สงครามก็ร้องขึ้นว่า “ตาลียิง” นายร้อยตรีผลก็วิ่งขึ้นไปชั้นบนจวนจะสุดบรรไดก็ได้ยินเสียงปืนดังอีก ๑ นัด ในขณะนี้เห็นหลวงพิบูลสงครามวิ่งออกมาจากห้องนางพิบูลสงครามสวนกับนายร้อยตรีผล นายลีวิ่งตามมาห่างประมาณ ๑ เมตร หลวงพิบูลสงครามได้ร้องว่า “ตาลียิง” อีก นายร้อยตรีผลจึงได้ผลักหลวงพิบูลสงครามเข้าไปในห้อง ในขณะนี้เองนายลีได้ยกมือที่ถือปืนขึ้นหันปากกะบอกปืนไปทางหลวงพิบูลสงคราม ทำท่าจะยิงซ้ำอีก นายร้อยตรีผลจึงได้โดดเอามือซ้ายปัดมือขวาของนายลี และชกนายลีล้มคว่ำลงไปแล้วจึงคร่อมไว้เอามือซ้ายรัดคอ เอามือขวาแย่งปืนที่นายลี ขณะนั้นมีนายร้อยเอกเผ่า, นายร้อยตรีเปล่ง รุจะศิริ, พันจ่าตรีทองดีได้เข้ามาช่วยกันจับแย่งปืนจากมือนายลีไปได้ แล้วจึงนำตัวลงมาข้างล่างมอบตัวให้ตำรวจไป ปืนที่แย่งมาได้นั้นเป็นปืนโคลท์รีวอลเวอร์ของหลวงพิบูลสงคราม ซึ่งพันจ่าตรีทองดีนำไปวางไว้ในรถยนตร์คันที่เตรียมจะใช้ไปในงานเลี้ยงที่กระทรวงกลาโหม กะสุนปืนที่นายลีใช้ยิงนั้น นัดแรกถูกพื้นทะลุลงมายังห้องรับแขก นัดที่ ๒ ถูกขอบกะจกโต๊ะเครื่องแป้งของนางพิบูลสงคราม ในขณะที่นายลียิงนั้น หลวงพิบูลสงครามกำลังเริ่มแต่งกายไปในงานเลี้ยง
นายลีผู้นี้มีหน้าที่ขับรถยนตร์ หลวงพิบูลสงครามได้อุปการะเลี้ยงดูให้มีฐานะดีขึ้นเป็นลำดับ ตลอดจนบุตร์ภริยาและเป็นผู้ไว้เนื้อเชื่อใจมาช้านานแล้ว
ได้ความจากนายร้อยตรีผล และนางริ้ว กฤษณเหม พะยานโจทก์ต่อไปว่า ก่อนที่นายลีจะยิงหลวงพิบูลสงครามสักเล็กน้อย เห็นนายลีได้เสพสุราถี่ขึ้น มักจะออกไปนอกบ้านผิดปกติและกลับบ้านเวลาค่ำคืนเสมอ ก่อนเกิดเหตุประมาณ ๑๕ วัน นางริ้วได้ยินนายลีพูดกับบุตร์ว่า เดือน ๑๒ นี้ถ้าพ่อถูกหวยเบอร์แล้วพ่อไม่ยอมตายดอกน๊ะ ถ้าไม่ถูกละพ่อตาย นางริ้วถามนายลีว่าทำไมจึงพูกอย่างนั้น นายลีตอบว่าไม่เชื่อก็คอบดูไปซี ก่อนเกิดเหตุ ๑ วันนายลีไม่อยู่บ้าน เวลาราว ๒๑ นาฬิกาจึงกลับมามีอาการมึนเมาด้วย