พระราชบัญญัติเคาน์ซิลออฟสเตดคือที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน จุลศักราช ๑๒๓๖

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พระราชบัญญัติ
เคาน์ซิลออฟสเตดคือที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน

ศุภมัศดุ จุลศักราช ๑๒๓๖ โสณสังวัจฉรบุพพาสาฬหมาศศุกปักษ์ปฏิบท รวิวารปริจเฉทกาลกำหนด

พระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัว สมเดจพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพยมหามงกุฎ บุรุษยรัตนราชรวิวงษวรุตมพงษ์บริพัตร วรชัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ บรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตรพระจุลจอมเกล้า เจ้าแผ่นดินสยาม เปนพระเจ้าแผ่นดินในรัชกาลที่ ๕ ในพระบรมราชวงษซึ่งประดิษฐาน แลดำรงกรุงรัตนโกสินทรมหินทรายุทธยาณประเทศบางกอก เปนพระบรมราชธานีมหานครใหญ่ ในแผ่นดินสยามเหนือใต้ แลเปนพระบรมราชาธิราชในเมืองใกล้เคียง คือ ลาวเฉียง ลาวกาว มลายู กะเหรี่ยง และอื่นๆ ทรงพระราชดำริห์ว่าได้ทรงประกาศตั้งเคาน์ซิลลอร์ออฟสเตด ที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน ไว้แต่วันศุกร เดือนหกแรมแปดค่ำ ปีจอศกเพื่อจะได้ช่วยคิดราชการแผ่นดิน ซึ่งจะให้มีคุณมีประโยชน ทำนุบำรุงพระนครทั่วพระราชอาณาเขตให้ราษฎรอยู่เยนเปนศุข แต่ยังหาได้มีพระราชบัญญัติสำรับตัว ที่ปฤกษาราชการแผ่นดินซึ่งจะประพฤติให้ถูกต้องตามแบบอย่าง ที่ปฤกษาราชการไม่ อนึ่งปรีวีเคาน์ซิล คือที่ปฤกษาราชการในพระองค์นั้น ก็จะโปรดเกล้าฯ ตั้งขึ้นตามซึ่งมีมาในประกาศฉบับก่อนนั้น ก็ควรจะมีพระราชบัญญัติกฎหมายบังคับสำรับด้วย จึ่งทรงร่างข้อพระราชบัญญัติ แล้วปฤกษาด้วยพระบรมวงษานุวงษ ท่านเสนาบดี และที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน ได้แก้ไขเพิ่มเติมตกลงกัน จึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระราชบัญญัติ สำรับที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน แลที่ปฤกษาราชการในพระองค์ไว้เปนแบบฉบับสำรับแผ่นดินสืบไป


ข้อ ๑[แก้ไข]

พระบาทสมเดจพระเจ้าอยู่หัว จะทรงตั้งราชตระกูล แลข้าราชการซึ่งมีตระกูล แลผู้มีสติปัญญาว่องไวเฉียบแหลมรอบรู้ในราชกิจการต่างๆ ที่มีชื่อเสียงปรากฏ เปนที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน ซึ่งเรยกตามภาษาอังกฤษว่า เคาน์ซิลลอร์ออฟสเตด โดยกำหนดตั้งแต่ ๑๐ นายขึ้นไป ไม่ให้เกินยี่สิบนายออกไป ถ้าที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน ผู้หนึ่งผู้ใดซึ่งในพวกที่ปฤกษาหมู่เดียวกัน ไม่เปนที่ชอบใจ เพราะทำการผิด ไม่สมควรเปนที่รังเกียจด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง จะใคร่คัดค้านผู้นั้นออกเสียจากที่ปฤกษา ก็ให้ผู้ที่มีความรังเกียจนั้นชุมนุมกันลงชื่อ ตั้งแต่หกนายขึ้นไป จดหมายข้อความที่เคาน์ซิลลอร์ออฟสเตดนั้นทำผิดอย่างไร เปนที่รังเกียจด้วยเหตุไร นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายให้ทรงทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ถ้าพระราชดำริห์ทรงเหนชอบด้วย จึ่งจะคัดผู้นั้นออกเสีย จากที่ปฤกษาได้

ข้อ ๒[แก้ไข]

ท่านเสนาบดีซึ่งมีอำนาจอยู่ในตำแหน่ง มีราชการที่เกี่ยวข้อง ฤามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มาประชุมปฤกษาในที่ประชุมเคาน์ซิลลอร์ออฟสเตดก็มาได้ แต่มิได้นับเข้าในพวกที่ปฤกษา ๒๐ นาย ซึ่งพระกรุณาโปรดเกล้าตั้งไว้ อนึ่งพระบาทสมเดจพระเจ้าแผ่นดินจะทรงเลือกพระบรมวงษานุวงษต่างกรมตั้งไว้ในที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน นอกจากจำพวกที่ปฤกษา ๒๐ นายนั้นได้อีก ๖ พระองค์ พระบรมวงษานุวงษ ๖ พระองค์นั้น ก็มีอำนาจจะเข้าไปนั่งประชุมปฤกษาในที่ประชุมปฤกษาราชการแผ่นดินได้ แลพระบรมวงษานุวงษซึ่งทรงตั้งไว้นี้ ถ้าในหมู่เคาน์ซิลลอร์ออฟสเตดที่ปฤกษาราชการแผ่นดินมีความรังเกียจ ชุมนุมกันลงชื่อจดหมายกล่าวโทษกราบบังคมทูล ตั้งแต่ ๖ นายขึ้นไป ถ้าพระเจ้าแผ่นดินทรงเหนชอบด้วย ก็จะต้องห้ามพระบรมวงษานุวงษซึ่งเปนที่รังเกียจนั้น ไม่ให้เข้าไปนั่งในที่ประชุมที่ปฤกษาต่อไป

