พงศาวดารเมืองเชียงแขง

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

๑๑๒ พงษาวดารเมืองเชียงแขง

? วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ พระยาศรีสิงหเทพฯ ได้ถามถ้อยคำ พระยาราชไมตรี ราชาคำฦๅ แสนราชวัง เมือง เชียงแขง ซึ่งคุมต้นไม้ทองเงินลงมาทูลเกล้า ฯ ถวาย พระยาราช ไมตรี ราชาคำฦๅ แสนราชวัง ให้ถ้อยคำว่า เดิมเมืองเชียงแขง ตั้งอยู่ฝั่งน้ำของตวันออกเหนือเมืองเชียงแสนขึ้นไป เดินทางบกฝั่ง ตวันตกแต่เมืองเชียงแสนถึงหัวโป่ง ๒ คืน แต่หัวโป่งไปนอนเมือง เลนคืน ๑ แต่เมืองเลนไปนอนเมืองเปลวคืน ๑ แต่เมืองเปลวไป นอนเมืองเชียงราบคืน ๑ แต่เมืองเชียงราบขึ้นไปตามลำน้ำของ ๖ คืน เดินบก ๔ คืนถึงเมืองเชียงแขง แต่เมืองเชียงแขงไปเมืองเชียงตุง เดินทางบก ๘ คืน แต่เมืองเชียงแขงเดินทางบกไปข้างตวันออกถึง เมืองสิง ๒ คืน แต่เมืองสิงเดินบกมาข้างตวันตกเฉียงใต้ถึงเมือง นังวัน ๑ เดิมเมืองเชียงแขงขึ้นแก่เมืองอังวะมาช้านานหลายชั่วเจ้า เมืองมาแล้ว ครั้นถึงเจ้าเมืองเชียงแขงเถ้ามีน้องชาย ๒ คน หญิง ๒ คน น้องชายคน๑ ชื่อแจ่มเมือง ได้เปนที่อุปราชเมืองเชียงแขง น้องชายอิกคน ๑ ชื่อฟ้าเมา อยู่เมืองเชียงแขง น้องหญิงคน ๑ ชื่อ นางจามคำ เปนภรรยาเจ้าเมืองหลอยน้องหญิงอีกคน ๑ ชื่อนาง ขันคำ เปนภรรยามหาขนานเมืองเชียงตุง เจ้าเมืองเชียงแขงเถ้า มีบุตรชายชื่อ หม่อมสลิ ๑ หญิง ๑ อุปราชแจ่มเมือง มีบุตรชาย ๑

๑๑๓ หญิง ๑ นางขันคำภรรยามหาขนานเมืองเชียงตุงมีบุตรชื่อทิปนี คำ ๑ ชื่อกองไต ๑ รวม ๒ คน นางจามคำภรรยาเจ้าเมืองหลอย ไม่มีบุตร ครั้นอยู่มาฟ้าเมาน้องเจ้าเมืองเชียงแขงเถ้าวิวาทกัน ฟ้า เมาพาครอบครัวลงมาพึ่งเมืองน่าน เพราะมารดาเจ้านครเมืองน่าน เปนเชื้อสายเมืองเชียงแขง นับถือกันว่าเปนพี่น้องกัน ฟ้าเมาถึง แก่กรรมที่เมืองน่าน ภายหลังเจ้าเมืองเชียงแขงเถ้ากับอุปราชเมือง เชียงแขงถึงแก่กรรม เมืองเชียงแขงว่างเปล่าอยู่ ศักราช ๑๒๒๐ ท้าวพระยาเมืองเชียงแขงขอทิปนีคำ บุตรมหาขนานเมืองเชียงตุงมาว่าราชการเมืองเชียงแขง ๒ ปี ลงไปรับตำแหน่ง ที่เจ้าเมืองเชียงแขงที่เมืองอังวะ กลับมาถึงเมืองนายถึงแก่กรรม ท้าว พระยาเมืองเชียงแขงจึงขอกองไตบุตรมหาขนานเมืองเชียงตุงมาเปนเจ้าเมืองเชียงแขงเมื่อศักราช ๑๒๒๒ หม่อมสลิบุตรเจ้าเมืองเชียง แขงเถ้าได้เปนอุปราช เจ้าเมืองเชียงแขงว่าราชการเมืองได้ ๑๕ ปี มีบุตรชายชื่อเสือ ๑ ก้อนแก้ว ๑ หญิง ๔ รวม ๖ คน ครั้นมหา ขนานเมืองเชียงตุงถึงแก่กรรม เจ้าเมืองเชียงแขงกองไตได้เปน เจ้าเมืองเชียงตุง อุปราชเมืองเชียงแขงได้เปนเจ้าเมืองเชียงแขง อายุได้ ๑๙ ปี เจ้าเมืองอังวะตั้งนามว่า หม่อมมหาศรีสัพเพชัง กูรพุทธพรหมวงษาเจ้าเมืองเชียงแขง มีเมืองขึ้น เมืองยุ ๑ เมือง อะ ๑ เมืองโหลย ๑ เมืองและ ๑ เมืองขัน ๑ รวม ๕ เมือง ๑๕

