ประกาศให้ใช้พระราชบัญญัติลักษณทาษ ศก 124 ในมณฑลพายัพ ลงวันที่ 16 มกราคม ร.ศ. 130

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ตราพระบรมราชโองการ
ประกาศ
ให้ใช้พระราชบัญญัติลักษณทาษ ศก ๑๒๔
ในมณฑลพายัพ

มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศจงทราบทั่วกันว่า ตามความในพระราชบัญญัติลักษณทาษมณฑลพายัพ รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ ให้ลดค่าตัวทาษเชลยทั้งชายแลหญิงให้น้อยลง แลให้ตัวทาษมีโอกาศไถ่ถอนได้ ถ้าทาษเชลยหรือทาษสินไถ่มีอายุครบ ๖๐ ปีแล้ว ให้พ้นค่าตัวเปนไทย แลบรรดาลูกทาษทั้งปวงเกิดในวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ หรือภายหลังวันที่ ๑๖ ธันวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ ให้พ้นค่าตัวเปนไทยนั้น ความแจ้งอยู่ในพระราชบัญญัติลักษณทาษมณฑลพายัพ รัตนโกสินทรศก ๑๑๙ นั้นแล้ว

บัดนี้ ทรงพระราชดำริห์เห็นว่า ในเวลานี้ การซื้อขายตัวลงเปนทาษในมณฑลพายัพคงมีอยู่จำพวกเดียว คือ คนที่เกิดก่อนวันที่ ๑๖ ธนวาคม รัตนโกสินทรศก ๑๑๖ เท่านั้น คนจำพวกนี้ยังมีโอกาศที่จะพ้นค่าตัวเปนไทยอีกหลายสิบปี หาทันความเจริญของบ้านเมืองตามกาลสมัยไม่ แลทั้งได้มีประกาศให้ลดหย่อนค่าตัวทาษเปนแบบแผนอันดี ซึ่งไม่เปนที่เดือดร้อนแก่ผู้ที่มีความคุ้นเคยใช้สรอยทาษมาแล้ว สมควรที่จะใช้พระราชบัญญัติทาษ รัตนโกสินทรศก ๑๒๔ ในมณฑลพายัพได้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระราชบัญญัติทาษ ซึ่งได้ออกประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑ เมษายน รัตนโกสินทรศก ๑๒๔ นั้น ในมณฑลพายัพ แลให้ลดค่าตัวตั้งแต่วันที่ ๑ เดือนเมษายน รัตนโกสินทรศก ๑๓๑ เปนต้นไป

ประกาศมาณวันที่ ๑๖ เดือนมกราคม รัตนโกสินทรก ๑๓๐ ตรงกับวันที่ ๔๓๒ ในรัชกาลปัตยุบันนี้

บรรณานุกรม[แก้ไข]

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4) คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"