ข้อ ๓[แก้ไข]

ข้าราชการผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งพระบาทสมเดจพระเจ้าแผ่นดินได้ทรงพระกรุณาโปรดยกย่องตั้งไว้ในที่ปฤกษาราชการแผ่นดินแล้ว ท่านผู้นั้นมียศบันดาศักดิ์ควรนับว่าเปนที่สองรองท่านเสนาบดี ท่านผู้นั้นได้ทำราชการเรียบร้อยดี จะพระราชทานเงินปีไม่ให้ต่ำกว่าปีละ ๔๕ ชั่ง แม้นถึงมิได้คงอยู่ในตำแหน่งราชการก็ดี ก็จะพระราชทานเปนส่วนเบี้ยเลี้ยงเสมอไปจนตลอดชีวิตร เพื่อเปนเครื่องประคับประคองรักษายศที่ได้ทรงยกย่องเปนที่ปฤกษาราชการแผ่นดิน

ข้อ ๔[แก้ไข]

ที่ปฤกษาราชการแผ่นดินทุกๆ นาย ต้องกระทำสัตยานุสัตยสาบาลตัวถวายตามคำสาบาล สำรับที่ปฤกษาราชการแผ่นดินก่อน แล้วจึ่งจะนับว่าเปนที่ปฤกษาราชการแผ่นดินได้ ถ้าผู้ใดยังไม่ได้สาบาลตัวแล้ว ผู้นั้นจะเข้านั่งในที่ปฤกษาราชการแผ่นดินไม่ได้

ข้อ ๕[แก้ไข]

พระบาทสมเดจพระเจ้าแผ่นดินเปนเปรสิเดนหัวน่าปธานาธิบดี เปนที่แล้วที่จบ เปนผู้บำรุงในที่ปฤกษาราชการแผ่นดินจะเสดจมาในที่ประชุม ฤาจะไม่เสดจมาก็ได้ตามพระราชอัทธยาไศรย

ข้อ ๖[แก้ไข]

เคาน์ซิลลอร์ออฟสเตดที่ปฤกษาราชการแผ่นดินต้องเลือกผู้หนึ่งผู้ใดใน ๒๐ นายนั้นยกให้เปนไวซ์เปรสิเดน คือเปนผู้ระงับแลบังคับสิทธิ์ขาดในการปฤกษาราชการแผ่นดินนายหนึ่ง เพื่อไว้เปนที่สองฉลองพระองค์ พระบาทสมเดจพระเจ้าแผ่นดินในเวลาซึ่งไม่ได้เสดจออกปฤกษาราชการแผ่นดินทุกคราวประชุม แลตำแหน่งไวซ์เปสิเดนนั้น จะเลือกจัดขึ้นไว้ปีละนายหนึ่ง ฤาจะเลือกซ้ำผู้ที่ได้เปนในปีก่อนนั้น ให้ว่าการไปอีกก็ได้ แต่เมื่อพร้อมใจกันเลือก เหนว่าท่านผู้ใดควรเปนไวซ์เปสิเดนได้ ก็ให้ลงชื่อกราบบังคมทูลพระกรุณาให้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทก่อน ถ้าทรงพระราชดำริห์เหนชอบด้วย ท่านผู้นั้นจึงเปนตำแหน่งไวซ์เปสิเดนได้ ถ้าผู้ซึ่งได้รับตำแหน่งไวเปนไวซ์เปรสิเดนแล้ว มีความผิดชอบไม่เปนที่พระราชหฤไทย ถึงยังไม่ครบกำหนดปี จะโปรดให้ออกจากเสียที่ไวซ์เปรสิเดนเวลาใดก็ได้

ข้อ ๗[แก้ไข]

ข้อ ๘[แก้ไข]

ข้อ ๙[แก้ไข]

ข้อ ๑๐[แก้ไข]

ข้อ ๑๑[แก้ไข]

ข้อ ๑๒[แก้ไข]

ข้อ ๑๓[แก้ไข]

ข้อ ๑๔[แก้ไข]

ข้อ ๑๕[แก้ไข]

ข้อ ๑๖[แก้ไข]

ข้อ ๑๗[แก้ไข]

ข้อ ๑๘[แก้ไข]

ข้อ ๑๙[แก้ไข]

ข้อ ๒๐[แก้ไข]

ข้อ ๒๑[แก้ไข]

ข้อ ๒๒[แก้ไข]

ข้อ ๒๓[แก้ไข]

ข้อ ๒๔[แก้ไข]

ข้อ ๒๕[แก้ไข]

ประกาศ ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๑๗
จาก ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑ วันอาทิตย เดือน ๙ แรม ๑๐ ค่ำ ปีจอ ฉศก ๑๒๓๖ แผ่นที่ ๑๖

ดูเพิ่ม[แก้ไข]


งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะมีลักษณะตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา ๗ สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(๑)   ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(๒)   รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(๓)   ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(๔)   คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(๕)   คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (๑) ถึง (๔) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น"