พงษาวดารเมืองถลาง

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พงษาวดารเมืองถลาง




  • ข้าพเจ้า นายเริก บุตรเจ้าพระยาสุรินทราชาจางวาง นายสึกบุตรพระยาถลาง นายเสือ บุตรพระยาถลาง นายศรีทอง เปนปลัดเมืองถลาง หลวงเพชรคิรีศรีสมุทวิสุทธิสงคราม ปลัดเมืองถลาง

ขอเล่าเรื่องราวตามผู้เถ้าเล่ามาแต่ก่อน แลได้รู้ได้เห็นเองว่าเมืองถลางแต่ก่อนนั้น จอมร้างบ้านตะเคียนเปนเจ้าเมือง เมียจอมร้างเปนแขกเมืองไทร หม่าเสี้ยลูกมะหุมเถ้าแต่ก่อน ผัวตายเปนหม้ายอยู่ มะหุมน้องบากมาเอาเงินมรฎกห้าพันเศษ หม่าเสี้ยขัดใจไม่อยู่เมืองไทรมาอยู่เมืองถลาง ได้กับจอมร้างเปนผัว มีลูกชาย ๒ หญิง ๓ รวม ๕ คน หญิงชื่อจันเปนท้าวเทพกระสัตรี หญิงน้องถัดมาชื่อมุกเปนท้าวศรีสุนทร ครั้งต้นแผ่นดินพระบรมไอยกาธิราช น้องหญิงคนหนึ่งชื่อหมา น้องชายชื่ออาด เปนพระถลาง น้องชายคนหนึ่งชื่อเรืองเปนที่พล ขุนนางเมืองถลางนั้นจอมเถ้าอยู่บ้านดอน จอมร้างอยู่บ้านตะเคียน จอมเถ้ากับจอมร้างเปนลูกพ่อเดียวกันคนละมารดา ลูกหลานมะหุมอยู่บ้านดอนได้เปนพระยาถลางเจียดทอง แม่ชื่อเชียง พระยาปลัดแม่ชื่อดำตัวชื่อเรือง เดิมแต่ก่อนบ้านดอนกับบ้านตะเคียนสามัคคีรศกันดี มีชื่อเสียงสืบกูลวงษ์เปนเจ้าเมืองสืบมา ฝ่ายบ้านลี้พอนจอมสุรินคิดมิชอบ จะตั้งตัวเปนใหญ่ มีตราออกมาให้จับจอมสุรินฆ่าเสียเปนโทษกระบถต่อแผ่นดิน สิ้นเชื้อผู้ดีลง เมืองถลางว่าพระยาถลางคางเซ้งชาวกรุงออกมาเปนเจ้าเมืองพระถลางอาดเปนเจ้าเมืองขึ้น ผู้ร้ายยิงพระถลางตาย เมืองก็ว่างอยู่ ได้แขกไทรมาเปนเจ้าเมืองอยู่น่อยหนึ่ง พวกถลางคิดรบแขกตั้งค่ายที่ไม้ขาวปากสาคูดั้งร่อ จึงตั้งตัวขึ้น พอพระยาพิมลเปนพระกระมาอยู่เมืองชุมพรได้กับท้าวเทพกระสัตรี ๆ นั้น เมื่อหนุ่มสาวเปนเมียหม่อมศรีภักดี ๆ เล่า ก็เปนชาวตะกั่วทุ่งลูกคุณชีบุญเกิด ๆ เดิมตะกั่วทุ่งได้กับจอมนายกอง ๆ เปนชาวนครอยู่บ้านใหญ่ลายสายออกมาเปนสำเร็จราชการได้กับคุณชีบุญเกิดนั้นมีลูกชาย ๑ หญิง ๑ ชายชื่อหม่อมศรีภักดี มีเมียณเมืองถลาง หญิงคนหนึ่งชื่อบุญคงได้กับพระยาประสิทธิสงคราม หม่อมศรีภักดีนั้นได้กับท้าวเทพกระสัตรี มีลูกสองคน หญิงชื่อแม่ปราง ชายชื่อเทียนเปนพระยาถลางหืต ท้าวเทพกระสัตรีเปนหม้ายแล้วได้กับพระยาพิมล มีลูกหญิงใหญ่ชื่อแม่ทองมาไปถวายเปนมารดาเจ้าครองอุบล ลูกถัดมาชาย ๒ คนชื่อจุ้ย ชื่อเนียม ชื่อจุ้ยเปนพระยกรบัตร ชื่อเนียนเปนมหาดเล็กครั้งต้นแผ่นดิน ลูกหญิงชื่อแม่กิ่มแม่เมือง ครั้นพระยาพิมลต้องความไปอยู่เมืองพัทลุง พระยาถลางเทียนลูกเลี้ยงฟ้องที่ถลางได้พระยาถลางเจียดทอง