คำอาราธนาและถวายทานต่าง ๆ

จาก วิกิซอร์ซ
(เปลี่ยนทางจาก คำอาราธนาธรรม)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คำอาราธนา
และ
ถวายทานต่าง ๆ
พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ
พระวิเศษบรรณการ (พวง สุตตะภวานนท์)
ณ เมรุวัดมหาพฤฒาราม (วัดตะเคียน)
วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๙

คำอาราธนา
และ
ถวายทานต่าง ๆ
พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ
พระวิเศษบรรณการ (พวง สุตตะภวานนท์)
ณ เมรุวัดมหาพฤฒาราม (วัดตะเคียน)
วันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๙



ในการพระราชทานเพลิงศพท่านผู้ถึงแก่กรรมครั้งนี้ ได้คำนึงถึงหนังสือที่จะจัดพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงาน ไม่เห็นหนังสือใดจะเหมาะสม ตลอดทั้งผู้วิ่งเต้นและเวลาก็มีน้อย จึงตกลงใจจัดรวบรวมคำอาราธนาศีล คำถวายทานต่าง ๆ และแบบใบปวารณา รวมจัดพิมพ์ขึ้นเป็นรูปเล่ม และใช้คำไทยแทนคำบาลีทั้งสิ้น ทั้งนี้ เพื่อสดวกในการอ่าน ซึ่งส่วนมากอ่านคำบาลีกันไม่ค่อยถนัดนัก โดยเห็นว่า จะเป็นประโยชน์ดีแก่ผู้ได้ และทั้งท่านผู้ถึงแก่กรรมก็มีใจฝักใฝ่ในทางนี้อยู่เป็นอันมาก

กุศลกิจใด ๆ ที่ได้บำเพ็ญไปแล้วนี้ ขอจงเป็นผลดลสนองแก่ท่านผู้วายชนม์โดยควรทุกประการ.

  • พระวิเศษบรรณาการ[วซ 1] (พวง สุตตะภวานนท์)
  • ชาตะ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๐๖
  • มตะ ๖ พฤศจิกายน ๒๔๙๘

พระวิเศษบรรณการ (พวง สุตตะภวานนท์) เกิด ณ วันพฤหัศบดี ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๔ ปีกุน ตรงกับวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๐๖ เป็นบุตรนายพั้ว และนางเพ็ง สุตตะภวานนท์ ณ บ้านเดิม จังหวัดสิงห์บุรี

เมื่อเยาว์ ได้รับการศึกษาพอควรแก่ฐานะในขณะนั้น และได้เริ่มเข้ารับราชการประจำอยู่ ณ กรมไปรษณีย์โทรเลข กระทรวงคมนาคม แต่แรกจนวาระสุดท้าย ออกรับพระราชทานบำนาญเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๙

ได้รับพระราชทานยศตั้งแต่ชั้นต่ำจนถึงอำมาตย์ตรีเป็นที่สุด

ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นขุนพิพิธทะเบียนการ และหลวงวิเศษบรรณการ แล้วเลื่อนขึ้นเป็นพระในราชทินนามเดิม

ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือก และมงกฏ[วซ 2] ชั้น ๔ และเหรียญที่ระลึกต่าง ๆ

ได้ทำการสมรสกับภรรยาชื่อ นาก วิเศษบรรณการ เกิดบุตรธิดาด้วยกัน แต่ทั้งภรรยาและบุตรธิดาได้ถึงแก่กรรมไปก่อนท่านแล้วทั้งสิ้น

ขณะเมื่อออกจากราชการแล้ว ท่านก็ได้ใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบอยู่กับบ้าน ได้หันเข้าทางพระศาสนาอย่างแท้จริง โดยบำเพ็ญตนเป็นพุทธมามกะอย่างเคร่งครัด พยายามช่วยเหลือเกี่ยวกับงานในด้านพระศาสนาอยู่เสมอ ในโอกาศธรรมดาก็ถือศีลฟังธรรมอยู่เป็นนิจตลอดมา ส่วนทางด้านครอบครัว ท่านก็ได้ให้ความร่วมเย็นเป็นสุขแก่ลูกหลานโดยทั่วกัน และมีไมตรีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ตลอดถึงบุคคลภายนอกและเพื่อนบ้านใกล้เคียงเป็นอย่างดีที่สุดเท่าที่จะพึงทำได้

