ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:คำพิพากษาคดีกบฏ - กรมโฆษณาการ - ๒๔๘๒.pdf/19

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๖

หลีกเลี่ยงไม่ไปประชุม หัวหน้าผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงดั่งกล่าวแล้ว ได้แยกกันเป็นสาย ๆ ในสายหนึ่ง ๆ มีพรรคพวกอีกหลายคน ฉะเพาะสายของพระยาทรงสุรเดช มีหลวงชำนาญยุทธศิลป์, หลวงรณสิทธิพิชัย อาจารย์และครูของโรงเรียนนายร้อยที่เป็นเหล่าทหารราบโดยมาก ส่วนสายของหลวงพิบูลสงครามนั้น มีนายทหารเหล่าเสนาธิการและเหล่าทหารปืนใหญ่โดยมาก ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้ประชุมกันถึงเรื่องที่จะยึดอำนาจทางทหารเหล่าใดก่อน ในข้อนี้พระยาทรงสุรเดชกับหลวงพิบูลสงครามมีความเห็นแตกต่างกัน เวลานั้น พระยาฤทธิอัคเนย์ เป็นผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่อยู่ก่อน จึงตกลงกันว่าจะยึดปืนใหญ่เล้ว ก็อย่าให้พระยาฤทธิอัคเนย์รู้ตัว ถึงตอนกลางคืนที่จะเข้าทำการยึดอำนาจการปกครอง ก็ให้บังคับเอาปืนใหญ่และรถยนตร์ลากปืนใหญ่ที่พระยาฤทธิอัคเนย์ทีเดียว

เมื่อยึดอำนาจการปกครองแล้ว คณะผู้ก่อการได้ขอพระราชทานรัฐธรรมนูญชั่วคราว เมื่อได้รับพระราชทานแล้ว ผู้ก่อการฝ่ายพลเรือนได้เสนอขอให้พระยามโนปกรณ์นิติธาดาเป็นประธานคณะกรรมการราษฎร ทั้งนี้ เห็นว่าพระยามโนปกรณ์นิติธาดาเคยปรารภมาก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองว่า ไม่ชอบระบอบการปกครองราชาธิปไตย ประกอบด้วยพระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นผู้ที่กว้างขวางในระหว่างชาวต่างประเทศ และสนิทสนมกับพระปกเกล้าฯ จะได้ทำการเพื่อสมัครสมานระหว่างคณะผู้ก่อการกับพระปกเกล้าฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น จะได้ช่วยกันบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปโดยราบรื่น ส่วนพระยาพหลพลพยุหเสนานั้น ได้เสนอขอให้พระองค์เจ้าบวรเดชเป็นอัครมหาเสนาบดี คือ ประธานคณะกรรมการราษฎร แต่ที่ประชุมส่วนมากไม่เห็นชอบด้วย เกรงว่า พระองค์เจ้าบวรเดชจะปกครองไปในทางแบบเผด็จการ ผู้ที่ประชุมส่วนมากจึงได้เลือกพระยามโนปกรณ์นิติธาดา เป็นประธานคณะกรรมการราษฎร ๆ นั้นเทียบเท่ากับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทุกวันนี้ พระยาพหลพลพยุหเสนาได้รับตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารบก พระยาทรงสุรเดช