ข้ามไปเนื้อหา

พระราชบัญญัติแก้ไขกฎหมายลักษณะอาชญา พุทธศักราช 2477

จาก วิกิซอร์ซ
เล่ม ๕๑หน้า ๔๓๘
วันที่ ๒ กันยายน ๒๔๗๗
ราชกิจจานุเบกษา

ตราราชโองการ
ตราราชโองการ
พระราชบัญญัติ
แก้ไขกฎหมายลักษณะอาชญา
พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๒)

นริศรานุวัดติวงศ์
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรถวายคำปรึกษาว่า สมควรจะแก้ไขบทบัญญัติบางมาตราแห่งกฎหมายลักษณะอาญา ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาชญา พุทธศักราช ๒๔๗๖

จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดั่งต่อไปนี้

มาตราพระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขกฎหมายลักษณะอาชญา พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๒)

มาตราให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตราให้ยกเลิกพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาชญา พุทธศักราช ๒๔๗๖

มาตราความในมาตรา ๓๖๘ แห่งกฎหมายลักษณะอาญา ให้เป็นดั่งนี้

“มาตรา ๓๖๘ ผู้ใดยังขืนเป็นสมาชิกของสมาคมอยู่ ทั้งที่ตนรู้ว่า สมาคมนั้นได้เลิกกันแล้วโดยคำสั่งศาล ท่านว่า ผู้นั้นมีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ใดยังขืนเป็นผู้จัดการของสมาคมเช่นนั้นอีกต่อไป ท่านว่า ผู้นั้นมีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินปีหนึ่ง หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ประกาศมาณวันที่ ๒๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๗๗ เป็นปีที่ ๑๐ ในรัชชกาลปัจจุบัน

ผู้รับพระบรมราชโองการ
นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา
นายกรัฐมนตรี

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาชญา พุทธศักราช ๒๔๗๖ มาตรา ๓ มีความว่า ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๖๘ แห่งกฎหมายลักษณะอาชญา และให้ใช้ความดั่งต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๖๘ ผู้ใดยังขืนเป็นสมาชิกของสมาคมอยู่ ทั้งที่ตนรู้ว่า สมาคมนั้นได้เลิกกันแล้วโดยคำสั่งศาล หรือโดยนายทะเบียนขีดชื่อสมาคมออกจากทะเบียน ท่านว่า ผู้นั้นมีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินพันบาท หรือทั้งจำและปรับทั้งสองสถาน

ผู้ใดยังขืนเป็นผู้จัดการของสมาคมเช่นนั้นอีกต่อไป ท่านว่า ผู้นั้นมีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินปีหนึ่ง หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำและปรับทั้งสองสถาน”

วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๔๗๗
เล่ม ๕๑หน้า ๒๒๙๗
ราชกิจจานุเบกษา

บอกแก้

ราชกิจจาฯ เล่ม ๕๑ ตอนที่ ๒๖ วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๗ แผนกกฤษฎีกา หน้า ๔๓๑ และหน้า ๔๓๙ ซึ่งว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขกฎหมายลักษณะอาชญา พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๒)” ให้ตัดคำว่า “(ฉะบับที่ ๒)” ออกเสีย

กับตอนที่ ๒๗ วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๗๗ แผนกกฤษฎีกา หน้า ๔๕๕ และหน้า ๔๕๖ ซึ่งว่า “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณอาชญา พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๓)” ให้แก้ตรงคำว่า “(ฉะบับที่ ๓)” เป็น “(ฉะบับที่ ๒)

งานนี้ไม่มีลิขสิทธิ์ เพราะเป็นงานตามมาตรา 7 (2) แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ของประเทศไทย ซึ่งบัญญัติว่า

"มาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1)ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร อันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2)รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3)ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4)คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5)คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น จัดทำขึ้น"

Public domainPublic domainfalsefalse