ๆ ต้องโทษเข้าไปตายณกรุง ที่ถลางได้พระยาถลางหืตเปนเจ้าเมือง ที่ปลัดได้นายเรืองเปนพระยาปลัด ที่ยกรบัตรได้พระยาถลางชูเปนพระยายกรบัตร ครั้งนั้นเมืองถลาง เจ้าเมืองปลัดยกรบัตรก็เปนพระยา ฝ่ายเมืองภูเก็จ หลวงภูเก็จข้างคดเปนเจ้าเมือง แล้วได้นายศรีชายนายเวรเปนพระภูเก็จ แล้วได้มาบิดาหลวงปลัดอุด เขตรแดนเมืองภูเก็จกับเมืองถลางเอาบางคูคด ชื่อตามคลองน้ำเปนแดน ว่าเมืองภูเก็จเดิมเปนเมืองใหญ่กลับมาขึ้นกับเมืองถลาง เขตรแดนฝ่ายตวันตกหินชายพลายตะโหนด ฝ่ายตวันออกเกาะมะพร้าวอ่าวตันแกแหลมหง้าแหลมมัตผ้า เปนแขวงเมืองภูเก็จตลอดออกไปเกาะยาว เกาะอลังเกาะกล้วยแหลมบามูเกาะแรดนาคาเกาะรวะเกาะนารเกาะป้าโญ้ยเกาะชงำ อ่าวภารามาเกาะบาหนัตเกาะคุลาตลอดมาแหลมคอเวน ปากก็หญิกแหลมปากพระท่าข้ามปากน้ำหมอน ปากพระคนละฟากฝ่ายเมืองตะกั่วทุ่ง ฝ่ายเมืองตะกั่วทุ่งเล่า ปากพระว่าเจ้าพระยาอินทวงษาตั้งวังปราบที่ปลูกวังขึ้นยังไม่สำเร็จ รู้ว่าจับแผ่นดินตาก เจ้าพระยาอินทวงษาก็ตาย โปรดให้ข้าหลวงออกมา เจ้าพระยาแลพระยาออกมาตั้งอยู่ปากพระหลายนาย เจ้า พระยาฦาราชนิกูล พระยาธรรมไตรโลก พระยาพิพิธโภไคย พระยาธรรมไตร โลกได้รบพม่าที่ปากพระ พระยาธรรมไตรโลกตาย พระยาพิพิธโภไคยหนีมาทางเมืองพังงา จึงเรียกชื่อว่าด่านพระยาพิพิธ เมืองตะกั่วทุ่งเอาคลองตหงิเปนแดน คลองน้ำลำท่าคดซื่อขึ้นมาเปนฝ่ายตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่าหากกล้ำกลวมเกี่ยวข้องกันไม่ เมืองตะกั่วทุ่งเดิม หลวงเพชรเปนเจ้าเมืองได้มาพระตะกั่วทุ่งขาหัก จอมพิทักษ์พระตะกั่วทุ่งพ่อพระปลัดแม่เมืองแม่พระวิเศษ ชื่อว่าพระตะกั่วทุ่งถี แล้วเมืองตะกั่วทุ่งได้มาแก่พระตะกั่วทุ่งชื่อขุนดำ มารดาชื่อนุ้ยบิดาชื่อเหล็ก ว่าอุกมอนชาวกรุง ครั้นพระตะกั่วทุ่งตายลูกชาย ชื่อถินเปนบิดาพระตะกั่วทุ่งอ่อนได้ กินเมืองอยู่ มารดาชื่อแม่ชีอิน ยายชื่อเนียวชาวแร่ไม้แก่น แม่เนียวได้กับจอมนายกองมีลูกชื่อขุนนางแม่ชีอิน เมืองตะกั่วทุ่ง เมืองถลาง คลองปากพระคนละฟากเปนแดน ถ้าพระราชทรัพย์บังเกิดขึ้นเมืองถลางส่งไปเมืองตะกั่วทุ่ง ๆ ส่งไปเมืองตะกั่วป่า เปนอย่างธรรมเนียมต่อกันมาช้านาน เมื่อครั้งเมืองถลางยังไม่เสียกับพม่า ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า ไชยา ชุมพร เสียแก่อ้ายพม่า ดีบุกมัดผ้าปืนขนมาค้างอยู่ที่เขาศก หลวงเพชรธนูแสงชาวนครตั้งอยู่บ้านเก่าส้มโอคลองพนม ตั้งกองไปอุกขนเอาพระราชทรัทย์ที่ท่าเขาศก จนมีตราให้ข้าหลวงออกมาชำระหลวงเพชรธนูแสง คนตามลำคลองท่าพนมก็อพยพหนีไปสิ้น ก็เปนป่ารกร้างขึ้น

