หนังสือพระราชพงษาวดาร/เล่ม 1/ส่วน 2/บท 1
สร้างกรุงศรีอยุทธยา
ศุภมัสดุ ศักราช ๗๑๒ ปีขาลโทศก, วัน ๖ ๖ฯ ๕ ค่ำ, เพลา๑ ๓ นาฬิกา ๙ บาท, สถาปนา๒กรุงเทพพระมหานครศรีอยุทธยา ชีพ่อ๓พราหมณ์ให้ฤกษ์ ตั้งพิธี๔กลปบาต, ได้สังข์ทักษิณาวัฏ๕ใต้ต้นหมันขอน ๑. แลสร้างพระที่นั่งไพฑูริย์มหาปราสาทองค์ ๑, สร้างพระที่นั่งไพชยนต์มหาปราสาทองค์ ๑, สร้างพระที่นั่งไอยสวรรย์มหาปราสาทองค์ ๑. แล้วพระเจ้าอู่ทองเสด็จเข้ามาครองราชสมบัติ์. ชีพ่อพราหมณ์ถวายพระนามว่าสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสุนทรบรมบพิตร์พระพุทธเจ้าอยู่หัวกรุงเทพทวาราวดี๖ศรีอยุทธยามหาดิลกภพนพรัตนราชธานีบุรีรมย์ จึ่งให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระราเมศวรขึ้นไปครองราชสมบัติ์ในเมืองลพบุรี. ครั้งนั้นพระยา๗ประเทศราชขึ้น ๑๖ เมือง, คือเมืองมละกา ๑, เมืองชวา ๑, เมืองตนาวศรี ๑, เมืองนครศรีธรรมราช ๑, เมืองทวาย ๑, เมืองเมาะตมะ ๑, เมืองเมาะลำเลิง ๑, เมืองสงขลา ๑, เมืองจันทบุรี ๑, เมืองพิศณุโลกย์ ๑, เมืองศุโขไทย ๑, เมืองพิไชย ๑, เมืองสวรรคโลกย์ ๑ เมืองพิจิตร์ ๑, เมืองกำแพงเพ็ชร์ ๑, เมืองนครสวรรค์ ๑. แล้วให้ขึ้นไปเชิญ, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระราเมศวรลงมาแต่เมืองลพบุรี, ทรงพระกรุณาตรัสว่า ขอม๘แปรภักตร์ จะให้ออกไปกระทำเสีย พระราเมศวรได้ฤกษ์ยกพล ๕๐๐๐, ไปถึงกรุงกัมพูชาธิบดีเพลาพลบค่ำ. พระยาอุปราช๙ราชบุตร์พระเจ้ากัมพูชาธิบดีทูลว่า ทัพเจ้า๑๐ซึ่งยกมาเลื่อยล้า๑๑อยู่, ยังมิได้พร้อมมูล๑๒, จะขอออกโจมทัพ๑๓. พระเจ้ากัมพูชาธิบดีเห็นด้วย พระยาอุปราชก็ออกโจมทัพ, ทัพน่ายังไม่ทันตั้งค่าย๑, ก็แตกฉาน๒มาประทะทัพหลวง, เสีย๓พระศรีสวัสดิ์แก่ชาวกัมพูชาธิบดี, มีข่าวเข้ามาถึงพระนคร. มีพระราชโองการให้ขุนตำรวจ๔ออกไปอัญเชิญ๕. สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้าผู้เปนพระเชษฐา๖อยู่ณเมืองสุพรรณบุรี. ครั้นเสด็จเข้ามาถึงพระนครแล้ว, พระเจ้าอยู่หัวตรัสว่า ให้อัญเชิญท่านออกไปช่วยหลานท่าน. สมเด็จพระบรมราชาธิราชเจ้า, จึ่งยกทัพ๗รีบออกไปถึงกรุงกัมพูชาธิบดี, ได้รบเอาไชยชำนะได้, ให้กวาดเข้าถ่ายครัวชาวกัมพูชาธิบดี, เข้าในพระนครเปนอันมาก.
ศักราช ๗๑๕ ปีมเสงเบ็ญจศก, วัน ๕ ๑ฯ ๔ ค่ำ, เพลา ๒ นาฬิกา ๕ บาท, ทรงพระกรุณาตรัสว่า, ที่ตำหนักเวียงเหล็กนั้นให้สถาปนาพระวิหาร, แลพระมหาธาตุ์๘เปนพระอารามแล้ว, ให้นามชื่อวัดพุทไธยสวรรย์. ม้าขุนสุวรรณ์พินิจไจยตกลูกศีษะเดียว, ตัวเปน ๒ ตัว ๘ เท้าชิงศีษะกัน. ไก่พระศรีมโหสถ, ฟักฟองตกลูกตัวเดียว ๒ ศีษะ.
ศักราช ๗๒๕ ปีเถาะเบญจศก, ทรงพระกรุณา๑๐ตรัสว่า, เจ้าแก้วเจ้าไทยออก๑๑อหิวาตกโรคตาย, ให้ขุดขึ้นเผาเสีย, ที่ปลงศพนั้น, ให้สถาปนาพระเจดีย์แลพระวิหารเปนพระอารามแล้ว, ให้นามชื่อว่าวัดป่าแก้ว.