อธิบายระยะทางล่องน้ำพิง


เมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ จะเสด็จไปยุโรป ได้มีรับสั่งไว้ว่า ในงานปลงศพนางประชุมรุกขพันธุ์ (จันทร์ ศรุตานนท์) ซึ่งเจ้าภาพจะได้จัดทำในเดือนพฤษภาคม ปีนี้ มีพระประสงค์จะใคร่ทรงพิมพ์หนังสือประทานช่วยเป็นของแจกในเวลาทำฌาปนกิจสักเรื่อง ๑ เพื่อเป็นปฏิการที่ได้ทรงชอบพอคุ้นเคยกับผู้มรณะมาช้านาน ให้ราชบัณฑิตยสภาจัดหาเรื่องหนังสือถวาย ราชบัณฑิตยสภามีประสงค์จะใคร่ให้เป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศเธอฯ พระองค์นั้น ตรวจดูเห็นมีเหมาะอยู่เรื่องหนึ่ง คือ คำอธิบายระยะทางล่องลำน้ำพิง ซึ่งทรงพระนิพนธ์ถวายพระวิมาดาเธอ กรมพระสุทธาสินีนาฎ เมื่อเสด็จประพาสมณฑลพายัพในปีเถาะ พ.ศ. ๒๔๗๐
คำอธิบายเรื่องนี้ ถ้าดูแต่ชื่อเผิน ๆ อาจเข้าใจว่า มีประโยชน์สำหรับผู้เที่ยวไปตามลำน้ำพิงเท่านั้น ที่จริงหาใช่เช่นนั้นไม่ เป็นคำอธิบายอันเกี่ยวด้วยโบราณสถานและโบราณวัตถุอันอยู่ในแถบนั้นเป็นอย่างดี มีทั้งพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ หนังสือนี้ แม้ได้พิมพ์มาครั้ง ๑ แล้วก็ดี แต่มีจำนวนน้อย และไปแจกจ่ายในที่ไกล เห็นสมควรจะพิมพ์ให้แพร่หลายในกรุงเทพฯ อีกครั้ง ๑ จึงได้จัดพิมพ์ขึ้นในสมุดเล่มนี้ และได้พิมพ์คำอธิบายของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งได้ทรงพระนิพนธ์ในคราวนั้นลงไว้ด้วย เพื่อให้ทราบมูลเหตุและพระประสงค์ที่ทรงพระนิพนธ์คำอธิบายเรื่องนี้
วันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๓
ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๐ นี้ พระวิมาดาเธอฯ จะเสด็จขึ้นไปประพาสมณฑลพายัพกับสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมขุนอู่ทองเขตขัติยนารี แลพระเจ้าพี่นางเธอพระองค์อื่นอิก การไปทางไกลเช่นพระวิมาดาเธอฯ จะเสด็จไปคราวนี้ ย่อมเปนโอกาศของผู้ที่นับถือหรือคุ้นเคยจะจัดสิ่งของอันพึงต้องการในระยะทาง เช่น เสบียง เปนต้น ถวายโดยมีน้ำใจ ข้าพเจ้าก็มีความประสงค์จะหาของถวายด้วยเหตุนั้น แต่มานึกดูเห็นว่า ผู้ถวายคงมีมากด้วยกัน ของอย่างอื่นซึ่งจะเปนประโยชน์ในการเดินทางเห็นจะบริบูรณ์อยู่ทุกอย่างแล้ว จะยังขาดก็แต่หนังสืออธิบายระยะทางที่จะเสด็จไป ถึงกระนั้น ในตอนที่จะเสด็จไปทางบก ก็มีหนังสือจดหมายเหตุระยะทางซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเลียบมณฑลพายัพเมื่อปีกลาย (พ.ศ. ๒๔๖๙) อยู่แล้ว ยังขาดแต่อธิบายระยะทางตอนล่องลำน้ำพิง ผเอิญข้าพเจ้ามีหนังสือนั้น ด้วยเมื่อปีระกา พ.ศ. ๒๔๖๔ ข้าพเจ้าขึ่นไปเที่ยวมณฑลพายัพ ได้ล่องลงมาทางเรือ โดยมีความประสงค์จะตรวจเมืองโบราณตามริมลำน้ำพิง พระราชายาเจ้าดารารัสมีซึ่งเอาพระทัยใส่ศึกษาโบราณคดีไม่มีผู้อื่นเสมอในมณฑลพายัพ ใคร่จะทรงทราบการที่ข้าพเจ้าตรวจ ตรัสขอให้บอกไปให้ทราบด้วย ข้าพเจ้าจึงได้จดอธิบายระยะทางที่ล่องลำน้ำพิงลงมาในคราวนั้น ตั้งแต่เมืองนครเชียงใหม่จนถึงปากน้ำโพธิ์ แล้วคัดส่งไปถวายพระราชชายาฯ ตามพระประสงค์ ต้นฉบับหนังสือนั้นยังมีอยู่ แลยังไม่เคยพิมพ์ เดิมคิดว่า