นิทานโบรานคดี/นิทานที่ 20
ไนตำราวิชาก่อนประวัติสาตรว่าเดิมช้างมีกะจัดกะจายหยู่ทั่วไปไนโลก แม้จนไนยุโรปก็มีช้างมาก ครั้นถึงยุคอันหนึ่งไนพูมิกาล อากาสทางข้างฝ่ายเหนือโลกผันแปรหนาวจัดขึ้น เกิดน้ำแขงเปนเทือกไหย่ไหลรุกแผ่นดินลงมาข้างไต้เสมอทุกปีหยู่ตลอดเวลาช้านาน ไนตำราเรียกนามสมัยนั้นว่า “สมัยเทือกน้ำแขง” Clacial piriod[1] ทำไห้โลกตอนไต้ลงมาอันเคยอบอุ่นเปนปรกติมาแต่ก่อนหนาวจัดจนสัตว์ต่าง ๆ บางจำพวก เช่นราชสีห์และเสือช้างเปนต้น ซึ่งเคยหยู่ไนที่ตอนนั้นทนหนาวไม่ไหว ต้องพากันทิ้งถิ่นถานเดิมหนีลงมาหยู่ทางที่อุ่นไกล้กลางโลก Equator ที่ไม่สามาถจะมาได้ก็ล้มตายสูญพืชพันธุ์ไปไนถิ่นเดิม นานมาคนไปขุดพบซากจมหยู่ไนแผ่นดิน จึงได้รู้ว่าทางข้างเหนือเคยมีสัตว์จำพวกนั้นหยู่แต่ก่อน
ว่าฉเพาะช้าง ถึงเมื่อย้ายลงมาหยู่ไนกลางโลกแล้ว ยังมีเหตุอื่นอีกอันจำกัดที่ไห้ช้างหยู่ เพราะช้างกินแต่พรึกสชาติเปนอาหาร ต้องหยู่ตามป่าดงพงไพรอันมีต้นไม้ไบหย้าพอเลี้ยงชีวิต ถ้าที่เช่นนั้นเปลี่ยนแปรไปเปนหย่างอื่น ดังเช่นแห้งแล้งเปนทเลซายไป หรือเปนบ้านช่องของมนุสหยู่กันมากขึ้น ช้างไม่มีที่หาอาหารได้พอกิน ก็ต้องทิ้งถิ่นนั้นไปหยู่ที่อื่นอีก นอกจากนั้นช้างเปนสัตว์จำพวกขนบางเช่นเดียวกับควาย ทนแดดเผามิไคร่ได้ หยู่ที่ไหนต้องมีแม่น้ำลำธาร หรือแม้ที่สุดจนปลักแปลงที่มีน้ำขัง เปนที่อาสัยแช่ไห้ชุ่มตัวเมื่อยามร้อนจึงหยู่ได้ ด้วยเหตุต่าง ๆ ดังพรรนนามา เมื่อพ้นสมัยเทือกน้ำแขงแล้ว ไนโลกจึงมีช้างหยู่แต่ไนทวีปอาฟริกาภาคหนึ่ง กับไนทวีปอาเซียตอนข้างฝ่ายไต้พูเขาหิมาลัยภาคหนึ่ง ไนโลกภาคอื่นหามีช้างไม่ นิทานเรื่องนี้ฉันจะพรรนนาว่าด้วยช้างไนเมืองไทยอันเปนจำพวกช้างที่มาหยู่ไนทวีปอาเซียเปนท้องเรื่อง แต่เมื่อตั้งต้นได้กล่าวว่ามีช้างไปหยู่ไนทวีปอาฟริกาอีกพวกหนึ่ง จึงเห็นควนจะพรรนนาว่าด้วยช้างที่ไปหยู่ไนทวีปอาฟริกาโดยสังเขปพอไห้รู้ว่าผิดกันกับช้างที่มาหยู่ไนทวีปอาเซียหย่างไรบ้าง
ช้างอาฟริกากับช้างอาเซีย (ซึ่งฝรั่งเรียกว่าช้างอินเดีย) แม้เปนช้างด้วยกันและขนาดเท่า ๆ กัน น่าจะเปนช้างต่างชนิดกันมาแต่เดิม ด้วยรูปร่างผิดกันหลายหย่าง จะว่าแต่ที่พึงสังเกตเห็นได้ง่าย ช้างอาฟริกาไบหูไหย่กว่าช้างอาเซียมากหย่างหนึ่ง และยังสันหลังอ่อนไม่ก่งเหมือนช้างอาเซียอีกหย่างหนึ่งเปนต้น แต่เขาว่าผิดกันเปนข้อสำคันนั้นหยู่ที่ช้างอาเซียมีปัญญาฉลาดอาดจะฝึกหัดไช้การงาน แต่ช้างอาฟริกาโง่เขลา จะหัดไห้ทำอะไรไม่ได้ ถ้าจับได้ก็ได้แต่เพียงเลี้ยงไห้เชื่อง แล้วเอาไปผูกไว้ไห้คนดู หรือหย่างดีก็ผูกแคร่บรรทุกเด็ก ๆ ขึ้นหลังพาเดินเที่ยวที่ไนสวนเลี้ยงเท่านั้น แม้ไนเรื่องพงสาวดารมีว่าเมื่อ พ.ส. 325 ไนเรื่องฮัลนิบัล แม่ทัพของประเทสคาเธชอันหยู่ไนทวีปอาฟริกาทางฝ่ายเหนือ เคยยกกองทัพช้างข้ามทเลเมดิเตอเรียนเนียนไปตีถึงอานาเขตกรุงโรม แต่ก็มีปรากตครั้งเดียวเท่านั้น แล้วการไช้ช้างไนทวีปอาฟริกาก็เงียบหายมากว่าพันปี จึงเห็นกันว่าช้างกองทัพของฮัลนิบัลอาดจะได้ไปจากอินเดีย หาไช่ช้างอาฟริกาไม่ เรื่องประวัติของช้างไนทวีปอาฟริกาแต่ก่อนมาปรากตแต่ว่าสำหรับพวกพรานยิงเอางาไปเที่ยวขายไห้ทำของรูปพรรนต่าง ๆ มาช้านาน ยิ่งถึงสมัยเมื่อพวกฝรั่งต่างชาติอาดจะไปเที่ยวล่าสัตว์ไนอาฟริกาสดวกขึ้น การยิงช้างไนอาฟริกาก็เลยเปนกีลาของพวกเสดถีหรือคนกล้าหากินด้วยเสี่ยงภัย มีหนังสือเล่าเรื่องยิงช้างอาฟริกาปรากตหยู่มากกว่ามาก จนสมัยประเทสต่าง ๆ ไนยุโรปรุกเอาแผ่นดินไนทวีปอาฟริกาแบ่งกันเปนเมืองขึ้น เจ้าของอานาเขตจึงเริ่มห้ามมิไห้ไครยิงช้างไนเมืองขึ้นของตน ฉันยังจำได้เมื่อไปยุโรปครั้งแรกไน พ.ส. 2434 พระเจ้าไกเซอวิลเฮมที่ 2 ประเทสเยอรมนีเคยตรัดถามฉันว่าไนเมืองไทยห้ามยิงช้างหรือไม่ห้าม ฉันทูลว่าไทยถือว่าช้างเปนสัตว์มีคุน ไนเมืองไทยห้ามมิไห้ค่าช้างด้วยประการหย่างหนึ่งหย่างไดมาแต่ดึกดำบรรพแล้ว ตรัดตอบว่าถูกทีเดียว ถึงไนเมืองขึ้นของเยอรมนีที่ไนอาฟริกา พระองค์ก็ได้ตรัดสั่งไปไห้ห้ามมิไห้ไครยิงช้างอีกต่อไปเปนอันขาด ฉันนึกว่าถึงประเทสหน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/392หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/393หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/394หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/395หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/396หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/397หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/398หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/399หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/400หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/401หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/402หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/403หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/404หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/405หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/406หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/407หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/408หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/409หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/410หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/411หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/412หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/413หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/414หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/415หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/416หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/417หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/418หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/419หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/420หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/421
หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/422หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/423หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/424หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/425หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/426หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/427หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/428หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/429หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/430หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/431หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/432หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/433หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/434หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/435หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/436หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/437หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/438หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/439หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/440หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/441หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/442หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/443หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/444หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/445หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/446หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/447หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/448หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/449หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/450หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/451หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/452หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/453หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/454หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/455หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/456หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/457หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/458หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/459หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/460หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/461หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/462หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/463หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/464หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/465หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/466หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/467หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/468หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/469หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/470หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/471หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/472หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/473หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/474หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/475หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/476หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/477หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/478หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/479หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/480หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/481หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/482หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/483หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/484หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/485หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/486หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/487หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/488หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/489หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/490หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/491หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/492หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/493หน้า:นิทานโบราณคดี - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๘๗.pdf/494
- ↑ ใบแก้คำผิดให้แก้ “Clacial piriod” เป็น “Glacial period” (เชิงอรรถของวิกิซอร์ซ)