ความแพ่งซึ่งทุนทรัพย์ฤๅเบี้ยปรับไหมไม่เกิน ๕๐ บาท
มาตรา๑๓ผู้พิพากษาชั้นที่สองมีอำนาจดังนี้ คือ
ข้อ๑บันดาอำนาจที่มีในผู้พิพากษาชั้นที่สามนั้นก็ทำได้
ข้อ๒ที่จะพิจารณาแลพิพากษาคดีมีโทษหลวงชั้นลหุโทษเพียงอาญาจำไม่เกิน ๓ เดือน ฤๅปรับไหมไม่เกิน ๑๐๐ บาท ฤๅโบยด้วยไม้หวายไม่เกิน ๓๐ ที
ข้อ๓ที่จะพิจารณาแลพิพากษาความแพ่งซึ่งทุนทรัพย์ฤๅเบี้ยปรับไม่เกิน ๑๐๐ บาท
มาตรา๑๔ผู้พิพากษาชั้นที่หนึ่งมีอำนาจดังนี้ คือ
ข้อ๑บันดาอำนาจที่มีในผู้พิพากษาชั้นที่สองก็ทำได้
ข้อ๒ที่จะพิจารณาแลพิพากษาคดีมีโทษหลวงชั้นมัธยมโทษที่อาญาจำไม่เกิน ๖ เดือน ฤๅเบี้ยปรับไม่ถึง ๒๐๐ บาท ฤๅโทษโบยด้วยไม้หวายไม่เกิน ๕๐ ที
ข้อ๓ที่จะพิจารณาแลพิพากษาความแพ่งซึ่งทุนทรัพย์ฤๅเบี้ยปรับไม่ถึง ๒๐๐ บาท
มาตรา๑๕ผู้พิพากษาจะมีอำนาจตามที่ได้ว่ามานี้เฉพาะแต่เมื่อได้อยู่ในตำแหน่งได้บังคับคดีในศาลใด ๆ ฤๅเมื่อได้รับคำสั่งของผู้บัญชาการเมืองให้พิจารณาแลพิพากษาคดีพิเศษอย่างใด ๆ จึ่งจะมีอำนาจตามข้อความที่ได้ว่ามานี้ได้
มาตรา๑๖ศาลแขวงมีอำนาจที่จะพิจารณาแลพิพากษาคดีเพียงเท่าอำนาจในตำแหน่งของผู้พิพากษานั้น
มาตรา๑๗ศาลเมืองมีอำนาจดังนี้ คือ
ข้อ๑ถ้าคดีที่มาถึงศาลเมืองไม่เกินอำนาจในตำแหน่งผู้พิพากษา ผู้พิพากษาในศาลเมืองจะแยกกันพิจารณาแลพิพากษาคดีที่อยู่ในกำหนดอำนาจตำแหน่งของตนเรื่องละคนอย่างศาลแขวงก็ได้
ข้อ๒ถ้าคดีที่มาถึงศาลเมืองเกินอำนาจในตำแหน่งผู้พิพากษา ก็ให้ผู้พิพากษาศาลเมืองรวมเปนคณะพร้อมกันมีอำนาจที่จะพิจารณา