ที่จะเปรียบเทียบความ
มาตรา๓๑ศาลหัวเมืองมีอำนาจที่จะเปรียบเทียบบันดาคดีซึ่งไม่มีโทษหลวงฤๅเปนคดีมีโทษหลวงเพียงปรับไหมแลอยู่ในอำนาจแห่งศาลนั้น ๆ ให้แล้วต่อกันตามสมควรได้ทุกชั้นในกระบวนพิจารณา ถ้าคู่ความยินยอมในคำเปรียบเทียบ ก็ให้เปนที่แล้วต่อกันได้ในชั้นนั้น ถ้าไม่ยอม ก็ให้ศาลพิจารณาต่อไปให้สำเร็จเด็ดขาดตามลักษณพิจารณาในคดีนั้น ๆ
ว่าด้วยพนักงาน
จัดการรักษาพระราชบัญญัติ
มาตรา๓๒ให้กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย แลกระทรวงนครบาล เปนพนักงานรักษาแลจัดการให้สำเร็จตามความในพระราชบัญญัตินี้ตามน่าที่ของกระทรวงนั้น ๆ ทุกประการ
ประกาศมาณวันที่ ๒ มกราคม รัตนโกสินทรศ๒ก๘ ๑๑๔ เปนวันที่ ๙๙๑๔ ในรัชกาลปัตยุบันนี้

ยกศาลราชทัณฑ์พิเฉทมารวมอยู่ใน
ศาลพระราชอาญา แลรวมศาลแพ่ง
เกษม ศาลแพ่งไกสี เปนศาลแพ่ง
มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศทราบทั่วกันว่า
แต่ก่อนความพระราชอาญาคั่งค้างอยู่ในศาลมีมาก จึ่งได้ออกประกาศลงวันที่ ๑๑ มีนาคม รัตนโกสินทรศ๒ก๕ ๑๑๑ ตั้งศาลราชทัณฑ์พิเฉทเพิ่มเติมขึ้นอีกศาลหนึ่ง มีน่าที่ผู้พิพากษาตระลาการเจ้าพนักงานพิจารณาความอาญาเหมือนอย่างศาลพระราชอาญา เพื่อที่จะให้ความปลดเปลื้องแล้วไปไม่ให้คั่งค้างสะสมอยู่ได้ตามกาลเวลา
บัดนี้มีพระบรมราชประสงค์จะให้ผู้มีน่าที่ทำการณศาลในสนามสถิตย์ยุติธรรมรวบรวมกันทำการตามแบบอันดีให้เปนหลักฐานในราชการสืบไป
เพราะเหตุฉนี้ ตั้งแต่นี้ต่อไป ให้เลิกศาลราชทัณฑ์พิเฉทนั้นเสีย ยกมารวมใน