ข้ามไปเนื้อหา

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด) (2502)/บทที่ 9

(๘) รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

สมเด็จพระราเมศวรเจ้าผู้เป็นพระราชกุมารขึ้นเสวยราชสมบัติ ทรงพระนามชื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ยกวังทำเป็นวัดพระศรีสรรเพ็ชญ์ เสด็จมาอยู่ริมน้ำ จึงให้สร้างพระที่นั่งเบญจรัตน์มหาปราสาทองค์หนึ่ง สร้างพระที่นั่งสรรเพชญปราสาทองค์หนึ่ง[1] แล้วพระราชทานชื่อขุนนางตำแหน่งนา ให้เอาทหารเป็นสมุหพระกลาโหม เอาพลเรือนเป็นสมุหนายก เอาขุนเมืองเป็นพระนครบาลเมือง เอาขุนวังเป็นพระธรรมาธิกร เอาขุนนาเป็นพระเกษตรา เอาขุนคลังเป็นโกษาธิบดี ให้ถือศักดินาหมื่น แลที่ถวายพระเพลิงสมเด็จพระรามาธิบดี ที่พระองค์สร้างกรุงนั้นให้สถาปนาพระมหาธาตุแลพระวิหารเป็นพระอารามให้นามชื่อวัดพระราม

ศักราช ๘๐๒[2] ปีวอก โทศก ครั้งนั้นออกทรพิษตายมากนัก

ศักราช ๘๐๓[3] ปีระกา ตรีนิศก แต่งทัพไปเอาเมืองมะละกา

ศักราช ๘๐๔[4] ปีจอ จัตวาศก แต่งทัพไปเอาเมืองศรีสพเถิน ครั้งนั้นเสด็จหนุนทัพขึ้นไปตั้งทัพหลวงตำบลบ้านโคน

ศักราช ๘๐๕[5] ปีกุน เบญจศก ข้าวเปลือกแพงเป็นทะนานละ ๘๐๐ เบี้ย เบี้ยเฟื้องละ ๘๐๐ เบี้ย[6] เกวียนหนึ่งเป็นเงินสามชั่งกับสิบบาท

ศักราช ๘๐๖[7] ปีชวด ฉศก ให้บำรุงพระพุทธศาสนาบริบูรณ์ แลหล่อพระรูปพระโพธิสัตว์ ๕๕๐ พระชาติ

ศักราช ๘๐๘[8] ปีขาล อัฐศก เล่นการมหรสพฉลองพระ แลพระราชทานสมณชีพราหมณ์แลวรรณิพกทั้งปวง ครั้งนั้นพญาเชลียงคิดกบฏ พาครัวทั้งปวงไปแต่มหาราช

ศักราช ๘๐๙[9] ปีเถาะนพศก พญาเชลียงนำมหาราชมาเอาเมืองพิษณุโลก เข้าปล้นเมืองเป็นสามารถมิได้ จึงยกทัพเปรไปเอาเมืองกำแพงเพชร เข้าปล้นเมืองถึง ๗ วันมิได้ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเจ้าแลสมเด็จพระอินทราชาเสด็จขึ้นไปช่วยเมืองกำแพงเพชรทัน แลสมเด็จพระอินทราชาเจ้าตีทัพพญาเกียรติแตก ทัพท่านมาปะทัพหมื่นนคร ได้ชนช้างด้วยหมื่นนคร แลข้าศึกลาวทั้งสี่ช้างเข้ารุมเอาช้างพระที่นั่งช้างเดียว ครั้งนั้นพระอินทราชาเจ้าต้องปืนณพระพักตร ทัพมหาราชนั้นเลิกกลับคืนไป

ศักราช ๘๑๐[10] ปีมะโรง สัมเรทธิศก สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเจ้าสร้างวิหารวัดจุลามณี

ศักราช ๘๑๑[11] ปีมะเส็ง เอกศก สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเจ้าทรงพระผนวชวัดจุลามณีได้แปดเดือนแล้วลาพระผนวช

ศักราช ๘๑๓[12] ปีมะแม ตรีนิศก ครั้งนั้นมหาท้าวบุญ[13]ชิงเมืองเชียงใหม่แก่ท้าวลูก

ศักราช ๘๑๕[14] ปีระกา เบญจศก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ช้างเผือก