ท่านป่วยด้วยโรคชรา ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๘ ด้วยอาการสงบ อายุ ๙๒ โดยปี

อโห อนิจฺจา สงฺขารา

มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัต[วซ 3] ถายะ ตี[วซ 4] สะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ฯ[วซ 5]

ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ฯ

ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะณัตถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ สีลานิ ยาจามะ ฯ

อาราธนาศีล ๘ ในวันพระ ก็แบบเดียวกัน ต่างกันแต่เปลี่ยน "ปัญจะ" เป็น "อัฏฐะ" เท่านั้น

มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมัน นาคะตัง อุโปสถัง ยาจามะ ฯ[วซ 6]

ทุติยัมปิ มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมัน นาคะตัง อุโปสถัง ยาจามะ ฯ

ตะติยัมปิ มะยัง ภันเต ติสะระเณนะ สะหะ อัฏฐังคะสะมัน นาคะตัง อุโปสถัง ยาจามะ ฯ

พรหมา จะ โลกาธิปาตี[วซ 7] สะหัมปะติ กะตัญ[วซ 8] ชะลี อนะ[วซ 9] ธิวะรัง อะยาจะถะ สันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกา เทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปิมัง ปะชัง ฯ[วซ 10]

ตั้งนโม ๓ หน

สุทินนัง วะตะ เม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง โหตุ ฯ

ทุติยัมปิ สุทินนัง วะตะ เม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง โหตุ ฯ

ตะติยัมปิ สุทินนัง วะตะ เม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง โหตุ ฯ

คำแปล อันว่าทานข้าพเจ้าให้ดีแล้วหนอ ขอจงนำมาซึ่งความสิ้นไปแห่งอาสวะ

อิทัง เม ทานัง มาตาปิตุยาทีนัง ญาตะกานัง สังวัตตะตุ มัยหัง นาตา[วซ 11] ปิตาทะโย ญาตะกา อิมัสสะ ทานัสสะ ปัตติง ละภันตุ มะมะ เจตะสา ฯ

คำแปล อันว่าทานของข้าพเจ้านี้ จงเป็นไปเพื่อญาติทั้งหลาย มีมารดา บิดา เป็นต้น ของข้าพเจ้า ขอบรรดาญาติทั้งหลาย มีมารดา บิดา เป็นต้น จงได้รับส่วนของทานนี้ตามความประสงค์ของข้าพเจ้านั้นเทอญ

อิมานิ  มะยัง
อะหัง
ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุ
สังฆัสสะ โอโณชยา  มะ
มิ
สาธุ  โน
เม
ภันเต ภิกขุ

สังโฆ อิมานิ ภัตตานิ สะปะริวารานิ ปฏิคคัณหาตุ

อัมหากัง
มะมะ
ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ

(เฉพาะคนเดียว ว่า อะหัง, มิ, เม, มะมะ)

คำแปล ข้าแต่พระเป็นเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งปวงขอน้อมถวายภัตตาหารกับของบริวารทั้งหลายเหล่านี้แก่สงฆ์ จงรับภัตตาหารกับของบริวารทั้งหลายเหล่านี้ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งปวงสิ้นกาลนานเทอญ ฯ[วซ 12]

อิมานิ  มะยัง
อะหัง
ภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุ
สังฆัสสะ โอโณชยา  มะ
มิ
สาธุ  โน
เม
ภันเต ภิกขุ

สังโฆ อิมานิ ภัตตานิ สะปา[วซ 13] ริวารานิ ปฏิคคัณหาตุ

อัมหากัญเจวะ
มะมัญเจวะ
มาตาปิตุอาทีนัง[วซ 14] ญาตกานัญจะ[วซ 15]

ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ ฯ

(เฉพาะคนเดียว เปลี่ยนเป็น อะหัง, มิ, เม, มะมัญเจวะ)

คำแปล ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวายภัตตาหารกับของบริวารทั้งหลายเหล่านี้แก่สงฆ์ ขอสงฆ์จงรับภัตตาหารกับของบริวารทั้งหลายเหล่านี้ของข้าพเจ้าทั้งปวง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งปวงด้วย แก่ญาติทั้งหลาย มีมารดา บิดา เป็นต้น ด้วย สิ้นกาลนานเทอญ ฯ[วซ 16]