จะคัดเปนฉบับพิมพ์ดีดถวายพระวิมาดาเธอฯ แต่เมื่อพระโสภณอักษรกิจทราบ บอกว่า ใคร่จะหาของถวายพระวิมาดาเธอฯ ในคราวเสด็จประพาสมณฑลพายัพครั้งนี้อยู่เหมือนกัน ขออนุญาติพิมพ์หนังสือระยะทางที่ข้าพเจ้าแต่งเปนของถวาย ข้าพเจ้าเห็นชอบด้วย เพราะถวายเปนฉบับพิมพ์ดีด ก็จะมีแต่ฉบับเดียว ถ้าพระโสภณฯ พิมพ์ถวาย จะได้ประมาณแจกเจ้านายและผู้ซึ่งไปตามเสด็จ ตลอดจนผู้อื่นในมณฑลพายัพ และหนังสือเรื่องนี้จะได้เปนประโยชน์ต่อไปแก่บรรดาผู้ที่ล่องลำน้ำพิงในวันหน้าด้วย จึงได้ตรวจแก้ไขเพิ่มเติมฉบับบ้างตามสมควร แล้วอนุญาตให้พระโสภณฯ พิมพ์ตามประสงค์
| วันที่ | ๑๑ | กุมภาพันธ์ เช้า จากเชียงใหม่มาพักแรมตำบลท้ายเหมือง | หน้า | ๑ | ||||
| วันที่ | ๑๒ | พักแรมตำบลปากบ่อง – ไปดูเวียงป่าซาง – ตำนานเมืองป่าซาง | หน้า | ๑ | ||||
| วันที่ | ๑๓ | แวะบ้านหนองดู่ (บ้านมอญ) ไปดูวัดเดิม – วัดใหม่ – ตำนาน | ||||||
| บ้านหนองดู่ – พักแรมบ้านหนองดู่ | หน้า | ๒ | ||||||
| วันที่ | ๑๔ | แวะเขาดอยน้อย – พักแรมพระธาตุจอมทอง | หน้า | ๓ | ||||
| วันที่ | ๑๕ | ไปดูพระธาตุจอมทอง – ตำนานพระธาตุจอมทอง – ประเพณีสรงน้ำ | ||||||
| พระธาตุ – พักร้อนที่ท่าอาบนาง – พักแรมบ้านแม่สอย | หน้า | ๓ | ||||||
| วันที่ | ๑๖ | ไปดูวัดแม่สอย – พักร้อนตำบลสบแจ่ม – พักแรมอำเภอเมืองฮอด | หน้า | ๔ | ||||
| วันที่ | ๑๗ | ไปดูวัดฮอด – ดอยอู่แก้ว – วัดพระโต – วัดเจดีย์สูง – อธิบายชื่อเมือง | ||||||
| ฮอด – พักร้อนบ้านแอ่น – พักแรมบ้านท่าเรือ | หน้า | ๕ | ||||||
| วันที่ | ๑๘ | แวะท่าเชิงดอยเคิ่ง – พระศรีวิชัยให้พระพุทธรูปและพระพิมพ์ – | ||||||
| พักแรมบ้านมืดกา – การเตรียมเรือลงแก่ง – ว่าด้วยการลงแก่ง – | ||||||||
| รายชื่อแก่ง | หน้า | ๖ | ||||||
| วันที่ | ๑๙ | ลงแก่งป๊อก – แก่งใหม่ – แก่งอกม้า – พักร้อนที่ผาปาง – เที่ยวถ้ำผา | ||||||
| ปาง – พักแรมบ้านก้อ | หน้า | ๑๑ | ||||||
| วันที่ | ๒๐ | ลงแก่งก้อ – แก่งขอน – แก่งผาตา – แก่งอุมปัด – พักแรมบ้าน | ||||||
| สะเรียม | หน้า | ๑๒ | ||||||
| วันที่ | ๒ | x | หน้า | x | ||||
| วันที่ | ๒ | x | หน้า | x | ||||
| วันที่ | ๒ | x | หน้า | x | ||||
| วันที่ | ๒ | x | หน้า | x | ||||
| วันที่ | ๒ | x | หน้า | x | ||||
| วันที่ | ๒ | x | หน้า | x | ||||
| วันที่ | ๒ | x | หน้า | xหน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/9หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/10 |
เวลาเช้า ๘.๓๐ ก.ท. ล่องเรือจากเมืองเชียงใหม่มาพักแรมที่ตำบลท้ายเหมือง ที่นี้ หม่อมเจ้าบวรเดช อุปราชมณฑลภาคพายัพ กำลังทำทำนบในลำน้ำพิงเพื่อไขน้ำเข้ามาทางฝั่งตวันออก
