เบื้องบุรพทิศณวันอาทิตย์เดือนห้าขึ้นสามค่ำ เปนวันประชุมเจ้า พระยาแลพระยาพระหลวงขุนหมื่นข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยมารับพระราชทานน้ำพระพิพัฒน์สัจจาแต่ณวันพุฒแรม ๑๓ ค่ำตามเมืองใกล้ไกล
๏ยังมีพระไทยเถรองค์หนึ่งเปนเชื้อมาแต่พระนาคเสน เอาเลขกะหํปายามาถวาย จึงลบพระพุทธศักราช ๑๘๕๗ เปนจุลศักราช ๓๐๖ ปีมโรงฉศก เปนจุลศักราชใหม่สำหรับอาณาจักรจะได้ใช้สืบไปกว่าจะสิ้นพระพุทธสาสนาพระพุทธเจ้า ๕๐๐๐ พรรษา แล้วพระองค์สร้างวัดวิหารแกลบไว้เปนหลักพระพุทธสาสนา พระเจ้าสินธพอำมรินทร์เสวยราชสมบัติ ๕๙ ปี พระองค์สวรรคต
(ต่อนี้กล่าวถึงบุพกรรมแห่งพระยาสุทัศนซึ่งครองเมืองอินทปัตแลมีเรื่องพระยาแกรก ความซ้ำกันกับที่กล่าวมาแล้ว)
๏ยังมีบุรุษผู้หนึ่งทำบุญให้ทานแลรักษาศีล แลได้สร้างพระเชตุพนถวายแก่พระพุทธเจ้า ทั้งน้ำอาบแลน้ำฉันไม้สีฟันแลน้ำบ้วนพระโอษฐทั้งดอกไม้แลเข้ากระยาคูเข้าบิณฑบาตเปนอาหาร แลใจบุรุษผู้นั้นไม่รู้จักฉันทาโทษาแก่ท่านผู้อื่น ตั้งแต่ให้ทานรักษาศีลมิให้ขาดแต่ในสาสนาพระพุทธกัสสปทศพลเปนเจ้า แลบุรุษผู้นั้นครั้นตายได้ไปเกิดในสวรรค์ แล้วก็มีมาเกิดในสาสนาพระพุทธเจ้าเรานี้ในตระกูลเศรษฐีมีในบ้านอโรชคาม มีเศรษฐี ๕๐๐ เปนบริวาร ชื่อเจ้าสุทัศนกุมาร จำเริญใหญ่ขึ้นมา แลเศรษฐีผู้บิดาให้มีเรือน จึงร้อนถึงอาศนพระอินทราธิราช แลพระอินทรเจ้าจึงให้พระวิศุกรรมมานฤมิตรเปนปราสาททองมีพื้นได้ ๗ ชั้น ประดับด้วยแก้ว ๗ ประการ