ศักราช ๘๑๖[15] ปีจอ ฉศก สมภพพระราชโอรสท่าน

ศักราช ๘๑๘[16] ปีชวด อัฐศก เสด็จไปเมืองเชลียง

ศักราช ๘๒๑[17] ปีเถาะ เอกศก แรกตั้งเมืองนครไทย

ศักราช ๘๒๒[18] ปีมะโรง โทศก พระสีห์ราชเดโชถึงแก่กรรม

ศักราช ๘๒๔[19] ปีมะเมีย จัตวาศก พญาลานช้างถึงแก่กรรม พระราชทานให้อภิเษกพญาซ้ายขวา[20] เป็นพญาลานช้าง

ศักราช ๘๒๖[21] ปีวอก ฉศก ทรงพระกรุณาให้เล่นการมหรสพฉลองพระศรีรัตนมหาธาตุ ๑๕ วัน

ศักราช ๘๒๘[22] ปีจอ อัฐศก พระบรมราชาผู้เป็นพระราชโอรสทรงพระผนวช

ศักราช ๘๒๙[23] ปีกุน นพศก สมเด็จพระโอรสเจ้าลาผนวช ประดิษฐานพระองค์ไว้ในที่พระมหาอุปราช

ศักราช ๘๓๐[24] ปีชวด สัมเรทธิศก สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าไปวังช้างตำบลสำฤทธิบริบูรณ์

ศักราช ๘๓๑[25] ปีฉลู เอกศก มหาราชท้าวลูกพิราลัย

ศักราช ๘๓๒[26] ปีขาล โทศก สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าเสด็จยกทัพไปตีเมืองทวาย แลเมืองทวายเสียนั้น[27] เกิดอุบาทว์เป็นหลายประการ โคตกลูกตัวหนึ่ง ตัวหนึ่งแปดเท้า ไก่ฟักฟองตกลูกตัวหนึ่งเป็นสี่เท้า ไก่ฟักฟองคู่ขอนตกลูกเป็นหกตัว อนึ่งข้าวสารงอกเป็นใบในปีนั้น สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จสวรรคต อยู่ในราชสมบัติ ๓๘ ปี

ศักราช ๘๓๔[28] ปีมะโรง จัตวาศก แรกให้ก่อกำแพงเมืองพิชัย


  1. ↑ ฉบับพันจันทนุมาศไม่มีข้อความที่ว่า “สร้างพระที่นั่งสรรเพชญปราสาททององค์หนึ่ง″
  2. ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๑๖ จอศก
  3. ↑ ″″ศักราช ๘๑๗ กุรศก
  4. ↑ ″″ศักราช ๘๑๘ ชวดศก
  5. ↑ ″″ศักราช ๘๑๙ ฉลูศก
  6. ↑ ฉบับพันจันทนุมาศว่า เบี้ย ๘๐๐ ต่อเฟื้อง เกวียนหนึ่งเป็น ๓ ชั่งกับ ๑๐ บาท
  7. ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๒๐ ขาลศก
  8. ↑ ″″ ศักราช ๘๒๒ มะโรงศก
  9. ↑ ″″ ศักราช ๘๒๕ มะแมศก
  10. ↑ ″″ ศักราช ๘๒๖ วอกศก
  11. ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๒๙ ระกาศก
  12. ↑ ″″″ ๘๓๐ ชวดศก
  13. ↑ ฉบับพันจันทนุมาศไม่มีคำว่า ครั้งนั้น
  14. ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๓๓ เถาะศก
  15. ↑ ″″″ ๘๓๔ มะโรงศก
  16. ↑ ″″″ ๘๓๖ มะเมียศก
  17. ↑ ″″″ ๘๓๙ ระกาศก
  18. ↑ ″″″ ๘๔๑ กุรศก
  19. ↑ ″″″ ๘๔๒ ชวดศก
  20. ↑ ฉบับพระราชหัตถเลขาว่า พระราชทานให้อภิเษกพระยาเมืองขวา เป็นพระยาล้านช้าง
  21. ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๔๔ ขาลศก
  22. ↑ ″″″ ๘๔๖ มะโรงศก
  23. ↑ ″″″ ๘๔๗ มะเส็งศก
  24. ↑ ″″″ ๘๔๘ มะเมียศก
  25. ↑ ″″″ ๘๔๙ มะแมศก
  26. ↑ ″″″ ๘๕๐ วอกศก
  27. ↑ ฉบับพันจันทนุมาศว่า “แลเมอเมืองทวายจะเสียนั้น″
  28. ↑ ฉบับหลวงประเสริฐว่า ศักราช ๘๕๒ จอศก