เมื่อครั้งพระตะกั่วทุ่งบิดาพระตะกั่วทุ่งถินเปนเจ้าเมืองนั้น มีตราโปรดออกมาให้ไปทำผ้ากระบวนเมืองเทศ จัดให้ย่าปู ดำ ขาว ชาวเทศอยู่ณเมืองถลางกับนายสเภาน้อย พอหลวงพัทวาทีซึ่งไปอยู่ณเมืองตรังกับหลวงคลังเทศชาวกรุงไปทำได้มากับเครื่องถมยาราชาวดี พระตะกั่วทุ่งคุมเข้าไป ล่องตามคลองท่าเขาศก ถึงเชี่ยวปตูหลงน้ำพะนอง เรือพระตะกั่วทุ่งล่มลงเครื่องถมยาราชวดีหายหาได้เอาเข้าไปถวายไม่ เมืองตะกั่วป่าจอมภักดีเสนาแขกเปนเจ้าเมือง แล้วได้มาแก่พระวิชิตหูหนวก แล้วได้มากับหลวงตะกั่วป่าจีน แล้วได้มากับหลวงตะกั่วป่าเปนบุตรท่านพระยาประสิทธิสงครามจางวางซึ่งเปนหลวงณรงค์ แล้วเมืองได้มากับพระยาตะกั่วป่าเทศ พอพระตะกั่วป่าม่วง พระยาตะกั่วป่าเกษจีนพาไปฆ่าตาย เจ้าพระยาสุรินทราชาบอกขอพระอินทรักษากองนอกเมืองไชยาเปนที่พระยาตะกั่วป่า แล้วเมืองได้มาแก่พระตะกั่วป่าม่วง ๆ ตาย เมืองได้มาแก่พระตะกั่วป่าอุ เรื่องราวฝ่ายเมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง เมืองถลาง เมืองภูเก็จ เล่าได้แต่เพียงนี้