อิมัง สะปะริวารัง กฐินะจีวะระทุสสัง สังฆัสสะ โอโณชยา  มะ
มิ

ทุติยัมปิ อิมัง (เหมือนวรรคต้น)

ตติยัมปิ อิมัง (เหมือนวรรคต้น)[วซ 17]

หนที่ ๓ ลากเสียง โอโณชยา  มะ
มิ
 ให้ช้า พอสังเกตได้ว่า จะจบ

คำแปล ข้าพเจ้าทั้งปวงขอน้อมถวายซึ่งผ้ากฐินจีวรกับของบริวารทั้งหลายเหล่านี้แก่สงฆ์ แม้วารที่ ๒ฯ แม้วาระที่ ๓ฯ แปลเหมือนกัน

อิมานิ มะยัง ภันเต ปังสุกุลจีวรานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณชยามะ สาธุโนภันเต ภิกขุสังโฆ

อิมานิ ปังสุกุลจีวรานิ สะปะริวารานิ ปฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ฑี[วซ 18] ฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ ฯ[วซ 19]

คำแปล ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งปวงขอน้อมถวายซึ่งจีวรพร้อมทั้งเครื่องบริวารทั้งหลายเหล่านี้แก่สงฆ์ ขอสงฆ์จงรับซึ่งจีวรพร้อมทั้งเครื่องบริวารทั้งหลายเหล่านี้ของข้าพเจ้าทั้งปวง เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งปวงสิ้นกาลนานเทอญ ฯ

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

ขอกุศลผลบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายจงเป็นผู้ถึงความสุข

ตันหัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อภิปุชะยะนิ สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ ปัจฉิมา ชะนะตะนุกัมปะมานะสา อิเม สักกาเร ทุคตะคะปัณณาการะ ภูเต ปะฏิคคัณหาตุ มะมะ ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ ฯ

อิมัง สูปั[วซ 20] พยัญชะนะสัมปันนัง สาลีนัง โภชะนัง สะปะริสุทโธทะกัง พุทธาทิระตะนัตตะยัสสะ ปูชะนัตถายะ นิยยาเทมิ สาธุ โน ภันเต พุทธา ทิระตะนัตตะยัง อิทังโภชะนัง ทุกคะตะปัณณา การะภูตัง ปฏิคัณหะตุ[วซ 21] สัทธิง สัพเพหิ ญาติภิ มะมะ ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ ฯ

ข้าพเจ้าขอน้อมถวายปัจจัยสี่แด่พระผู้เป็นเจ้า เป็นมูลค่า ... บาท ... สตางค์ ได้มอบไว้แก่ไวยาวัจจกรของพระคุณเจ้าแล้ว เมื่อจำนงสิ่งใดในสิ่งที่ควรแก่สมณบริโภค โปรดเรียกจากไวยาวัจจกรของพระคุณเจ้านั้นเทอญ ฯ


  • พิมพ์ที่ ร.พ.พาณิชย์เจริญ วงเวียนใหญ่ ธนบุรี
  • นายนพ เจริญพิทักษ์ ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา ๒๔๙๙

เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ[แก้ไข]

