
ศุภมัสดุ พระพุทธสาสนกาลเปนอดีตภาคล่วงแล้ว ๒๔๔๑ พรรษา ปัตยุบันกาล จันทรคตินิยม จุลศักราชยังเปน ๑๒๖๐ วะราหะสังวัจฉระ จิตรมาศ กฤษณปักษ นวะมีดิถี สุริยคติวิธี ลุรัตนโกสินทรศก ๑๑๘ เมษายนมาศ จะตุตถะมาสาหะคุณพิเศษ ภุมวาร ปัญจมรัชกาล ทวัตติงสะติมะสังวัจฉระ ทวาธิกสะตุตตะระสะหัสสะมุปะริ ทะศะสะหัสสิมะทิวสะเขตร ปริเฉทกาลกำหนด
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ บดินทรเทพยมหามงกุฎ บุรุศยรัตนราชรวิวงษ วรุตมพงษบริพัตร วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ บรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณธรรมอันประเสริฐ เสด็จออกณพระที่นั่งจักรกรีมหาปราสาทบรมราชพิมาน โดยสฐานอุตราภิมุข ภายใต้พระมหานพปดลเสวตรฉัตร เหนือรัตนบรรยงก์ พร้อมด้วยพระบรมวงษานุวงษ แลเสนาบดี รัฐมนตรี องคมนตรี ข้าทูลลอองธุลีพระบาท กระวีชาติ ราชบริพารฝ่ายทหารพลเรือน เฝ้าทูลลอองธุลีพระบาทบงกช โดยกำหนดตำแหน่งเปนอันดับกัน
จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า พระราชกำหนดกฎหมายเดิมที่ว่าด้วยการข่มขืนทำชำเราผู้หญิงนั้นยังบกพร่องอยู่หลายประการ เปนเหตุให้เกิดความสงไสยต่าง ๆ ในการพิจารณาพิพากษาคดีที่กล่าวหากันว่าข่มขืนทำชำเรา จึงทรงพระราชดำริห์เห็นสมควรให้แก้ไขพระราชกำหนดกฎหมายนั้นเสียใหม่ให้ชัดเจนดีขึ้นกว่าแต่ก่อน
เหตุฉนี้จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ตราพระราชกำหนดไว้ต่อไปดังนี้
มาตรา๑พระราชกำหนดนี้ให้เรียกว่า พระราชกำหนดลักษณข่มขืนล่วงประเวณี รัตนโกสินทรศก ๑๑๘ แลให้ใช้ได้ตั้งแต่วันที่ได้ลงในพระราชกำหนดนี้เปนต้นไปตลอดทั่วพระราชอาณาเขตรสยาม
มาตรา๒บันดาพระราชกำหนดกฎหมายเก่าบทใดซึ่งยังมิได้ให้ยกเลิกเสียนั้น ถ้าเปนการขัดขวางกับความในพระราชกำหนดนี้ในข้อใดข้อหนึ่งแล้ว ก็อย่าให้ยกเอาพระราชกำหนดกฎหมายบทนั้นมาลบล้างข้อความในพระราชกำหนดนี้ ให้ถือเสียว่าเหมือนดังได้ยกเลิกพระราชกำหนดกฎหมายบทนั้นเสียชนั้น
มาตรา๓ชายใดทำชำเราด้วยหญิงในเหตุ ๔ ประการดังที่จะกล่าวต่อไปข้างล่างนี้ ท่านว่าชายผู้นั้นข่มขืนทำชำเราหญิง คือ