แลพิพากษาคดีโดยกำหนดดังนี้ คือ
| ประการ | ๑ | ความแพ่งทุนทรัพย์ไม่เกิน ๕๐๐ บาท | ||
| ประการ | ๒ | ความมีโทษหลวงโดยกำหนดโทษเหล่านี้ คือ | ||
| สถาน | ๑ | จำ | ||
| สถาน | ๒ | เฆี่ยน | ||
| สถาน | ๓ | ปรับไหมไม่เกิน ๕๐๐๐ บาท |
มาตรา๑๘ศาลมณฑลมีอำนาจดังนี้ คือ
ข้อ๑บันดาอำนาจที่มีในศาลหัวเมือง
ข้อ๒ที่จะพิจารณาพิพากษาคดีทั้งปวงได้ทุกบทกฎหมาย
ข้อ๓ที่จะพิจารณาแลพิพากษาความอุทธรณ์ศาลต่ำในมณฑลนั้น
มาตรา๑๙คำพิพากษาคดีซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิตรอย่างหนึ่ง ถึงริบสมบัติอย่างหนึ่งนี้ เมื่อศาลได้อ่านให้คู่ความฟังแล้ว ต้องบอกส่งคำพิพากษาเข้ามายังเสนาบดีกระทรวงยุติธรรมให้ทำขึ้นกราบบังคมทูลฯ ก่อน ต่อได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้ว จึ่งจะกระทำตามคำพิพากษาได้ แต่คำพิพากษานอกจากนั้น เมื่อศาลได้พิพากษาแล้ว แลคู่ความมิได้อุทธรณ์ตามกฎหมาย ก็ให้ผู้พิพากษาหมายบอกผู้ว่าราชการเมืองแลกรมการให้บังคับตามคำพิพากษาได้ทุกประการ
มาตรา๒๐คู่ความจะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลแขวงแลศาลเมือง ให้อุทธรณ์ต่อศาลมณฑล เมื่อจะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลมณฑล จึ่งให้เข้ามาอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ณสนามสถิตย์ยุติธรรมในกรุงเทพฯ
มาตรา๒๑ผู้พิพากษาซึ่งเปนอธิบดีฤๅเปนประธานในศาลใด เปนผู้รับผิดชอบที่จะรักษาบันดาการในศาลนั้นให้เรียบร้อยถูกต้องตามแบบแผน แลมีอำนาจที่จะตั้ง จะผลัดเปลี่ยน แลบังคับบัญชาพนักงานในศาลได้ทุกตำแหน่ง แต่บรรดาที่ได้ว่าในมาตรานี้ ผู้พิพากษาต้องกระทำแต่โดยที่ได้อนุมัติของผู้บัญชาการเมืองซึ่งเปนผู้รับผิดชอบในฝ่ายธุระการทั่วไป
มาตรา๒๒อธิบดีผู้พิพากษาศาล