พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๔๘๘

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๔๘๘
๒๔๘๑ พร้อมแถลงการณ์ของรัฐบาล ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๔๘๘
โดย: รัฐบาลไทย
๒๕๑๙


Seal of the Royal Command of Thailand


พระราชกฤษฎีกา


ยุบสภาผู้แทนราษฎร


พุทธศักราช ๒๔๘๘




ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล


ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์


(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร


ลงวันที่ ๒๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๘)


ปรีดี พนมยงค์


ตราไว้ ณ วันที่ ๑๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๘


เป็นปีที่ ๑๒ ในรัชชกาลปัจจุบัน



โดยที่ทรงพระราชดำริเห็นว่า เป็นการสมควรที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ราษฎรได้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ ๑ ขึ้นใหม่

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงให้ตราพระราชกฤษฎีกาดังต่อไปนี้



มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้ให้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๔๘๘"


มาตรา ๒

ให้ใช้พระราชกฤษฎีกานี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[1]


มาตรา ๓

ให้ยุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ราษฎรได้เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประเภทที่ ๑ ขึ้นใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันใช้พระราชกฤษฎีกานี้เป็นต้นไป


มาตรา ๔

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้



ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช
นายกรัฐมนตรี






แถลงการณ์ของรัฐบาล[2]





บัดนี้ สงครามได้สิ้นสุดลงแล้ว ประชาชนชาวไทยมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำการร่วมมือกับสหประชาชาติในอันที่จะธำรงและรักษาสันภาพอันสถิตยสถาพรในโลก

รัฐบาลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พิจารณาเห็นว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันซึ่งได้รับเลือกตั้งมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๘๑ นั้น ได้มีพระราชบัญญัติขยายกำหนดเวลาให้อยู่ในตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อมาอีกถึง ๒ ครั้ง ทั้งนี้ นับว่าเป็นเวลานานเกินควร ย่อมเป็นเหตุให้จิตต์ใจและความคิดเห็นของสมาชิกส่วนมากเหินห่างจากเจตนาและความประสงค์อันแท้จริงของราษฎร

ดังจะเห็นได้เมื่อรัฐบาลได้เสนอต่อสภาฯ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม ให้มีการลงโทษการกระทำที่ก่อให้เกิดการปกครองระบอบลัทธิเผด็จการ กล่าวคือ ลัทธินาซี หรือฟัสซิสต์ อันเป็นระบอบการปกครองของผู้รุกรานทำลายสันติสุขของโลกนั้น สภาฯ กลับลงมติไม่เห็นชอบด้วย และให้ตัดออกเสีย การกระทำของสมาชิกแห่งสภาฯ เช่นนี้ อาจจะทำให้โลกภายนอกเข้าใจผิดไปว่า ประชาชนชาวไทยสนับสนุนลัทธิเผด็จการ ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นการผิดตรงกันข้ามกับความรู้สึกอันแท้จริงของประชาชนชาวไทยแล้ว ยังจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอีกด้วย

ฉะนั้น เพื่อให้การได้เป็นไปตามวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจึงได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาให้พระมหากษัตริย์ทรงยุบสภาผู้แทนราษฎรเสีย ตามความในมาตรา ๓๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ได้พ้นหน้าที่ไป และเปิดโอกาศให้ราษฎรเลือกตั้งผู้แทนของตนใหม่ ดังพระราชกฤษฎีกาที่ได้ประกาศแล้ว



สำนักนายกรัฐมนตรี

๑๕ ตุลาคม ๒๔๘๘



เชิงอรรถ[แก้ไข]

  1. ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๒/ตอนที่ ๖๐/หน้า ๖๐๑/๑๕ ตุลาคม ๒๔๘๘
  2. ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๒/ตอนที่ ๖๐/หน้า ๖๐๔/๑๕ ตุลาคม ๒๔๘๘




๒๔๘๑ ขึ้น ๒๕๑๙

PD-icon.svg งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ ตามมาตรา ๗ แห่ง พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ เนื่องจากงานนี้เป็น
  • (๑) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
  • (๒) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
  • (๓) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
  • (๔) คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
  • (๕) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (๑) ถึง (๔) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น
Thai government Garuda emblem (Version 2).svg