๑๑๔ ครั้นเจ้าเมงดองเมงเจ้าอังวะสิ้นบุญไปแล้ว เจ้าสิปอบุตรได้ เปนเจ้าอังวะ พี่น้องก็แย่งชิงราชสมบัติฆ่าฟันกัน เจ้าเมืองเชียงแขงก็ หาได้ขึ้นแก่เมืองอังวะส่งต้นไม้ทองเงินเหมือนแต่ก่อนไม่ ภายหลังอังกฤษมาตีได้เมืองอังวะ เจ้าเมืองเชียงแขงก็ตั้งรักษาบ้านเมืองอยู่ตามเดิม หาได้ลงไปเมืองอังวะไม่ ครั้นศักราชได้ ๑๒๔๖ ปี เจ้าเมืองเชียงตุงกองไตถึงแก่กรรม เจ้าเสือบุตรที่ ๑ ได้เปนเจ้าเมืองเชียงตุง อายุได้ ๑๖ ปี เมื่อศักราชได้ ๑๒๔๕ ปีนั้น เจ้าเมืองเชียงแขงจึงปฤกษา ท้าวพระยาพร้อมกันเห็นว่าที่เมืองเชียงแขงที่ไร่นามีน้อย ครอบครัว ทำมาหากินขัดสนมาก จึงพาครอบครัวมาตั้งบ้านเมืองสิง ฝั่งน้ำ ของตวันออกเปนเขตรแขวงขึ้นกับเมืองน่าน หมายเอากรุงเทพ ฯ เปนที่พึ่งต่อไป เจ้าเมืองเชียงแขงอายุได้ ๔๕ ปี มีบุตรชายชื่อเจ้าองค์คำ ๑ เจ้าทิปะ ๑ หญิงชื่อประทุมา ๑ สนันตา ๑ รวม ๔ คน เจ้าเมืองเชียงแขงท้าวพระยาพาครอบครัวมาตั้งอยู่ที่เมืองสิงประมาณครัวใหญ่น้อย ๑๐๐๐ เศษ แต่ราชาธนัญไชยกับครอบครัวรักษาศาลเทพารักษ์อยู่ที่เมืองเชียงแขงประมาณ ๑๐ หลังเรือน เจ้าเมืองท้าว พระยาเมืองขึ้นทั้ง ๕ หัวเมืองนั้นยังตั้งบ้านเรือนเปนปรกติอยู่ตามเดิม เมืองขึ้นเมืองเชียงแขงตั้งอยู่ฝั่งน้ำของตวันตกทั้ง ๕ เมืองระยะทาง ไปจากเมืองแขงนอนเมืองขัน จากเมืองขันไปนอนเมืองและ จากเมืองและนอนทางคืน ๑ ถึงเมืองโหลย จากเมืองโหลยนอนเมืองยุ จากเมืองยุถึงเมืองอะคืน ๑