จะเล่าเมื่อครั้งตัดทางแต่มรุ่ยปากลาวท่าพนมนั้น เจ้าพระยาสุรินทราชามีตราให้หาเข้าไปณกรุงเทพฯ ว่าจะให้เปนที่อรรคมหาเสนา เมื่อครั้งเจ้าพระยากระลาโหมปลี่ไปเสียทัพทวาย เจ้าพระยาสุรินทราชาเข้าไปถึงกรุงเทพ ฯ แล้วพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์โปรดพระราชทานเสื้อผ้าจะเอาไว้ให้อยู่ณกรุงเทพ ฯ เจ้าพระยาสุรินทราชาคิดเห็นว่าอยู่เมืองนอกได้ความสุขมาก จึงอ้อนวอนเจ้าคุณพลเทพบิดา เจ้าพระยาบดินทรเดชา ขอให้กราบทูลพระกรุณาคิดจะไม่อยู่กรุงเทพ ฯ ว่าตัวชราเปนเสนาบดีขึ้นเจ้าชีวิตรเสด็จพระราชดำเนินไปถึงไหนตัวก็ต้อง ตามไปถึงนั่น ก็จะมีความบำบาก จึงทำเรื่องราวกราบทูลพระกรุณาว่า จะขอออกมาอยู่เมืองนอกตามเดิม จะจัดแจงทางรับส่งพระราชทรัพย์เมืองพังงา เมืองถลาง เมืองตะกั่วทุ่ง จะขนไปขึ้นเขาศกก็กันดารเชี่ยวแก่งเปนหลายแห่ง พระราชทรัทย์ก็สูญหายเปนอัน ตรายเสียหลายครั้งมาแล้ว เห็นว่าทางบกรยะป่าเดินมาช้าแต่สองคืนไม่สู้กันดาร ถึงพนมล่องตลอดลงไปถึงพุนพินตลอดออกไปถึงภุมเรียงที่รับส่งพระราชทรัพย์ไม่สู้กันดาร ขอพระราชทานช้างเกณฑ์บันทุกเมืองนคร ๑๐ ช้าง เมืองไชยา ๑๐ ช้าง รวมช้าง ๒๐ ช้าง ให้หลวงพิพิธคชกรรม์เปนนายกองคุมช้างคอยรับส่งพระราชทรพัย์ พระราชทานช้างแลที่ปากพนมปากลาวได้มาตามเรื่องราวเจ้าพระยาสุรินทราชาให้กราบทูลพระกรุณา มีแจ้งอยู่ในท้องตราพระคชสีห์นั้นแล้ว ปากพนมให้ขุนทิพ ขุนเพชร ขุนศรีสงครามสามคนตั้งอยู่ ฝ่ายมรุ่ยปากลาว ตั้งให้หลวงฤทธิสงครามเปนมิแก แลที่มรุ่ยถึงปากพนมให้กับเจ้าพระยาสุรินทราชา ฝ่ายเจ้าพระยาสุรินทราชากลับออกมาถึงบ้านเมืองแล้ว จึงตั้งให้ขุนทิพเปนหลวงรามพิไชยอยู่ที่ปากพนม ให้หลวงรามพิไชยตัดทางตั้งแต่ปากพนมขึ้นมาถึงเมืองพังงา ให้หลวงฤทธิสงครามตั้งเกลี้ยกล่อมผู้คนอยู่ที่มรุ่ยปากลาวให้คอยรับส่งพระราชทรัพย์ลงไป ให้หลวงรามพิไชยคอยรับอยู่ที่ท่าพนม แล้วเจ้าพระยาสุรินทราชาให้ตั้งด่านที่ตีนเขานางหงษ์ด่านหนึ่ง ด่านปากคาน ด่านทุ่งคา มรุ่ยด่านหนึ่งเปน ๕ ด่านทั้งปากพนม แล้วทำ ๆ เนียบไว้ทุกด่านตามระยะทาง แล้วให้ตั้งเกลี้ยกล่อมผู้คนไว้สำหรับป้องกันพระราชทรัพย์ทุกด่าน พระราชทรัพย์เมืองตะกั่วป่าเกิดขึ้นก็ล่องลงตามคลองทางท่าเขาศก พระราชทรัพย์เมืองพังงา เมืองถลาง เมืองตะกั่วทุ่งขนไปค้างอยู่ที่มรุ่ยกว่าจะได้ ช้างไปรับบันทุกคอยรับล่อง จัดเอาหลวงนาไห้เปนพระวิเศษสงครามจางวางด่านบก เอาขุนเพชรขุนอินเปนปลัดกองคุมไพร่ ฝ่ายรับล่องขึ้นมารับพระราชทรัพย์ที่พนม