ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/226

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
211

ดึกค่ำวันนั้นหยิงเพาก็สิ้นชีพ เจ็บหยู่ไม่ถึง 24 ชั่วโมง แต่ไม่มีอาการเช่นเคยได้ยินเขาเล่ากันว่าคนจะตายด้วยพิสหมาบ้ามักร้องเปนเสียงเห่าหอนหรือน้ำลายฟอดฟูมปากหย่างหนึ่งหย่างได

เมื่อหยิงเพาถูกหมาบ้ากัดที่พระปถมเจดีย์ เปนเวลาไปตามสเด็ด คนรู้กันมาก ครั้นเทอสิ้นชีพจึงมีคนสงสาร จนเปนเรื่องโจดกันกันแพร่หลาย มีมิตรของฉันคนหนึ่ง เข้าไจว่าตัวหมอมาโนส์ฝรั่งเสสซึ่งเปนผู้ทำหนองปลูกฝีดาด มาพูดแก่ฉันว่า ที่จิงหยิงเพาไม่ควนตาย เพราะหมอปาสเตอร์พบวิธีรักสาโรคกลัวน้ำได้แล้ว ถ้าหยิงเพาหยู่ไนยุโรป หรือแม้เพียงหยู่ที่เมืองไซ่ง่อนอันมีสถานปาสเตอร์ ก็จะรักสาหายได้โดยง่าย ที่ต้องตายเพราะไม่มียาไนกรุงเทพฯ เท่านั้น เขาเห็นว่า ถ้าหากฉันคิดตั้งสถานปาสเตอร์ที่ไนกรุงเทพฯ ด้วยเหตุที่ลูกตายครั้งนั้น คงจะสำเหร็ดได้เพราะคนสงสารมีมาก คนที่หวาดหวั่นเกรงจะเปนเช่นเดียวกันไนครอบครัวของเขาก็มี และการที่จะตั้งสถานปาสเตอร์ก็ไม่ยากหรือจะต้องสิ้นเปลืองเท่าไดนัก ถ้าฉันบอกบุยเรี่ยไรไนเวลานั้นคงจะได้เงินพอแก่การ ฉันเห็นชอบด้วย เพราะเมื่อฉันไปยุโรปครั้งแรกไน พ.ส. 2434 ได้เคยไปดูสถานปาสเตอร์ที่เมืองปารีสซึ่งเพิ่งตั้งขึ้นไม่ช้านัก ตัวหมอปาสเตอร์เองเปนผู้นำฉันเที่ยวดูทั่วทั้งสถาน และไห้ดูวิธีทำสิรัมตั้งแต่เจาะหัวกะต่าย เอาพิสหมาบ้าฉีดลงไนสมอง ไห้พิสเกิดไนตัวกะต่ายก่อน เมื่อกะต่ายตายด้วยพิสนั้นแล้ว เอาเอ็นไนซากกะต่ายมาผสมยาทำเปนสิรัม และไห้ฉีดยารักสาเด็กคนหนึ่งซึ่งถูกหมา