๑๑๕ แต่เมืองสิงเดินทางบกลงมาข้างใต้ ๔ คืน ถึงเมืองหลวงภูคา จากเมืองหลวงภูคาลงมาเมืองเชียงของ ๖ คืน แต่เมืองนังลงมาเมืองหลวงภูคา ๔ คืน แต่เมืองสิงเดินทางบกไปข้างตวันออกเฉียงเหนือ คืน ๑ ถึงเมืองพง แต่เมืองสิงเดินทางบกไปข้างเหนือ ๒ คืน ถึง เมืองล่า จากเมืองล่า ๔ คืน ถึงเมืองอู ๆ เมืองพง เมืองล่า ขึ้น เชียงรุ้งสิบสองปันนา ? วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ เวลา ๔ ทุ่มเสด็จออกขุนนางณพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้า ฯ สั่งว่า ซึ่งพระยาศรีสิงหเทพ มีหนังสือส่งสำเนาบอก เมืองน่าน เมืองเชียงแขง แลคำให้การพระยาราชไมตรีพลฦๅ ทูลเกล้า ฯ ถวาย ว่าจะควรให้มีศุภอักษรฤๅท้องตราตอบต้นไม้ ทองเงิน เมืองเชียงแขง นั้นเปนการเอื้อเฟื้อต่อราชการดีมาก แต่ ยังทรงสงไสยว่า แต่ก่อนเจ้าเมืองเชียงตุง มีหนังสือออกชื่อว่า ฟ้าเชียงแขงเชียงตุงนั้น เพราะเหตุอย่างไร วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ รัตนโกสินทรศก ๑๐๙ ? หลวงเสนาภักดี ได้สอบถามเจ้าราชวงษ์เมืองน่าน ราชาพรหมฦๅ ให้ถ้อยคำว่า เจ้าเมืองเชียงแขงกองไตได้เปนเจ้าเมือง เชียงตุงแทนบิดา อุปราชแจ่มเมืองผู้น้องเจ้าเมืองเชียงตุงกองไต ได้เปนเจ้าเมืองเชียงแขงต่อมา แต่ราชการบ้านเมืองในเมืองเชียง แขงนั้น เจ้าอังวะได้มอบให้เจ้าเมืองเชียงตุงเปนธุระดูแลเอาใจใส่

๑๑๖ ราชการในเมืองเชียงแขงด้วย เจ้าเมืองเชียงตุงจึงได้ออกชื่อว่า ฟ้าเชียงตุง ฟ้าเชียงแขง เพราะได้เปนธุระว่าการในเมืองเชียงแขง ถ้าราชการในเมืองเชียงแขงขัดข้องประการใด เจ้าเมืองเชียงแขง แจ่มเมืองคนนี้ ได้ไปมาปฤกษาหารือกับเจ้าเมืองเชียงตุงกองไต ผู้พี่ชายอยู่เนือง ๆ มิได้มีความรังเกียจ เพราะเปนพี่น้องกัน แต่ หาได้เปนเมืองขึ้นแลเมืองเสียส่วยกับเมืองเชียงตุงไม่ เจ้าเมืองเชียงตุงกองไตถึงแก่กรรมแล้ว เจ้าเสือบุตรเจ้าเมืองเชียงตุงได้เปนเจ้าเมืองเชียงตุงต่อมา เจ้าเมืองเชียงแขง เจ้าเมืองเชียงตุง ได้มีหนังสือ ไปมาถึงกันอยู่เนือง ๆ หาได้ออกชื่อว่า ฟ้าเชียงตุง ฟ้าเชียงแขง เหมือนแต่ก่อนไม่ เมืองเชียงแขงเคยส่งบรรณาการเมืองอังวะสามปี ครั้งหนึ่ง ครั้นเมืองเจ้าเมืองเชียงแขงกองไตเปนเจ้าเมืองเชียงแขง ขอส่งบรรณาการ ๖ ปีครั้งหนึ่ง เจ้าอังวะก็ยอม บรรณาการเมือง เชียงแขงที่เคยส่งกับเมืองอังวะนั้นมีต้นไม้ทองหนัก ๕ บาท ๑ ต้นไม้ เงินหนัก ๕ บาท ๑ แพรต่วนอย่างดี ๒ ม้วน เจ้าเมืองเชียงแขง แจ่มเมือง ตั้งแต่เปนเจ้าเมืองมาได้ ๖ ปีก็ยังหาทันได้ส่งบรรณาการ ไปเมืองอังวะสักครั้งหนึ่งไม่