  1. ต้นฉบับคงพิมพ์ "บรรณการ" ผิด (เพราะแห่งอื่น ๆ ว่า "บรรณการ")
  2. ต้นฉบับคงพิมพ์ "มงกุฎ" ผิด
  3. คำถวายทาน (2494, น. 1) ว่า "นตฺ" ทุกแห่ง ส่วน บทสวดมนต์ (2504, น. 22) และ หนังสือสวดมนต์ (2522, น. 12) ว่า "นัต" ทุกแห่ง
  4. ต้นฉบับคงพิมพ์ "ติ" ผิด
  5. คำถวายทาน (2494, น. 1) ให้คำแปลว่า "ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอศีล ๕ กับพระไตรสรณคมน์ (เพื่อประโยชน์จะรักษาต่าง ๆ กัน)" ส่วน หนังสือสวดมนต์ (2522, น. 12) ให้คำแปลว่า "ท่านเจ้าขา ข้าพเจ้าทั้งหลายขอศีล ๕ กับสรณะ ๓ เพื่อรักษาเป็นข้อ ๆ"
  6. หนังสือสวดมนต์ (2522, น. 13) ให้คำแปลว่า "ท่านเจ้าขา ข้าพเจ้าทั้งหลายขออุโบสถศีล ประกอบด้วยองค์ ๘ กับสรณะ ๓ [เพื่อรักษาเป็นข้อ ๆ]"
  7. คำถวายทาน (2494, น. 2) ว่า "ปติ", บทสวดมนต์ (2504, น. 22) ว่า "ปะติ", หนังสือสวดมนต์ (2496, น. 335) ว่า "ปตี", หนังสือสวดมนต์ (2522, น. 13) ว่า "ปะตี"
  8. คำถวายทาน (2494, น. 2) และ หนังสือสวดมนต์ (2496, น. 335) ว่า "กตฺอญฺ" ส่วน บทสวดมนต์ (2504, น. 22) และ หนังสือสวดมนต์ (2522, น. 13) ว่า "กัตอัญ"
  9. บทสวดมนต์ (2504, น. 22) และ หนังสือสวดมนต์ (2522, น. 13) ว่า "อัน", หนังสือสวดมนต์ (2496, น. 335) ว่า "อนฺ"
  10. คำถวายทาน (2494, น. 2) ให้คำแปลว่า
    "ท้าวสหัมบดีพรหมซึ่งเป็นใหญ่ของโลกได้ประณมกรวิงวอนพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีพระธรรมอันประเสริฐ (ว่า) สัตว์ทั้งหลายที่มีธุลี คือ ราคาทิกิเลส ในปัญญาจักษุน้อย มีอยู่ในโลกนี้ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงอนุเคราะห์หมู่สัตว์นี้ แสดงธรรมเถิด"
    บทสวดมนต์ (2504, น. 23) ให้คำแปลว่า
    "ท้าวสหัมปดีพรหมผู้เป็นอธิบดีของโลกได้ประคองอัญชะลีกราบทูลวิงวอนพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ประเสริฐว่า 'ในโลกนี้ สัตว์ทั้งหลายที่มีธุลี คือ ราคาทิกิเลส ในปัญญาจักษุน้อย เบาบาง มีอยู่ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงทรงแสดงธรรม เพื่ออนุเคราะห์หมู่สัตว์โลกด้วยเถิด ฯ'"
    หนังสือสวดมนต์ (2496, น. 335) ให้คำแปลว่า
    "ท้าวสหัสบดีพรหมผู้เป็นอธิบดีแห่งโลกได้ทำอัญชลี (คือ ประณมมือ) แล้วทูลอาราธนาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐหาผู้อื่นยิ่งกว่ามิได้ว่า เหล่าสัตว์จำพวกที่มีธุลีนัยน์ตาน้อย (หมายถึง เหล่าสัตว์ผู้มีปัญญาและมีกิเลสเบาบาง) มีอยู่ในโลกนี้ ขอพระองค์จงทรงแสดงธรรมอนุเคราะห์หมู่สัตว์นี้ ฯ"
    หนังสือสวดมนต์ (2522, น. 13) ให้คำแปลว่า
    "ท้าวสหัมบดีพรหมผู้เป็นใหญ่ยิ่งในโลกได้ทำอัญชลีทูลขอพรประเสริฐว่า สัตว์ทั้งหลายผู้มีธุลีในตาแต่น้อยยังมีอยู่ในโลกนี้ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มีความเอ็นดูทรงแสดงธรรมโปรดหมู่สัตว์นี้เถิด"
  11. ต้นฉบับคงพิมพ์ "มาตา" ผิด
  12. คำถวายทาน (2494, น. 4) ให้คำแปลว่า "ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวายภัตตาหารกับทั้งบริวารเหล่านี้แด่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับภัตตาหารกับทั้งบริวารเหล่านี้ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนานเทอญ"
  13. ต้นฉบับคงพิมพ์ "ปะ" ผิด
  14. คำถวายทาน (2494, น. 4) ว่า "นญฺจ"
  15. คำถวายทาน (2494, น. 4) ว่า "นํ"
  16. คำถวายทาน (2494, น. 4–5) ให้คำแปลว่า "ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวายภัตตาหารกับทั้งบริวารเหล่านี้แด่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับภัตตาหารกับทั้งบริวารเหล่านี้ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย แก่คารวบุคคลทั้งหลาย มีมารดา บิดา เป็นต้น ด้วย แก่ญาติทั้งหลายด้วย สิ้นกาลนานเทอญ"
  17. คำถวายทาน (2494, น. 9) ว่า "อิมํ ภนฺเต สปริวารํ กฐินทุสฺสํ สงฺฆสฺส โอโณชยาม สาธุ โน ภนฺเต สงฺโฆ อิมํ สปริวารํ กฐินทุสฺสํ ปฏิคฺคณฺหาตุ ปฏิคฺคณฺเหตฺวา จ อิมินาทุสฺเสน กฐินํ อตฺถรตุ อมฺหากํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย" และให้คำแปลว่า "ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายถวายผ้ากฐินกับทั้งบริวารนี้แด่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับผ้ากฐินกับทั้งบริวารนี้ของข้าพเจ้าทั้งหลาย รับแล้วจงกราลด้วยผ้านี้ เพื่อประโยชน์เพื่อความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนานเทอญ"
  18. ต้นฉบับคงพิมพ์ "ที" ผิด
  19. คำถวายทาน (2494, น. 10) ว่า "เอตานิ มยํ ภนฺเต จีวรานิ สปริวารานิ สงฺฆสฺส โอโณชยาม สาธุ โน ภนฺเต สงฺโฆ เอตานิ จีวรานิ สปริวารานิ ปฏิคฺคณฺหาตุ อมฺหากํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย" และให้คำแปลว่า "ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวายจีวรกับทั้งบริวารเหล่านั้นแก่พระสงฆ์ ขอพระสงฆ์จงรับจีวรกับทั้งบริวารเหล่านั้นของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายสิ้นกาลนานเทอญ"
  20. ต้นฉบับคงพิมพ์ "ปะ" ผิด
  21. ต้นฉบับคงพิมพ์ "ปะฏิคคัณหาตุ" ผิด