แล้วเจ้าพระยาสุรินทราชาแต่งให้ขุนศรีสมโภชเข้าไปเฝ้าพณหัวเจ้าท่านผู้ครองเนืองนคร ศรีธรรมราชแต่ก่อนว่าได้ตั้งนายด่านที่มรุ่ย ที่ปากพนม เจ้าพระยานครศรีธรรมราชมีประสาทสั่งว่า อย่าให้เจ้าพระยาสุรินทราชาตั้งแต่งหลวงขุนหมื่นนายหมวดนายกองเลย พณหัวเจ้าท่านจะตั้งแต่งออกมาแต่เมืองนครเองอย่าให้เจ้าพระยาสุรินทราชาตั้ง นานไปภายน่าผู้ใดจะมารั้งเมืองครองเมืองจะว่าเจ้าพระยานครกับเจ้าพระยาสุรินทราชาเปนคนชอบพอรักใคร่ทำให้บ้านเมืองฟั่นเฟือนกล้ำกลวมกันอยู่ เจ้าพระยาสุรินทราชาก็บอกไปว่า อย่าให้พณหัวเจ้าท่านผู้ครองเมืองนครศรีธรรม ราชตั้งไปเลย ท่านจะตั้งมาไว้ให้รับให้ส่งพระราชทรัพย์เอง ตามได้กราบทูลพระกรุณา ด่านมรุ่ยท่าพนมก็ได้เปนสิทธิเปนเดิมมาคุ้มเท่าบัดนี้ ครั้นโปรดให้ท่านพระยาถลางบุญคงออกมาเปนที่พระยาถลางพลาง ส้องสุมรวบรวมผู้คนไว้ ได้ตั้งเปนถิ่นฐานบ้านเรือนลง ฝ่ายมรุ่ยตลอดมาถึงบางเคย แต่ก่อนเปนป่าดงไม่มีผู้คน จึงจัดคนให้ผ่อนไปตั้งทำไร่ทำนาสร้างเรือกสวนลง ครั้งท่านพระยาไกรโกษาออกมาชำระหางเข้าค่านา พณหัวเจ้าท่านโปรดให้นายช่วยออกมาต่อว่าอย่าให้เรียกหางเข้า ค่านาที่มรุ่ยได้มาแต่ฝ่ายณเมืองถลาง ท่านพระยาถลางก็ว่าพระราชทาน ได้มาแก่เจ้าพระยาสุรินทราชาสืบต่อกันมาอยู่ฉนี้แล้ว ครั้นไม่มีตราโปรดยกออกมาท่านก็ไม่สู้ยอมให้ หาบัตรค่านาก็ได้เรียกสืบกันมาฝ่ายพนมตามคลองน้ำลำท่าหนทางรับส่งพระราชทรัพย์เปนสำหรับเมือง พังงา เมืองถลาง เมืองพังงานี้เดิมเปนเมืองช่องแขวงขึ้นเมืองตะกั่วป่า เอาคลองถ้ำแม่น้ำเปนแดนคนละฟาก ฝ่ายเหนือน้ำตลอดเข้าป่าดง ใต้น้ำลงไปฝ่ายลำคลองถ้ำข้างบูรพ์ได้กับเมืองพังงา ลำคลองตลอดออกเขาสองพี่น้อง เอาเขาสองพี่น้องเปนแดนคนละฟากตลอดออกไปถึงพระอาดเถ้าเกาะยางเกาะพิงกันเปนแขวงเมืองพังงา พระตะกั่วทุ่งถินซึ่งเปนพระยาตะกั่วทุ่งเปนน้องเขยพระยาถลางบุญคง ขอเอาเขารายาบี้หนีปู่เหล่าป้าหยีเกาะนมสาวไปเปนช่องแขวงขึ้นเมืองตะกั่วทุ่ง พระยาถลางบุญคงเห็นว่าพระตะกั่วทุ่งเปนน้องเขยก็ยอมให้ ฝ่ายอุดรเมืองพังงาเขาเขมาเหล็กเปนแดน เฉียงอิสาณก็ราสูงสองแพรกเปนเขตรแดนเมืองพังงา เจ้าพระยาสุรินทราชาซึ่งเปนใหญ่สำเร็จราชการณแปดหัวเมืองนี้ พระยาประสิทธิสงครามจางวางเล่าก็เปนจางวางทั้งแปดหัวเมืองเหมือนกัน ชื่อว่าแปดหัวเมืองนั้น เมืองถลาง เมืองภูเก็จ เมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง เมืองก็รา เมืองพังงา เมืองครุะ เมืองคุรอด ประมวญมาเปนเมืองแปดเมือง เมืองก็ราพังงาครุะคุรอดเปนขึ้นกับเมืองตะกั่วป่า รู้เรื่องราวเล่าได้แต่เพียงนี้ แล้วแต่จะโปรด

