ส้วยถัง/เล่ม ๑/ตอน ๓

จาก วิกิซอร์ซ
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แม่แบบผิดพลาด: มีการลบช่องที่ไม่ได้ใช้ออก โปรดเติมกลับเข้าไป (โปรดดูเอกสารกำกับแม่แบบ)

หน้า ๒๓–๒๕ สารบัญ



เตียหวมจึงพูดว่า การเท่านี้ไม่ยากนักดอก ด้วยพระเจ้าซุยบุ๋นเต้พระองค์ก็มีน้ำพระทัยเบา เชื่อฟังคำคนง่าย ๆ มักจะมีความสงสัยอยู่เสมอ ข้าพเจ้าทราบอยู่ว่า ครั้งก่อน บิดาของพระองค์ทรงพระสุบินแลเห็นน้ำท่วมเมืองหลวง พระองค์ตีความในพระสุบินได้นิมิตว่า น้ำ ได้แก่ ตัว อั๋ง บุตรของหลีหุน ขุนนางคนหนึ่ง ชื่อ หลีอั๋งยี่ พระองค์มีความสงสัย ชื่อต้องกับอักษตัวอั๋ง เกรงจะเป็นศัตรูแย่งชิงเอาราชสมบัติ จึงรับสั่งให้ฆ่าหลีหุน หลีอั๋งยี่ กับทั้งครอบครัวและบุตรภรรยาเสียถึงห้าสิบคน ข้าพเจ้าเห็นว่า อักษรตัว เอียน กับตัว อั๋ง เป็นอักษรแปลว่า น้ำมาก ตัวเดียวกัน ข้าพเจ้ามีอุบายอยู่อีกอย่างหนึ่ง ต้องแต่งคนที่สนิทให้ไปสอนเด็กราษฎรชาวเมืองหลวงให้ร้องเพลงสี่บทว่า ยิดง้วยเจียเล่งอิวหวยอึ้งจุ้ยเง็กหลิวเชาจีนฮวยโละเทียนจิวคุยบอหิว มีความในบทหนึ่งว่า เดือนตะวันส่องแสงต้องเรือมังกร บทสองว่า น้ำขึ้นไหลเต็มท่วมฝั่ง บทสามว่า พัดท่อนไม้ลงมา บทสี่ว่า อักษรตัว คุย ไม่มีศีรษะก็เป็นตัว หลี คงเป็นใจความว่า แซ่หลีจะมีบุญ จีนอ๋องไทจือมีความยินดี ทำตามความคิดเตียหวมทุกประการ แล้วจีนอ๋องไทจือ กับเตียหวม โอบุนสุด จัดให้คนสนิทไปเที่ยวสอนเด็กชาวเมืองหลวงให้ร้องเพลงทั้งสี่บท ก็รู้แพร่หลายทั้งเด็กผู้ใหญ่ทั่วในเมืองหลวง ตั้งแต่นั้นมา กิตติศัพท์ที่เด็กร้องเพลงดังขึ้นทุกวันจนทราบถึงพระเจ้าซุยบุ๋นเต้และขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อย พระเจ้าซุยบุ๋นเต้เมื่อพระองค์ทรงทราบว่า เด็กในเมืองหลวงร้องเพลงเช่นนั้น แล้วไม่สบายพระทัยถึงหลีเอียน ก็มีความวิตกเป็นทุกข์อยู่

อยู่มาวันหนึ่ง เตียหวม ขุนนางคนสนิทของจีนอ๋องไทจือเข้าไปเฝ้าพระเจ้าซุยบุ๋นเต้ กราบทูลด้วยเรื่องเด็กในเมืองหลวงร้องเพลงสี่บทนี้เป็นใจความว่า ต้องด้วยแซ่หลีจะมีบุญ ขอให้พระองค์จับพวกแซ่หลีมาฆ่าเสียให้หมด อย่าให้เหลืออยู่ได้ จะได้สิ้นศัตรู ขณะนั้น เซ่งเสี่ยงเกาหลุยเฝ้าอยู่ที่นั้น จึงกราบทูลว่า ซึ่งพระองค์จะทรงเชื่อฟังทำตามถ้อยคำอันเตียหวมกราบทูลให้ฆ่าพวกแซ่หลีเสียทั้งแผ่นดิน ราษฎรทั้งแผ่นดินก็จะมีความเดือดร้อน เป็นที่ครหานินทาได้ต่าง ๆ ถ้าพระองค์ยังสงสัยพระทัยในพวกแซ่หลีอยู่ ก็อย่าโปรดให้พวกแซ่หลีเป็นขุนนางรับราชการ ถอดลงเป็นไพร่ ขับไล่ออกไปเสียให้พ้นเมืองหลวง จึงจะควร เอียซูได้ฟังเกาหลุยกราบทูลพระเจ้าซุยบุ๋นเต้ดังนั้น ก็พลอยทูลส่งเสริมเห็นดีด้วย เพราะเอียซู กับหลีมิด ซึ่งเป็นฮูซัว เป็นเพื่อนรักกัน เอียซูปรารถนาจะให้หลีมิดพ้นภัยด้วย เมื่อเกาหลุยกราบทูลพระเจ้าซุยบุ๋นเต้ดังนั้นแล้ว พระเจ้าซุยบุ๋นเต้ทรงเห็นชอบด้วย เอียซูจึงมีหนังสือลับไปถึงหลีมิดให้คิดอ่านซ่อนตัวเสีย พวกขุนนางแซ่หลีพากันทูลลาออกนอกราชการ พระเจ้าซุยบุ๋นเต้ก็ทรงโปรดอนุญาตให้ออกจากตำแหน่งราชการทุกคน