เวลาเช้า ๘.๓๐ ก.ท. ออกเรือจากที่พักท้ายเหมือง เวลาบ่าย ๒.๓๐ ล.ท. ถึงที่พักแรม ตำบลปากบ่อง[1] แขวงเมืองลำพูน เจ้านครลำพูนมาส่งแล้วค้างอยู่ด้วยคืน ๑ เวลาบ่าย ๕.๐๐ ล.ท. ไปดูเวียงป่าซาง เวียงป่าซางนี้มีเรื่องปรากฎในพงศาวดารว่า เมื่อครั้งกรุงธนบุรีนั้น เมืองเชียงใหม่ร้างอยู่ ถึงรัชกาลที่ ๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๐ ได้ข่าวว่า พม่าจะยกกำลังลงมาตั้งเมืองเชียงใหม่และอยู่ปกครองมณฑลพายัพอิก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกจึงดำรัสสั่งพระยากาวิละ เจ้าเมืองนครลำปาง (ผู้เปนพี่ใหญ่ในเจ้า ๗ ตน) ให้แบ่งกำลังที่เมืองลำปางขึ้นไปอยู่ครองเมืองเชียงใหม่ พระยากาวิละยกขึ้นไป เห็นว่า กำลังที่มียังไม่พอจะรักษาเมืองเชียงใหม่ต่อสู้ข้าศึกได้ จึงตั้งอยู่เพียงที่เวียงป่าซางนี้ พม่ายกมาตีหลายครั้ง ก็ต่อสู้รักษาไว้ได้ จนราว พ.ศ. ๒๓๓๘ จึงได้ขึ้นไปอยู่ครองเมืองเชียงใหม่ ดังนี้ ที่เวียงป่าซางเดี๋ยวนี้มีตลาดใหญ่ มีวัดเก่า ๒ วัด เรียก วัดอินทขีล (คือ หลักเมือง) แต่หลักอินทขีลได้ถอนไปรวมไว้กับหลักเมืองเชียงใหม่ วัด ๑ วัดป่าซางงาม เปนวัดใหญ่ พิเคราะห์ดูเห็นว่า เวียงป่าซางเปนที่ชัยภูมิ สมควรที่พระยากาวิละมาตั้ง ด้วยเปนที่อุดมด้วยไร่นา การรักษาต่อสู้ข้าศึกก็เหมาะ ด้วยมีลำน้ำแม่ทาอยู่ด้านเหนือ ลำน้ำพิงอยู่ด้านตวันตก และอยู่ตรงที่ร่วมทางคมนาคมจะไปเมืองลำพูนเมืองเชียงใหม่หรือจะไปมากับเมืองนครลำปางและเมืองตากสดวกทุกทาง กลางคืน เจ้าลำพูนมีซอให้ฟัง
เวลาเช้า ๘.๓๐ ก.ท. ออกเรือ แวะบ้านหนองดู่ เปนบ้านมอญ ได้ความว่า อพยพขึ้นมาจากข้างใต้ได้สัก ๓ ชั่วคน เดี๋ยวนี้มีมอญประมาณ ๑๒๐ คน มีวัดโบราณ ๒ วัด วัดดอน เรียกว่า วัดเดิม มีพระเจดีย์ก่ออิฐฐานสี่มุข พระเจดีย์กลม ลายปั้นงาม ทำนองจะเปนวัดหลวง อิกวัดหนึ่งอยู่ริมน้ำ เปนวัดเก่า ปฏิสังขรณ์ใหม่ บ้านหนองดู่มีเรื่องนิทานเล่ากันว่า เปนบ้านเศรษฐีซึ่งเปนบิดาของนางจามเทวี เดิมจะยกนางจามเทวีให้แก่บุตรเศรษฐีบ้านหนองเหวี่ยง แต่ทีหลังกลับคำ ด้วยเห็นบุตรเศรษฐีบ้านหนองเหวี่ยงรูปชั่ว บิดาสองฝ่ายเกิดวิวาทกัน ร้อนถึงพระอินทร์ จึงให้พระวิสสุกรรมมารับนางไปถวายพระฤษีวาสุเทพ พระฤษีวาสุเทพชุบนางให้งามยิ่งขึ้น แล้วส่งไปถวายเปนธิดาเจ้ากรุงละโว้ ดังนี้
ทางฝั่งตวันตกตรงหนองดู่ไปทางประมาณ ๔ กิโลเมตร ถึงเมืองทะกาฬ หรือท่ากาน เปนเมืองร้าง หาได้ไปดูไม่
เวลาเช้า ๘.๓๐ ก.ท. ออกเรือมาแวะที่เขาดอยน้อย อยู่ริมน้ำทางฝั่งตวันตก มีทางขึ้นถึงยอดดอย มีวัดและพระเจดีย์ของโบราณ ว่า เดิมมีศิลาจารึก แต่เดี๋ยวนี้เอาศิลาจารึกนั้นไปไว้ที่วัดพระธาตุจอมทอง วันนี้เรือติดมาก ถึงที่พักแรมตรงที่ว่าการอำเภอจอมทองจวนค่ำ
ไปวัดพระธาตุจอมทอง อยู่ฝั่งตวันตก ที่ท่าขึ้นมีพลับพลาที่พักพระเจ้าอินทรวิชยานนท์สร้างไว้ และทำถนนข้ามทุ่งไปถึงบ้านหลวง อยู่ที่เชิงเนินจอมทอง ระยะทาง ๒ กิโลเมตร วัดพระธาตุอยู่บนเนิน เปนวัดโบราณ มีศิลาจารึก ๒ แผ่น มีพระเจดีย์ ซุ้มประตู และกำแพงของเดิม วิหารหลวงกับโบสถ์พระยาเชียงใหม่ช้างเผือกสร้างใหม่แทนของเดิม วัดจอมทองนี้เปนที่นับถือ ด้วยมีพระบรมสารีริกธาตุองค์ ๑ เรื่องตำนานในพื้นเมืองมีหลักฐานฟังได้แต่ว่า พระบรมธาตุได้มาประดิษฐานอยู่ที่ตำบลจอมทองกว่า ๓๐๐ ปีแล้ว ถ้าว่าตามตาเห็น มีหลักฐานที่เชื่อได้แน่ว่า พระสงฆ์อันเปนผู้รอบรู้ขนบธรรมเนียมลังกาได้เชิญพระบรมธาตุองค์นี้มา และได้นำแบบแผนการปฏิบัติบูชาพระเขี้ยวแก้วที่เมืองลังกามาจัดขึ้นไว้อย่างเดียวกันที่พระธาตุจอมทองนี้ ความข้อนี้ทราบได้ด้วยเมื่อผู้แต่งหนังสือนี้ไปยุโรปใน พ.