เรื่องราวนี้เขียนไว้เมื่อปีฉลูตรีศก ศักราช ๑๒๐๓ ปี

จอมร้างบ้านตะเคียนเปนเจ้าเมือง เมียชื่อหม่าเสี้ยลูกมะหุมเมืองไทร มีลูกชายชื่ออาดเปนพระยาถลาง ๑ ชายชื่อเรืองเปนที่พล ๑ หญิงชื่อจันเปนท้าวเทพกระสัตรี ๑ หญิงชื่อมุกเปนท้าวศรีสุนทร ๑ หญิงชื่อหมา ๑ รวม ๕ คน จอมร้างกับจอมเถ้าเปนลูกพ่อเดียวกันคนละมารดา จอมร้างอยู่บ้านตะเคียน จอมเถ้าอยู่บ้านดอน ได้เปนพระยาถลางเจียดทอง แม่ชื่อเชียง พระยาปลัดแม่ชื่อดำตัวชื่อเรือง ฝ่ายบ้านลิพอนจอมไชยสุรินคิดกระบถฆ่าเสีย พระยาถลางคางเซ้งชาวกรุงออกมาเปนเจ้าเมือง พระถลางอาดเปนเจ้าเมืองผู้ร้ายยิงตาย แล้วแขกเมืองไทรมาเปนเจ้าเมืองน่อยหนึ่ง พระยาพิมลเดิมเปนพระกระได้ด้วยท้าวเทพกระสัตรี จอมนายกองชาวนครบ้านลายสายออกมาเปนสำเร็จราชการ ได้กับคุณชีบุญเกิดมีลูกชายชื่อหม่อมศรีภักดี ลูกหญิงชื่อคงได้กับพระยาประสิทธิสงคราม หม่อมศรีภักดีได้กับท้าวเทพกระสัตรี มีลูกชายชื่อเทียนเปนพระยาถลางหืต ลูกหญิงชื่อปราง ท้าวเทพกระสัตรีเปนหม้ายได้พระยาพิมล มีลูกหญิงชื่อแม่ทองคุณมารดาเจ้าครองอุบล ลูกชายชื่อจุ้ยเปนพระยกรบัตร ชื่อเนียมเปนมหาดเล็ก มีลูกหญิงชื่อกิม ชื่อเมืองพระยาถลางเทียนลูกเลี้ยงฟ้องต้องความไปอยู่เมืองพัทลุง พระยาเจียดทองเปนพระยาถลาง ที่ปลัดนายเรืองเปนพระยาปลัด พระยาถลางชูเปนพระยายกรบัตรเมืองภูเก็จ หลวงภูเก็จข้างคดเปนเจ้าเมือง แล้วนายศรีชาย นายเวรเปนพระภูเก็จ แล้วบิดาหลวงปลัดอุกเปนเจ้าเมือง

เมืองตะกั่วทุ่ง เดิมหลวงเพชรเปนเจ้าเมือง ได้มาพระตะกั่วทุ่งขาหัก ได้มานายถีเปนจอมศรีภักดีเปนเจ้าเมือง เปนพ่อพระปลัดเปนพ่อแม่เมืองแม่พระวิเศษ แล้วได้มาพระตะกั่วทุ่งขุนดำพ่อพระตะกั่วทุ่งถิน แล้วได้มาพระตะกั่วทุ่งถินทุกวันนี้ แล้วได้มาพระตะกั่วทุ่งอ่อน แล้วได้มาพระตะกั่วทุ่งกล่อม

เมืองตะกั่วป่า จอมภักดีเสนาแขกเปนเจ้าเมือง แล้วได้มาพระวิชิตหูหนวก ได้มาหลวงตะกั่วป่าจีน ได้มาหลวงณรงค์บุตรพระยาประสิทธิสงครามจางวาง ได้มาพระตะกั่วป่าเกษพ่อพระตะกั่วป่าม่วง จีนพาไปฆ่าเสีย แล้วพระอินกองนอกไชยามาได้เปนพระตะกั่วป่า แล้วได้มาพระตะกั่วป่า แล้วได้มาพระตะกั่วป่าอุ

สำเนาสารตราพระคชสีห์[แก้ไข]

