ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Rachathirat 2496.djvu/40

จาก วิกิซอร์ซ
(เปลี่ยนทางจาก หน้า:Rachathirat 2432 (01).djvu/39)
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๓๗

พระอธิษฐานแล้วก็เข้าที่พระบรรทม ครั้นล่วงเข้าเวลาปัจฉิมยาม จึงเทพยดาอันสถิตย์สิงอยู่ในบวรเสวตฉัตร จึงบันดาลให้พระเจ้าฟ้ารั่วนิมิตฝันว่า ซึ่งข้าศึกมาล้อมพระนครไว้ครั้งนี้ จะทรงพระวิตกไปไย พระยาช้างเผือกผู้ของพระองค์เป็นชัยมงคลอยู่แล้ว ให้เร่งแต่งที่บนยอดเขาใกล้เมืองเมาะตะมะ ประดับด้วยราชวัตรฉัตรธง แลให้เอาอ่างทองคำใส่น้ำตั้งพิธีแล้ว จึงประดับพระยาช้างด้วยเครื่องคชาภรณ์อันงาม เชิญขึ้นไปณยอดเขาซึ่งตั้งพิธีนั้น พระยาช้างก็จะสูบเอาน้ำในอ่างทองพ่นออกไปทิศใด ปัจจามิตรที่อยู่ในทิศนั้นก็จะปราชัยไปทุกทิศ ครั้นพระเจ้าฟ้ารั่วตื่นจากที่พระบรรทมแล้ว ทรงพระดำริห์ว่าชรอยเทพยดาเจ้ามาบอกเหตุให้เราแล้วเป็นมั่นคง จึงเสด็จออกสั่งให้แต่งที่ณยอดเขาใกล้เมืองเมาตะมะเสร็จแล้ว ถึงเวลาอุดมฤกษ์ก็ให้เชิญพระยาช้างขึ้นไปสถิตย์ในโรงราชพิธี

ฝ่ายพระยาช้างก็สูบเอาน้ำในอ่างทองแล้ว ก็พ่นออกไปตามทิศซึ่งข้าศึกตั้งอยู่นั้น ช้างในกองทัพเมืองเชียงใหม่ได้ยินเสียงพระยาช้างเผือกพ่นน้ำออกไปก็ตกใจ วิ่งเหยียบกองทัพ ๆ ก็แตกไป ชาวเมืองเมาะตะมะก็เปิดประตูเมืองออกไป เก็บได้เครื่องสาตราวุธแลผู้คนช้างม้าเป็นอันมาก จำเดิมแต่ทัพเมืองเชียงใหม่แตกไปแล้ว ชาวเมืองเมาะตะมะก็มีความสุขทั่วทุกชายหญิง ครั้นอยู่นานมา ชังคีชังแง ซึ่งเป็นบุตรพระเจ้าตราพระยานั้น พระเจ้าฟ้ารั่วให้เชิญพานพระศรีองค์หนึ่ง เชิญพระเต้าน้ำองค์หนึ่ง ด้วยเห็นว่าเป็นพระราชนัดดาหาแคลงพระทัยไม่ ใช้สอยสนิทอยู่ วันหนึ่งอำมาตย์ทั้งปวงจึงบอกชังคีชังแงว่า พ่อทั้งสองนี้หาเป็นพระราชบุตรพระเจ้าฟ้ารั่วไม่ เป็นบุตรพระเจ้าตราพระยาต่างหาก ชังคีชังแงสงสัยนัก จึงไปทูลถาม