บรรณานุกรม[แก้ไข]

เอกสารต้นฉบับ
  • คำอาราธนาและถวายทานต่าง ๆ. (2499). ธนบุรี: โรงพิมพ์พาณิชย์เจริญ. [พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพพระวิเศษบรรณการ (พวง สุตตะภวานนท์) ณเมรุวัดมหาพฤฒาราม (วัดตะเคียน) วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2499].
เอกสารอ้างอิง
  • คำถวายทาน. (2494). พระนคร: โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย. [พระครูธรรมธร (โฆสโก สงวน) วัดอาวุธวิกสิตาราม พิมพ์ช่วยในการฌาปนกิจศพนายนาค สุขทอง ณ ปรำวัดท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี 18 มีนาคม 2494 ชาตะ 2422 มตะ 2493].
  • บทสวดมนต์. (2504). พระนคร: ชุมนุมช่าง. (เจ้าภาพพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพนายเส่ง จันทร์นวล ณ เมรุวัดหัวลำโพง 2 กุมภาพันธ์ 2504).
  • หนังสือสวดมนต์. (2496). พระนคร: วชิราวุธวิทยาลัย.
  • หนังสือสวดมนต์. (2522). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชวนพิมพ์. (พิมพ์ในงานศพนางทับทิม ศีตะจิตต์).

งานนี้ ปัจจุบันเป็นสาธารณสมบัติแล้ว เพราะลิขสิทธิ์ได้หมดอายุตามมาตรา 19 และมาตรา 20 ของพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ซึ่งระบุว่า

ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นบุคคลธรรมดา
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตาย
  2. ถ้ามีผู้สร้างสรรค์ร่วม ลิขสิทธิ์หมดอายุ
    1. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายถึงแก่ความตาย หรือ
    2. เมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก ในกรณีที่ไม่เคยโฆษณานั้นเลยก่อนที่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายจะถึงแก่ความตาย
ถ้ารู้ตัวผู้สร้างสรรค์ ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล หรือถ้าไม่รู้ตัวผู้สร้างสรรค์
  1. ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้สร้างสรรค์งานนั้นขึ้น
  2. แต่ถ้าได้โฆษณางานนั้นในระหว่าง 50 ปีข้างต้น ลิขสิทธิ์หมดอายุเมื่อพ้น 50 ปีนับแต่ได้โฆษณางานนั้นเป็นครั้งแรก