๏ หนังสือเจ้าพระยาอรรคมหาเสนาธิบดีอภัยพิริยปรากรมพาหุ สมุหพระกระลาโหม มาถึงเจ้าพระยาศรีธรรมาโศกราชชาติเดโชไชย มไหสุริยาธิบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช พระยาวิชิตเสนามหาพิไชย อภัยพิริยศรีสงคราม พระยาพัทลุง พระยาพิไชยคิรีศรีสมุทสงคราม พระยาสงขลา พระยาวิชิตภักดีศรีพิไชยสงคราม พระยาไชยา พระเพชรคำแหงสงคราม พระชุมพร หลวงเทพคิรีศรีสงคราม หลวงปทิว ด้วยเจ้าพระยาสุรินทราชากราบทูลพระกรุณา ว่าจะขอตัดทางขนพระราชทรัพย์แต่ปากลาวมาลงพนม หนทางใกล้กว่าทางท่าเขาศกถึง ๑๔ วัน ๑๕ วัน ท่าพนมเปนที่สำนักมัดผ้าดีบุกพระราชทรัพย์ของหลวง แขวงเมืองนคร แต่เปนดงป่ารกร้างอยู่หามีบ้านเรือนผู้คนตั้งอยู่เหมือนแต่ก่อนไม่เปลี่ยว อยู่ จึงจัดให้ขุนทิพ ขุนเพชรคิรีเปนนายกองควบคุมขุนหมื่นไพร่มีชื่อมา ให้ตั้งบ้านเรือนเปนภูมสถานลำเนาลงรับรักษาพระราชทรัพย์ มาหลายครั้งแล้ว แต่กำลังขุนหมื่นไพร่มีชื่อทั้งนั้นเห็นเบาบางน้อยตัวไม่สมควรด้วยพระราชทรัพย์ของหลวง เกลือกผู้มีชื่อหลบหนีมุลนายเข้าอยู่ป่าดงคุมกันได้มากแล้ว จะมากระทำร้ายพระราชทรัพย์ของหลวงจะเสียราชการไป แลผู้มีชื่อเปนเลขไพร่หลวงพลเมือง เมืองตะกั่วป่า เมืองพังงา เมืองถลาง เมืองตะกั่วทุ่ง ทั้งแปดหัวเมืองบรรดาที่หนีลงมาอยู่แขวงเมืองนคร พัทลุง สงขลา ไชยา ชุมพร ปทิวหัวเมืองปากใต้นั้นเปนอันมาก ขอรับพระราชทานให้ขุนทิพสมบัติ ขุนเพชรคิรีนายกองที่พนม สืบสาวชักชวนเกลี้ยกล่อมเอาเลขไพร่หลวงพลเมือง เมืองถลางบางคลีทั้งแปดหัวเมืองมาให้ตั้งบ้านเรือนทำมาหากินให้มั่งคั่งบริบูรณ์ จะได้รับรักษาพระราชทรัพย์ของหลวงด้วย ประการ หนึ่ง ถ้ามีศึกสงครามมาตีติดบ้านเมือง เมืองถลาง ตะกั่วทุ่ง ตะกั่วป่า จะได้ควบคุมกันช่วยอุดหนุนรบพุ่งนั้นก็ชอบด้วยราชการอยู่แล้ว ทรงพระกรุณาโปรดให้ขุนทิพสมบัติ ขุนเพชรคิรีนายกองพนม สืบสาวชักชวนเกลี้ยกล่อมเอาเลขสักแล้วแลยังมิได้สัก เลขเมืองถลาง แลเลขเมืองนคร พัทลุง สงขลา ไชยา ชุมพร ซึ่งหลบหนีมุลนาย แลเลขตะกั่วทุ่งตะกั่วป่า ทั้งแปดหัวเมืองบรรดาซึ่งหลบหนีมุลนายอยู่ป่าดง แลแอบแฝงอยู่ด้วยผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการ ณเมืองนคร พัทลุง สงขลา ไชยา ชุมพร ปทิว หัวเมืองปากใต้ฝ่ายตวันตกทั้งนั้น เอามาให้ตั้งบ้านเรือนทำมาหากินอยู่ที่พนมที่ลาวให้ได้ ๒๐๐ ครัว ๓๐๐ ครัว จะได้รับรักษาพระราชทรัพย์ของหลวง ให้เปนภูมสถานลำเนาจงมั่นคั่งบริบูรณ์ขึ้น จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ทำตามเจ้าพระยาสุรินทราชากราบบังคมทูลพระกรุณานั้นเถิด ถ้าขุนทิพสมบัติ ขุนเพชรคิรีสืบสาวชักชวนเกลี้ยกล่อมได้เลขเมืองใดเท่าใดเปนคนชายหญิงใหญ่น้อย ให้ยื่นหางว่าวไว้แก่เจ้าพระยาสุรินทราชา ผู้สำเร็จราชการทั้งแปดหัวเมือง บอกเข้าไปกราบทูลพระกรุณาให้ทราบ ห้ามอย่าให้ผู้รักษาเมืองผู้รั้งกรมการนายที่นายอำเภอแลข้าหลวงผู้ไปมาเอากิจราชการ ทำข่มเหงฉุดคร่าลากเกาะจำ ขุนทิพสมบัติ ขุนเพชรคิรีนายกอง ขุนหมื่นแลไพร่มีชื่อ บรรดาซึ่งเกลี้ยกล่อมได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่พนมที่ลาว ทั้งนี้ไปใช้ราชการงานโยธาเบ็จเสร็จซึ่งมิได้เปนน่าที่พนักงาน ให้ขุนทิพสมบัติ ขุนเพชรคิรี ขุนหมื่นไพร่แตกตื่นได้ความเดือนร้อนแต่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเปนอันขาดทีเดียว หนังสือนี้มาถึงวันใดก็ให้ทำตามหนังสือมานี้ทุกประการ

