- ๕ -
| พระมุนีพุทธเจ้า มีจิตเสมอภาคต่อสรรพสัตว์ คือ ในพระเทวทัต
|
| พลแม่นธนู โจรองคุลิมาล พระราหุล และในช้างธนบาล
|
พระพุทธเจ้าเหล่านี้ ย่อมไม่มีปฏิฆะ (ความขุ่นเคือง) ไม่มีราคะ (ความกำหนัด) พระพุทธเจ้า มีจิตเสมอภาคต่อชนทั้งปวง
|
| คือต่อผู้ที่จะปลงพระชนม์และต่อพระโอรส
|
๒.๕ มิลินทปัญหา เป็นปกรณ์ที่ตอบโจทย์คำถามว่าพระพุทธเจ้ายังมีความโกรธอยู่หรือไม่
กล่าวคือ ราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๕ เคยมีผู้กล่าวทำนองว่า พระพุทธเจ้า น่าจะยังมีความโกรธหลงเหลืออยู่ โดยอ้างถึงเรื่องที่พระผู้มีพระภาคทรงประณามภิกษุสงฆ์ในจาตุมสูตร ซึ่งเป็นกรณีเดียวกันนี้ ในกาลครั้งนั้น พระนาคเสนเถระถวายพระพรตอบพระราชาผู้ตรัสถาม สรุปความได้ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หาได้ทรงประณามภิกษุสงฆ์ด้วยความโกรธแต่อย่างใดไม่ หากแต่ทรงประณามเพราะเหตุคือความผิดของภิกษุสงฆ์เอง เปรียบเสมือนบุคคลเดิน
ไม่ระวังแล้วสะดุดล้มลงที่พื้นปฐพี จะกล่าวหาพื้นปฐพี่ว่าแกล้งทำให้ตนล้ม หาได้ไม่ เพราะพื้นปฐพีไม่เคยมีความโกรธหรือความพอใจใคร ๆ และเปรียบเสมือนสมุทรสาครไม่ยอมอยู่ร่วมกับซากศพ แต่กลับพัดพาซากศพเข้าหาฝั่งทุกวันคืน จะกล่าวหาสมุทรสาคร ว่า เหตุใด จึงไม่เก็บซากศพไว้ หาได้ไม่ เพราะมหาสมุทรไม่เคยมีความโกรธหรือความพอใจใด ๆ ซึ่งสุดท้ายพระราชาตรัสยอมรับว่า "ท่านพระนาคเสน วิสัชนาได้ถูกต้องแล้ว" สำหรับชาวพุทธ
ทั่วโลก ประเด็นปัญหาที่ว่าพระพุทธเจ้า ยังทรงมีความโกรธอยู่หรือไม่นั้น เป็นที่ยุติแล้วตามข้อวิสัชนาในมิลินทปัญหายุติแล้วเป็นเวลานาน ผ่านมากว่า ๒,๐๐๐ ปี
| ประเด็นที่ ๓
|
|
กรณีการกล่าวว่า พุทธเจ้าบอกว่า สิ่งที่ควรค่าแก่การเคารพสักการะกราบไหว้ในฐานะชาวพุทธ มีเพียง ๓ เท่านั้น คือ
|
| ๑. ธาตุเจดีย์ ที่เรียกว่าพระบรมสารีริกธาตุ
|
| ๒. ปริโภคเจดีย์ คือต้นพระโพธิอันเป็นที่ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
|
| ๓. อุทเทสิกเจดีย์ คือการแสดงธรรม
|
๓.๑ ประเด็นที่ ๓ นี้ เป็นการนำคำแปลในอรรถกถากลิงคโพธิชาดก มากล่าวเป็นเชิงปฏิเสธว่าพระพุทธรูป ไม่ใช่อุทเทสิกเจดีย์ จึงไม่ใช่สิ่งที่ควรกราบไหว้ ในอรรถกถากาลิงคโพธิชาดกนั้น ปรากฏข้อความบาลีว่า "อุทฺทิสิกมวตฺถุกํ มมายนมตฺตเมว โหติ" อุทฺทิสิกมวตฺถุกํ ตัดบทเป็น อุทฺทิสิกํ อวตฺถุกํ คำแปลที่ถูกนำมาอ้างอิงคือ อุทฺทิสกํ อุทเทสิกเจดีย์ อวตฺถุกํ ไม่มีวัตถุปรากฏ มมายนมตฺตํ เอว โหติ แต่เป็นสิ่งที่เนื่องด้วยพระตถาคต ในประโยคนี้ สมควรแปลให้ถูกต้องว่า อุทฺทิสกํ อุทสิกเจดีย์ อวตฺถุกํ มิใช่สถานที่ หรือแปลว่ามิใช่วัตถุสิ่งของ มมายนมตฺตํ เอว โหติ เป็นเพียงสิ่งนับเนื่องด้วยเราตถาคตเท่านั้น การที่แปล อวตฺถุกํ ว่า มิใช่สถานที่ เป็นการแปลที่สอดคล้องกับประโยคช่วงต้นเรื่อง คือ เอกสฺส ปูชนียฏฺฐานสุส สกุกุเณยยภาวํ ชานาถ ซึ่งแปลความว่า ท่านโปรดรับรู้ถึงสถานที่สักแห่งซึ่งสามารถจะเป็นปูชนียสถาน (สถานที่รองรับการบูชา) ได้ และเป็นการแปลไปตามธาตุ คือ วสุ ธาตุ ในความอยู่ (นิวาเส) การแปลเช่นนี้ ไม่เป็นการปฏิเสธการกราบไหว้พระพุทธรูปและสมกันกับคำบาลีในอรรถกถานิธิกัณฑสูตร ที่ระบุว่า เอวํ ภควา ยสฺส ทาเนนาติ อิมาย คาถาย ปุญฺญสมฺปทาย ปรมตฺถ โต นิธิภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ยตฺถ นิหิโต โส นิธิ สุนิหิโต โหติ ตํ วตถุํ ทสฺเสนฺโต อาห