ศ. ๒๔๓๔ ได้โอกาศขึ้นไปเมืองสิงขัณฑ์ (แกนดี) รัฐบาลอังกฤษเขามีแก่ใจสั่งให้เชิญพระเขี้ยวแก้วออกให้บูชา ได้เห็นเครื่องยศ เครื่องประโคม ตลอดจนที่เก็บรักษาพระเขี้ยวแก้ว และวิธีอาราธนาเชิญพระเขี้ยวแก้วออกสรงน้ำ ไม่ผิดกับที่จัดและที่มีณพระธาตุจอมทองนี้ เปนพิธีแปลกน่าดู นับว่า ประหลาดที่รักษาแบบแผนสืบมาได้ช้านาน ตามประเพณีเมืองเขาสรงน้ำพระธาตุทุก ๑๕ วันแต่เดือน ๓ ถึงเดือน ๖
อนึ่ง ที่พระธาตุจอมทองมีของถวายเปนพุทธพลีมากมายหลายอย่าง แม้จนช้างและเครื่องช้าง ด้วยเปนธรรมเนียมเจ้านายไปมาทางเมืองใต้ต้องแวะบูชาเปนนิจ
ออกเรือเช้า ๙.๑๕ ก.ท. แวะจอดกินกลางวันที่ท่าอาบนาง เปนหินแท่นใหญ่อยู่ริมน้ำที่ท้ายดอยห้วยลิง กล่าวในตำนานว่า นางจามเทวีได้มานั่งอาบน้ำที่แท่นหินนั้น วันนี้เรือติดบ่อยมาก ถึงที่พักแรมตำบลบ้านแม่สอยเวลาย่ำค่ำเศษพอก่อนมืด
เวลาเช้าขึ้น ดูวัดแม่สอย เปนวัดสามัญ ออกเรือเวลาเช้า ๗.๔๕ ก.ท. หยุดกินกลางวันที่ตำบลสบแจ่ม (คือ ปากแม่น้ำแม่แจ่ม) ห้วยแม่แจ่มนี้ตอนบนลำน้ำไหลผ่ายช่องเขาเหมือนกับประตูหิน เรียกว่า ออบแจ่ม เห็นรูปถ่าย กล่าวกันว่า เปนที่งามประหลาดนัก แต่ทางไปจากปากน้ำแจ่มเดินเติมวันจึงถึง ไม่มีเวลาพอ จึงไม่ได้ไป ระยะทางที่ลงมาวันนี้มีเนินเขาตกน้ำเปนระยะมาตลอดทาง บางแห่งงามน่าดู แต่เวลาล่องมา น้ำตื้น เรือติด ต้องเข็นบ่อย ๆ ระยะทางก็ไกล ค่ำกลางทาง อาศรัยที่คนเรือชำนาญ ล่องลงมาได้ เวลา ๒ ทุ่ม จึงถึงที่พักแรมณอำเภอเมืองฮอด ตอนจวนถึง แม่น้ำวกวน เสียเวลาอย่างยิ่ง ชาวบ้านเดินบกเพียง ๕๐ เส้น ทางเรือล่องถึง ๒ ชั่วโมง
เวลาเช้า ๗.๐๐ ก.ท. ไปดูวัดฮอด มีพระเจดีย์ฝีมือสร้างครั้งสมัยศรีอยุธยา และมีวิหาร โบสถ์ ซุ้มประตู ฝีมือสร้างรุ่น ๆ เดียวกับที่พระยาเชียงใหม่ช้างเผือกสร้างที่วัดพระสิงห์ ที่วัดนี้มีพระบรมธาตุซึ่งเปนที่นับถือองค์หนึ่ง ทำนองจะเอาอย่างมาแต่ที่จอมทอง ออกจากวัดฮอดไปขึ้นเขาดอยอู่แก้ว มีพระเจดีย์เก่าก่อด้วยอิฐองค์หนึ่ง กับวิหารใหม่หลังหนึ่ง ที่พระเจดีย์เปนที่คนไปเก็บพลอยแดงอันมีตกเรี่ยรายอยู่ที่ฐานพระเจดีย์เปนอันมาก เห็นจะเปนของบรรจุไว้กับพระธาตุที่ในพระเจดีย์ซึ่งมีรอยคนร้ายขุด และพลอยมักมีเรี่ยรายอยู่บนฐานพระเจดีย์ด้านตรงช่องที่ขุดนั้น จึงไม่น่าเชื่อว่า จะเปนของมีในเขานั้นอย่างชาวเมืองเข้าใจ พลอยนั้นเปนพลอยแดง ทำนองหินฟันม้าเม็ดเล็ก ๆ ลงจากดอยอู่แก้วไปดูวัดพระโต เปนพระก่อหน้าตักราว ๘ ศอก แล้วไปดูวัดเจดีย์สูงเปนวัดใหญ่กว่าทุกวัด เจดีย์สูงประมาร ๑๕ วา ฐานสี่เหลี่ยมหน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/16หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/17หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/18หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/19หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/20
หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/25หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/26หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/27หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/28หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/29หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/30หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/31หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/32หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/33หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/34หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/35หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/36หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/37หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/38หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/39หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/40หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/41หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/42หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/43หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/44หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/45หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/46หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/47หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/48หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/49หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/50หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/51หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/52หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/53หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/54หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/55หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/56หน้า:อธิบายล่องลำน้ำพิง - ดำรง - ๒๔๗๓.pdf/57
- ↑ ปีนั้น น้ำน้อย เรือแม่น้ำปะลำของเจ้าเชียงใหม่ที่จัดให้มาก็เปนเรือใหญ่กว่าเรือแม่ปะสามัญ มักติดตื้น ต้องเข็นเนือง ๆ ตลอดทาง จึงล่องช้ากว่าปรกติ
งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า
- ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
- ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
- ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
- เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
- เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณางานนั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
- ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
- ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
- แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก
Public domainPublic domainfalsefalse


