ประชุมจดหมายเหตุสมัยอยุธยา/เรื่องที่ 18
หน้าตา
สร้างพระวิหารร่มพระแท่นศิลาอาศน์
จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๒๙๗
ในรัชกาลสมเด็จพระบรมโกศ[1]
| ด้วยออกพระศรีราชไชยมหัยสูรินทบูรินท– |
| พิริยะพาหะพระท้ายน้ำ ยกเชื้อฝ่ายปู่พระเจ้าเชียง– |
| ตุง ฝ่ายย่าเปนบุตรเจ้าฝาไลค่า ได้กินเมืองละคอน |
| ฝ่ายตาเปนบุตรพญาแมน ได้กินเมืองเชียงใหม่ แล |
| ครั้งสมเดจพระณะรายเปนเจ้ามารบเมืองเชียงใหม่ |
| ไม่ได้พระพุทธสิหิงค์ แล้วกวาดต้อนเอาแมนลาว |
| ทั้งนี้ลงมาเปนข้าพระเจ้ากรุงศรีอยุทยา แลทรง |
| พระมหากรุณาเปนที่สุดที่ยิ่ง ปลูกเรียงแตปูแล้ว |
| มาบิดาแล้วมาน้องให้เปนพญายมราชต่อ ๆ กัน |
| มา ได้เปนน้าเปนที่พึ่งแก่แมนลาวทั้งปวง แล้ว |
| อยู่ณะปีขาน อัฏศก มีโกหกชื่อ อายนักโสม ตั้งตัว |
| เปนใหญ่ในเมืองลานช้าง แล้วลาวลานช้างอยู่ใน |
| อำนาจมันสิ้น แลให้ลาวลานช้างแขงบ้างเมือง |
| แล้วจะเข้ามาณะกรุงศรีอยุธยา แล้วยกทัพเข้ามา |
| เถิงตำบลณะเข้าพังเหย แขวงเมืองนพบุรี ท่าน |
| ออกพระท้ายน้ำ เมื่อยังเปนหลวงทรงพลอยู่นั้น จึง |
| อาสาออกไปจับ ได้สัปยุทธกับอ้ายนักโสม ๆ ฟัน |
| ทุกคอ ก็หนีเข้า จึงจับเอาตัวนักโสมใส่กรงเหล็กเข้า |
| มาถวาย พระราชทานบำเหน็จรังวัลเปนอันมาก |
| แล้วทรงพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ขึ้นมาเปน |
| พญาสวรรคโลก จึงขึ้นมาตรวจการ เหนพระวิหาร |
| ร่มพระแท่นศิลาอาศน์ชำรุด จึงบอกเข้าไปขอพระ– |
| ราชทานทำฉลองพระเดชพระคุณ จึงมีพระราช |
| โองการมาณะพระบันทูลสูรสิงหนาฏตำรัสเหนือ– |
| เกล้าฯ ให้มีตราพระราชสีห์ขึ้นมาให้ทำ และให้ |
| เมืองลับแล เมืองทุงยัง ช่วย แลได้รื้อพระวิหาร |
| แลกำแพงแต่ณะวัน ๗ ๑๓ ฯ ๓ ค่ำ ปีจอ ฉอศก แล |
| ได้รื้อขุดก่อรากพระวิหารณะวัน ๖ ๑๐ฯ ๓ จุลศักราช |
| ๑๑๑๖ ปีจอ ฉอศก วันก่อผนังสำเรจแต่ณะวัน ๖ ๑๑ฯ ๕ |
| ค่ำ ปีกุญ สัพศก พุทธศักราชล่วงไปแล้วได้ ๒๒๙๑๘๑๓ |
| ได้ยกเครื่องบนแลได้มาทำการนั้น แลชื่น เปน |
| ภรรยา ได้ช่วยเลี้ยงพระสงฆ์สามเณรแลคนเข้า |
| ทำการวัดด้วย แลนายบาง เสมียร เปนนายการ แลได้ |
| ฉลองณะวัน ๕ ๘ฯ ๕ ค่ำ จุลศักราช ๑๑๒๐ ปีขาร สำฤทธิ |
| ศก แลเดชพระบารมีปกหม แลคนทำการนั้นสดวก |
| หาผู้ใดเปนอันตรายหมีได้ แลเดชะได้มาทำพระ |
| เจดีย์ถาน ขอให้สำเรจแก่พระโพธิญานจงฉับพลัน |
| แลผู้ใดจะเข้ามานมัสการ จงอนุโมทนา กุศลที่เข้า |
| ได้สร้างหนีจงทูก ๆ คนเถิด จึงให้นายทองรัต เสมียน |
| ชานนคร ผู้เปนขุนษาระพากร จารึกไว้ณะวัน ๖ ๑ฯ ๖ ค่ำ |
| จุลศักราช ๑๑๒๐ ปีขาน สำฤทธิศก" |
| หมายเหตุ — คำว่า "พุทธศักราชล่วงไปแล้ว |
| ได้ ๒๒๙๑๘๑๓" หมายความว่า พุทธศักราชล่วงไป |
| ๒๒๙๘ ปี กับเศษ ๑๑ เดือน ๓ วัน |
- ↑ สำเนาจารึกพระแท่นศิลาอาศน์ พบในหมายรับสั่ง ร. ๓ จ.ศ. ๑๒๐๕ เล่มที่ ๑๙
