มีปัญหาเกิดขึ้นขณะพิสูจน์อักษรหน้านี้
| แม่แบบ {{หัวสลับ 2}} ถูกยกเลิกแล้ว กรุณาใช้แม่แบบ {{หัวสลับ}} ทดแทน |
๖๐
กฎ ๓๖ ข้อ
| สำนวรเปนแพ้เปนชะนะ อย่าเภ่อพิภากษาให้ปรับ ถ้าตัดสำ |
| นวรเปนแพ้เปนชะนะ จึ่งพิภากษาให้ปรับทีเดียว |
| กฎให้ไว้ณวัน ๒ ๕+ ๑๑ ค่ำ จุละศักราช ๑๐๓๒ ปีจอ โทศก |
- 6
| อนึ่ง มีกฎให้ไว้ว่า ราษฎรจะร้องฟ้องหาความแก่กัน |
| ณะโรงสานกรมใด ๆ ก็ดี แลโจทจำเลยนั้นอย่าให้ทำเปนอำ |
| ยวนเคลือบแอบแฝงเปนกลย่นย่อไว้ในข้อหา แลให้ผู้ |
| พิจารณา ๆ ดูฟ้อง ถ้าแลเคลือบแฝงเปนกลอยู่ อย่าให้รับ |
| อนึ่ง ถ้าฝ่ายจำเลยให้การเปนกลความ อย่าให้กระลา |
| การผู้พิจารณาเขียนเอาคำให้การ ถ้าแลกระลาการผู้พิจารณา |
| รับฟ้องแลเขียนเอาคำให้การซึ่งเปนกลนั้น ให้เอากระลาการ |
| ผู้พิจารณาแลโจทจำเลยซึ่งว่าเนื้อความเปนกลนั้นเปนโทษ |
| จงหนัก |
| กฎให้ไว้ณวัน ๕ ๑๑ + ๖ ค่ำ จุละศักราช ๑๐๓๓ ปีกุญ ตรีนิศก |
- 7
| ๗อนึ่ง พระมหามนตรีรับพระราชโองการใส่เกล้าฯ สั่ง |
| ว่า ให้อาช |
| ลูกความไปชี้แก่ลูกขุนณสานหลวง ถ้าลูกความติดใจกระลา |
| การ ให้มีคำขึ้นแก่ขุนราชพินิใจผู้เสนอ ให้รับเอาถ้อยคำนั้น |
| เสนอแก่ลูกขุน ถ้าติดใจลูกขุนว่า พิภากษาเนอความขาด |
| เหลือ ก็ให้ลูกความติงทุเลา ถ้าติงทุเลาชอบ ให้พิพากษาหา |
| ความชอบคืนสืบไป อย่าให้ลูกความทุ่งเถียงตอบโต้ลูกขุน |
ม.ธ.ก.