั้น กลับเข้ามาถึงกรุงเทพ ฯ พระยาตรังกานูพระไชเยนทร์ฤทธิรงค์รายามุดามีหนังสือตอบเข้ามาว่า ได้รับสัญญาบัตร ท้องตรานำตั้งเสร็จแล้ว ราชการบ้านเมืองเรียบร้อยอยู่