ฝ่ายหลีเอียนเห็นได้ช่อง ก็เข้าไปเฝ้าพระเจ้าซุยบุ๋นเต้ กราบถวายบังคมทูลลาออกนอกราชการไปอยู่บ้านเก่าเมืองไทยหงวน พระเจ้าซุยบุ๋นเต้ไม่โปรดให้ออกนอกราชการ จึงตั้งให้หลีเอียนเป็นที่ลิวซิว เจ้าเมืองไทยหงวน กำกับเมืองไซเหลียงด้วย หลีเอียนรับตำแหน่งที่เจ้าเมืองไทยหงวนแล้ว ก็คุกเข่าลงรับตำแหน่งที่ แล้วหลีเอียนทูลลาพระเจ้าซุยบุ๋นเต้กลับออกมาจัดเสบียงอาหาร รวบรวมทรัพย์สิ่งของ ครอบครัว บุตร ภรรยา จะไปเมืองไทยหงวน

ฝ่ายจีนอ๋องไทจือทราบความว่า หลีเอียนได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองไทยหงวน จีนอ๋องไทจือกับโอบุนสุด เตียหวม ปรึกษากันจะคิดทำร้ายหลีเอียน โอบุนสุดจึงว่า ข้าพเจ้าจะให้บุตรชายข้าพเจ้าชื่อ โอบุนฮวยกิบ คุมทหารเป็นกองโจรไปคอยซุ่มอยู่ที่เขาลิมทองซัว ถ้าหลีเอียนพาครอบครัว บุตร ภรรยา ไปถึงตำบลนั้น ให้โอบุนฮวยกิบกับทหารที่ปลอมเป็นโจรออกมาฆ่าฟันหลีเอียน กับบุตร ครอบครัว เสีย จีนอ๋องไทจือได้ฟังดังนั้น ลุกขึ้นตบมือหัวร่อ แล้วพูดว่า ครั้งนี้ คงจะสมความคิดของท่านเป็นแน่ ถ้าทหารกองโจรฆ่าหลีเอียน ครอบครัว บุตร ภรรยา ตายสิ้นแล้ว ทรัพย์สิ่งของของหลีเอียนข้าพเจ้าจะยกให้แก่ท่านทั้งสิ้น แต่หลีเอียนนั้นเป็นคนมีฝีมืออยู่ เราจะต้องหานายทหารที่มีฝีมือไปอีกสักคนหนึ่ง โอบุนสุดจึงตอบว่า ไม่ต้องให้ทหารที่มีฝีมือเข้มแข็งออกไปช่วยดอก แต่บุตรของข้าพเจ้าคนเดียวก็คงจะทำการให้สำเร็จได้ ประการหนึ่ง ท่านก็ต้องกำกับไปด้วย การคงสมความปรารถนาทุกอย่าง ครั้นปรึกษาตกลงกันแล้ว โอบุนสุดกับเตียหวมก็คำนับลาจีนอ๋องไทจือกลับไปบ้าน จีนอ๋องไทจือกับโอบุนฮวยกิบก็จัดแจงทหารปลอมเป็นพวกโจรออกไปซุ่มคอยทำร้ายหลีเอียนอยู่ที่เขาลิมทองซัว

ฝ่ายหลีเอียนจัดแจงเก็บรวบรวมทรัพย์สิ่งของ ครอบครัว เสบียงอาหาร พาบุตรผู้ใหญ่ชื่อ เกียนเสงหลี เตาจง น้องชาย หลีเอียน กับบ่าวห้าสิบคน จะออกจากเมืองหลวง นางโตฮูหยิน ภรรยาหลีเอียน จึงว่า ข้าพเจ้ามีครรภ์แก่จวนคลอดอยู่แล้ว ถ้าขอพักอยู่ก่อนสักครึ่งเดือนจึงค่อยไป เห็นจะดีกว่า หลีเอียนจึงตอบว่า เจ้าไม่รู้หรือ บัดนี้ มีขุนนางกังฉินคอยทูลยุยงพระเจ้าซุยบุ๋นเต้หาโทษเราอยู่ ซึ่งจะพักอยู่อีกต่อไปนั้น ตัวเราคงจะมีภัยเหมือนหลีหุ้นต้องตายเมื่อครั้งก่อน นางโตฮูหยินก็ไม่ตอบประการใด หลีเอียนเร่งให้บ่าวไพร่ขนทรัพย์สิ่งของขึ้นบรรทุกเกวียน แล้วพาน้องชาย บุตร ภรรยา ออกเดินทางไปจากเมืองหลวง




ตอน ๒ ขึ้น ตอน ๔