หนังสือมาณวัน ๕ ๕ฯ๘ ค่ำ ปีชวดฉศก จุลศักราช ๑๑๖๖ มาถึงปีเถาะนพศก ๑๗ ๖๓ ปี จุลศักราช ๑๒๒๘ ปี ๚ะ

๏ ท้องที่ปากพนม ข้างฝ่ายใต้น้ำลงไปต่อกับเมืองกาญจนดิฐเทียม คลองบางจาก ปากคลองบางจากลงไปข้างใต้น้ำเปนที่เมืองกาญจนดิฐอำเภอขัวญ คลองบางจากรยะกับบ้านวังตาขุนลงไปน่อยหนึ่ง ฝ่ายข้างเหนือน้ำตามลำคลองศกขึ้นไปเพียงคลองขนายฤาษี ปลายคลองขนายฤาษีไปจดภูเขาศก ปลายภูเขาศกข้างหัวนอนเปนที่เมืองตะกั่วป่า อำเภอขุนภักดีคงคา ปากภูเขาศกข้างใต้สตีนเปนที่พนมปากคลองขนายฤาษีข้างเหนือน้ำเปนที่เมืองคิรีรัฐนิคม อำเภอขุนนราภักดี ปากคลองขนายฤาษีฝ่ายใต้น้ำเปนที่พนม ปากคลองขนายฤาษีใต้ท่าบ้านศกลงมาน่อยหนึ่ง แลที่พนมจะไปต่อกับที่อำเภอท่าขึ้นสักเพียงไหน ขุนจิตรทรัพย์ ขุนทิพคิรีบ้านคลองช่อนแลคนแก่ ๆ แต่ก่อนก็หาทราบว่าจะไปต่อกันเพียงไหนไม่ ๚ะ

๏ ข้าพเจ้าขุนช่วยราชการ ขุนภักดีสงครามที่พนม บอกมา ยังขุนอินอักษร ขอให้นำขึ้นกราบเรียนใต้เท้ากรุณาเจ้าทราบ ด้วยโปรดให้ข้าพเจ้าสืบเขตรแดนที่พนม สืบได้ใจความว่า ข้างฝ่ายใต้สตีนแดนที่ลมุงกับแดนที่พนมแขวงเมืองนครเพียงคลองศก ข้างฝ่ายใต้น้ำแดนเมืองกาญจนดิฐกับแดนที่อำเภอวังตาขุน ตรงปากคลองทำเปรียงตัดป่าตรงไปเขาไม้หัก ฝ่ายใต้น้ำเปนที่เมืองกาญจนดิฐ ฝ่ายเหนือน้ำเปนที่อำเภอวังตาขุน เขาไม้หักตรงไปเขาพเนิน ฝ่ายเขา พเนินข้างอาคเณย์เปนที่ท่าขึ้น ฝ่ายเขาพเนินปละหนึ่งเปนที่พนม ๆ กับที่กระบี่เอาคลองเท้าแม่เปนเขตรแดน คลองเท้าแม่ปลายคลองเขาดอนดินแก่งน้ำไหลลงคลองอ่าว ปละหัวนอนเปนที่กระบี่ ปละใต้สตีนคลองเท้าแม่เปนที่พนม ฝ่ายเหนือน้ำลำคลองศกขึ้นไปถึงคลองขนายฤาษี ปลายคลองขนายฤาษีเข้าภูเขาศก ปละคลองขนายฤาษีฝ่ายใต้น้ำเปนที่พนม ฝ่ายเหนือน้ำเปนที่เมืองคิรีรัฐนิคม คลองขนายฤาษีเปนเขตรแดน น้ำไหลลงคลองศก เมืองตะกั่วป่ากับที่พนมเอาภูเขาศกเปนเขตรแดน ฝ่ายหัวนอนเปนที่เมืองตะกั่วป่า ฝ่ายใต้สตีนเปนที่พนมภูเขาศกตัดตรงไปเขาปลายคลองพนม เขาปลายพนมตัดตรงไปดอนดินแดง

บอกมาณวัน ๖ ๑๐ ค่ำปีรกาสัปตศก ๑๘ ๚ะ