ตรัศว่า จะเปนขบถฤๅ พระมหาอุปราชความกลัวพระราชบิดาเปนกำลัง ออกจากที่เฝ้า เสด็จมาพระราชวังบวรสถานมงคล เพลาค่ำเสวยยาพิศม์สวรรคต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระโทมนัศโศกาดูรภาพถึงพระราชโอรสเปนอันมาก แล้วให้แต่งการพระราชทานเพลิงพระศพตามอย่างพระมหาอุปราช สมเด็จพระบาทบรมนารถบรมบพิตรพระพุทธเจ้าอยู่หัวตั้งพระไทยบำเพ็ญทานการกุศลเปนอเนกประการ.
๏ครั้นลุศักราช ๙๖๓ ปีฉลูตรีนิศก ทรงพระประชวรหนัก เสด็จสวรรคต อยู่ในราชสมบัติได้ ๙ พระพรรษา.
๏จึ่งท้าวพระยาเสนาบดีมนตรีมุขทั้งหลายพร้อมทั้งพระสังฆราชคามวาสีอรัญวาสีปฤกษากันเสร็จ อัญเชิญเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระศรีเสาวภาคย์ซึ่งเสียพระเนตรข้างหนึ่งขึ้นผ่านพิภพไอสูรย์สวรรยาธิปัติถวัลยราชประเพณีสืบไป สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้แต่งการถวายพระเพลิงพระศพสมเด็จพระราชบิดาโดยราชประเพณีพระมหากระษัตริย์เจ้าแต่ก่อน.
๏ลุศักราช ๙๖๔ ปีขาลจัตวาศก พระศรีศิลป์บวชอยู่วัดระฆัง รู้พระไตรปิฎกสันทัด ได้สมณถานันดรเปนพระพิมลธรรมอนันตปรีชา ชำนาญทั้งไตรเพทางคสาสตรราชสาสตร มีศิษย์โยมมาก ทั้งจมื่นศรีสรรักษ์ก็ถวายตัวเปนบุตรเลี้ยง ครั้งนั้นเชี่ยวชาญ คนทั้งหลายนับถือมาก จึ่งคิดกันกับจมื่นศรสรรักษ์แลศิษย์โยมเปนความลับซ่องสุมพรรคพวกได้มากแล้วก็บริวัตรออก เพลาพลบค่ำก็พากันไปชุม